รถไฟความเร็วสูง... ตัวช่วยลดความแออัดของเมือง

ปัญหาจราจรของกรุงเทพฯ เป็นปัญหาที่ไม่ว่าผ่านมากี่รัฐบาลก็ไม่มีใครสามารถแก้ไขได้อย่างจริงจังสักที เคยมีการสำรวจว่าคนที่ขับรถบนถนนในกรุงเทพฯ เสียเวลาไปกับรถติดโดยเฉลี่ย 72 นาทีในแต่ละวัน และอีก 24 นาทีเพื่อวนหาที่จอดรถ โดยทุกวันนี้กรุงเทพฯ มีรถมากกว่า 5.8 ล้านคัน และต้องใช้พื้นที่เท่ากับ 8 สนามบินสุวรรณภูมิในการจอดรถทั้งหมด ช่วงชั่วโมงเร่งด่วนรถจะติดมากกว่าช่วงเวลาปกติ 2 เท่า มีรถอยู่บนถนน 160% ของปริมาณรถยนต์ที่ควรจะมี

 

สำนักข่าว CNN ได้รายงานผลการสำรวจประจำปี  2560

โดยเผยถึงผลสำรวจปัญหาการจราจรของเมืองใหญ่ๆทั่วโลก  พบว่า

เมืองที่ติดอันดับการจราจรติดขัดมากที่สุดในโลกประจำปี 2560 คือ กรุงเทพมหานคร


ที่ผ่านมากรุงเทพแก้ปัญหาการจราจร และความแออัดของเมือง ด้วยการสร้างถนนเพิ่ม ทั้งทางด่วน สร้างอุโมงค์ สร้างสะพานต่างระดับข้ามทางแยกทุกแห่ง  กรุงเทพจึงเสมือนเมืองที่ถมไม่เคยเต็ม ต่อให้สร้างอะไรต่างๆมารองรับแค่ไหน ก็ไม่มีวันพอ เพราะปัญหาของกรุงเทพ คือการรวบทุกอย่างมาไว้เมืองนี้ ไม่กระจายออกไป


การขยายเมืองออกไปยังพื้นที่ใกล้เคียง คือคำตอบที่น่าจะแก้ไขปัญหาได้มากที่สุด ตั้งแต่การกระจายคนออกไปอยู่เมืองอื่น การสร้างระบบนิเวศน์ทางเศรษฐกิจใหม่ ลดความหนาแน่นการจราจร ลดความแออัดในชุมชนเมือง  



ซึ่งขณะนี้ภาครัฐ ก็อยู่ระหว่างการขับเคลื่อนการลงทุนในเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC)  เพื่อขยายความแออัดของเมืองไปยังพื้นที่ตะวันออก โดยเริ่มจากโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน ตามมาด้วยโครงการพัฒนาท่าเรือแหลมฉบังเฟส 3 และโครงการศูนย์ซ่อมบำรุงอากาศยานสนามบินอู่ตะเภาตามลำดับ 


นอกจากนี้ในพื้นที่กรุงเทพเองก็กำลังเร่งก็สร้างรถไฟฟ้าเพิ่มอีกหลายสายเพื่อบรรเทาการจราจรบนท้องถนน คาดว่าอีกไม่กี่ปี คนกรุงเทพฯ จะเดินทางได้สะดวกขึ้่น และหวังว่าเมื่อถึงเวลานั้น ประเทศไทยจะพลาดแชมป์อันดับเมืองที่รถติดที่สุดในโลกแน่นอน!!!