จำเป็นไหม???ประเทศไทยกับรถไฟความเร็วสูง!!!

ปีพ.ศ. 2424

- ประเทศไทยเริ่มทดลองใช้โทรศัพท์ครั้งแรก ระหว่างกรุงเทพฯ - สมุทรปราการ 

ปีพ.ศ. 2426

- ประเทศไทยได้ตั้งกรมไปรษณีย์ เริ่มเปิดบริการไปรษณีย์ครั้งแรกในพระนคร

ปีพ.ศ. 2430

- ตั้งกรมยุทธนาธิการทหาร ( กระทรวงกลาโหม )

- ตั้งโรงเรียนนายร้อยทหารบก

- ตั้งกระทรวงศึกษาธิการ

ปีพ.ศ. 2434

- ตั้งกระทรวงยุติธรรม

- ตั้งกรมรถไฟ และเริ่มสร้างทางรถไฟสายกรุงเทพ - นครราชสีมา 


ทุกสิ่งเกิดขึ้นในสมัย รัชการที่ 5 แทบทั้งนั้น ซึ่งเชื่อว่าชาวบ้านชาวเมืองในยุคนั้น ก็คงมีคำถามเกิดขึ้นในใจว่า  "จะสร้างไปทำไม ไม่เห็นจะจำเป็น" เพียงแต่ว่าสมัยก่อนเราไม่มี social ไม่มีพื้นที่สาธารณะให้แสดงความคิดเห็นให้ได้ถกเถียงได้เสรีอย่างปัจจุบัน 


แต่มาจนมาวันนี้ วันที่รัฐบาลกำลังเดินหน้าปฏิรูปประเทศตามยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี หลายโครงการของทางภาครัฐกำลังถูกผลักดันอย่างเร่งด่วน รวมถึงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานระบบรางอย่างรถไฟความเร็วสูง ซึ่งมีประเด็นที่ถกเถียงกันมาในระยะ 2-3 ปีที่ผ่านมาว่า 

จริงๆแล้ว "ประเทศไทยถึงเวลาที่ควรจะมีรถไฟความเร็วสูงแล้วหรือ? 

เพราะจากสถิติการเปิดให้บริการรถไฟความเร็วสูงจากทั่วโลก พบว่าส่วนใหญ่ประสบปัญหา "ขาดทุน" ซึ่งมีตัวแปรคือจำนวนผูุ้โดยสารที่มาใช้บริการ


ซึ่งหากจะหวังเพียงรายได้จากการเก็บค่าตั๋วโดยสารโดยคิดแค่กำไรหรือขาดทุนคือแค่ ค่าตั๋ว - ค่าใช้จ่าย = กำไร หรือ ขาดทุน แต่ไม่ได้คิดถึงผลตอบแทนทางเศรษฐกิจอื่นๆอีกมากมายที่ตามมานอกเหนือจากนั้น เช่น การกระจายรายได้ การสร้างงาน สร้างโอกาส การเกิดธุรกิจใหม่ของคนในชาติ การหมุนเวียนเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว การพัฒนาตัวของเมืองใหม่ การกระจายความเจริญ ฯลฯ


ถ้าเรามัวแต่คิดเรื่องกำไรหรือขาดทุนจากค่าตั๋วลบค่าใช้จ่ายมาเป็นฐานตั้งว่าควรทำหรือไม่ควรทำเกรงว่า อีก 100 ปี ประเทศไทยก็ยังคงไม่มีรถไฟความเร็วสูงให้บริการสักที ประโยชน์ที่ได้มากกว่ากำไรแฝงอื่นๆที่ตามมาของชาติ คือ คุณภาพชีวิตของประชาชนที่ดีขึ้น ถ้าบ้านเราอยู่ชลบุรี เราสามารถนั่งรถไฟไป-กลับเพื่อเข้ามาทำงานในกรุงเทพฯได้ 2-3 ทุ่มก็ถึงบ้านแล้ว กลับไปกินข้าวมื่อค่ำ มื้อดึก กับครอบครัว ได้อยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตามกันในวันหยุด


เรามีเวลาในวันหยุดได้อยู่บ้านดูแลพ่อแม่ ไม่ต้องห่วงพะวง ว่าวันหยุดต้องขับรถไกลๆเพื่อติดอยู่บนท้องถนนเมื่อกลับไปเยี่ยมบ้าน หน้าเทศกาล ความแออัดก็จะลดลง เพราะคนอยู่บ้านที่ต่างจังหวัดกันเสียส่วนหนึ่ง คนก็ไม่ต้องกระจุกตัวอยู่แต่ในเมือง ความแออัด เบียดเสียด แย่งกันกินกันใช้ก็จะลดลง เมื่อเมืองขยายใหญ่ขึ้น เป็นการระบายความแออัดคับคั่งของเมืองหลวงได้อีกทาง



วันนี้คนไทยควรเลิกตั้งแง่โจมตีกันได้แล้ว มัวแต่ขัดแย้งกัน ประเทศก็ไม่เดินหน้าเสียที ประเทศเพื่อนบ้านเราในอาเซียนหลายๆประเทศ พยายามนำรถไฟความเร็วสูงเข้ามาใช้ เพื่อสักวันนึงมันจะเชื่อมกัน"ทั้งอาเซียน" ทำให้การเดินทางระหว่างประเทศสะดวก และเพิ่มทางเลือกให้กับนักเดินทางเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวและนักลงทุน เพื่อสร้างรายได้ให้กับประเทศตน เห็นด้านดีเยอะขนาดนี้แล้วประเทศไทยยังต้องรออะไรอีก?


คนโง่ มองและจมอยู่กับอดีต

คนทั่วไป มองและวางแผน 1เดือน

คนเก่ง มองและวางแผน 1 ปี

คนฉลาด มองและวางแผน 10 ปี


ที่มา Creating Planet News