ดิวตี้ฟรี เรื่องที่เล่าไม่จบ (วนไปมาเรื่องเดิม)

อาทิตย์สองอาทิตย์ก่อน มีการออกมาท้วงติงของสมาคมค้าปลีก กับสมาคมการค้าร้านค้าปลอดอากรไทย ทีมีนายกฯสมาคมเป็นคนหัวคอยยื่นเรื่อง อ่านข่าวนี้ก็หลายที่ก็สงสัยถึง นายกฯสมาคมคนนี้ว่า เสียผลประโยชน์จากเรื่องนี้ด้วยรึป่าว ที่พยายามยื่นเรื่อง “จุดส่งมอบสินค้าปลอดภาษี” ให้รายอื่นเข้าใช้ได้ ทั้งที่ถ้าทำไป ทอท.เองจะทำผิดกฎหมาย เพราะทำผิดสัญญาสัมปทาน เช่าพื้นที่นั้นไปแล้ว อย่างบทความใน ประชาทอล์ค ก็เขียนออกมาได้ดี


"ความเคลื่อนไหวของรวิฐา อุปมาเหมือนเขย่าเหล้าเก่าในขวดเดิม"

https://bit.ly/2QlYg2M

 

หลังจากที่มีความเคลื่อนไหวจากนางรวิฐา พงศ์นุชิต

นายกสมาคมสมาคมการค้าร้านค้าปลอดอากรไทย ที่ออกมาเรียกร้อง ให้ ทอท.

จัดหาพื้นที่นอกสัญญาโครงการจัดทำบริการจุดส่งมอบสินค้าปลอดอากรในรูปแบบบริการสาธารณะเพื่อที่ผู้ประกอบการร้านค้าปลอดอากรรายอื่นจะสามารถประกอบกิจการได้ ขอเรียกสั้นๆ ว่า

“จุดส่งมอบสินค้าสาธารณะ” ทุกครั้งที่มีการเคลื่อนไหวแต่ละครั้งจะเห็นได้ว่ามีความคืบหน้าอยู่บ่อยครั้ง

แต่ที่ชัดเจนที่สุดคือการยืนหนังสือไปยังผู้ตรวจการ

เพื่อที่จะให้ทางผู้ตรวจการใช้อำนาจที่มีการดำเนินการอะไรบางอย่างจนทำให้มีการเปิดจุดส่งมอบสินค้าสาธารณะให้ได้ และเหมือนว่าจะได้ผล

ทางผู้ตรวจการแผ่นดินก็รับลูกต่อโดยที่มีคำวินิจฉัย ให้ ทอท.

จัดหาพื้นที่ให้ผู้ประกอบการร้านค้าปลอดอากรในเมืองรายอื่นใช้เป็นจุดส่งมอบสินค้าร่วมกันในท่าอากาศยานนานาชาติ

และให้ ทอท. รายงานผลการปฏิบัติตามคำวินิจฉัยของผู้ตรวจการแผ่นดินมาที่สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดินภายใน 60 วัน

               ซึ่งเรื่องราวก็เงียบหายไปสักพักใหญ่จนกระทั่งตอนปลายเดือนกรกฎาคม

ที่ผ่านมาคุณรวิฐา ก็ได้ออกมาเคลื่อนไหวเพื่อถามหาความคืบหน้าจากทาง ทอท.

อีกครั้งหนึ่ง  ซึ่งถ้าได้อ่านการออกมาให้ข่าวก็จะพบว่าไม่ได้มีอะไรใหม่

และไม่ได้มีความคืบหน้าเกี่ยวกับเหตุการณ์นี้แต่อย่างใด เพราะเรื่องนี้ทาง ทอท.

ได้มีการทำหนังสือชี้แจงกลับไปยังผู้ตรวจการแผ่นดินแล้วว่า

การกระทำเช่นนั้นไม่สามารถทำได้เนื่องจากถ้าให้มีการเปิดจุดส่งมอบสินค้าสาธารณะก็เท่ากับว่า

ทอท.ละเมิดสัญญากับคิงเพาเวอร์ ซึ่งในอดีตที่ผ่านมาก็ได้มีข้อพิพาทในกรณีที่คล้ายๆ

กันมาแล้ว รายละเอียดอ่านได้จากข้อชี้แจงในข้อ 1. ที่มีการยกกรณีตัวอย่างในอดีตมาเพื่อหาความชอบธรรมในการเปิดจุดส่งมอบสินค้าสาธารณะในครั้งนี้




หนังสือชี้แจงของทาง ทอท. https://bit.ly/2OXO0gF

               เหตุผลที่ทาง ทอท. ได้ทำการชี้แจงมานั้นนับว่าเป็นอะไรที่สมเหตุสมผล

แล้วยิ่งถ้าเคยมีข้อพิพาทเป็นตัวอย่างมาให้เห็นก่อนหน้านี้แล้ว

ยิ่งมีน้ำหนักให้ทาง ทอท. ที่จะไม่หาพื้นที่เพื่อเปิดจุดรับมอบสินค้าสาธารณะ

เพราะถ้า ทอท. ทำตามข้อเรียกร้องของคุณรวิฐา  ก็เท่ากับว่า ทอท.

ต้องผิดสัญญากับคิงเพาเวอร์ มันก็เป็นสิ่งที่ไม่ควรทำไม่ใช่เหรอครับ? แล้วอีกปัจจัยหนึ่งก็คือ

“สัญญาสัมปทานดิวตี้ฟรี” ที่สุวรรณภูมิก็กำลังจะหมดลงในปี 63 แล้ว เพราะเหตุใดคุณรวิฐาถึงรอไม่ได้? ทำไมจึงต้องเร่งให้เกิดขึ้นโดยเร็วพลัน

ชนิดที่ว่าอยากได้แบบวันนี้พรุ่งนี้เลย  

               หนังสือชี้แจงอันนี้ส่งถึงผู้ตรวจการแผ่นดิน

ผมว่าผู้มีส่วนเกี่ยวข้องน่าจะทำความเข้าใจถึงเหตุผลดังกล่าวได้ไม่ยากนะครับ

ส่วนตัวผมมองว่าเรื่องเรียกร้องให้มีการเปิดจุดรับมอบสินค้าสาธารณะนี้

ควรจบไปแล้วเรียบร้อยด้วยซ้ำ การออกมาเคลื่อนไหวครั้งล่าสุดของคุณรวิฐา เหมือนเป็นการเขย่าขวดเหล้าเก่าเพื่อไม่ให้มันนอนก้น

ไม่ให้เรื่องนี้จางหายไปจากสังคม ไม่มีความคืบหน้า ไม่มีอะไรใหม่ให้กับสังคม

               เอาเวลาที่ต้องมาเรียกร้องจุดรับมอบสินค้าสาธารณะ

ไปเตรียมตัวรับมือกับสัมปทานที่กำลังจะเกิดขึ้นใหม่นี้ดีกว่าครับ เพราะข่าวล่าสุด

“ทาง ทอท.เตรียมสรุปแผนเปิดประมูลดิวตี้ฟรีสุวรรณภูมิเข้าบอร์ด ก.ย.นี้

พร้อมระบุรอดีลร่วมบินไทยปั้น “ทีจี เทอร์มินัล”

เล็งเข็นงานบริหารพิคอัพเคาน์เตอร์ออกประมูลต่อเนื่อง”  เตรียมตัวกับสิ่งที่จะเกิดขึ้นใหม่ในปี 63 เพื่อภาพลักษณ์ที่ดีของตัวนายกสมาคมสมาคมการค้าร้านค้าปลอดอากรไทยเอง

เพราะการที่ออกมาเคลื่อนไหวแบบถี่ๆ แล้วจะเอาแบบเร่งด่วนแบบนี้

คนทั่วไปมันอดคิดไม่ได้หรอกครับ

ว่าสิ่งที่ทำไม่ได้ทำเพื่อผลประโยชน์ทับซ้อนอื่นใดของตนเอง

ที่มาของข่าว http://www.bangkokbiznews.com/news/detail/811305


สรุปคือที่ออกมายื่นเรื่องนี่ เป็นเพราะตัวเองเสียผลประโยชน์ใช่มั้ย แล้วมาอ้างผู้บริโภค