ความเคลื่อนไหวจากนางรวิฐา พงศ์นุชิต คิดว่ามีผลประโยชน์ทัยซ้อนไหม

หลังจากที่มีความเคลื่อนไหวจากนางรวิฐา พงศ์นุชิต นายกสมาคมการค้าร้านค้าปลอดอากรไทย ที่ออกมาเรียกร้อง ให้ ทอท. จัดหาพื้นที่นอกสัญญาโครงการจัดทำบริการจุดส่งมอบสินค้าปลอดอากรในรูปแบบบริการสาธารณะเพื่อที่ผู้ประกอบการร้านค้าปลอดอากรรายอื่นจะสามารถประกอบกิจการได้ ขอเรียกสั้นๆ ว่า “จุดส่งมอบสินค้าสาธารณะ” ทุกครั้งที่มีการเคลื่อนไหวแต่ละครั้งจะเห็นได้ว่ามีความคืบหน้าอยู่บ่อยครั้ง แต่ที่ชัดเจนที่สุดคือการยืนหนังสือไปยังผู้ตรวจการ เพื่อที่จะให้ทางผู้ตรวจการใช้อำนาจที่มีการดำเนินการอะไรบางอย่างจนทำให้มีการเปิดจุดส่งมอบสินค้าสาธารณะให้ได้ และเหมือนว่าจะได้ผล ทางผู้ตรวจการแผ่นดินก็รับลูกต่อโดยที่มีคำวินิจฉัย ให้ ทอท. จัดหาพื้นที่ให้ผู้ประกอบการร้านค้าปลอดอากรในเมืองรายอื่นใช้เป็นจุดส่งมอบสินค้าร่วมกันในท่าอากาศยานนานาชาติ และให้ ทอท. รายงานผลการปฏิบัติตามคำวินิจฉัยของผู้ตรวจการแผ่นดินมาที่สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดินภายใน 60 วัน

               ซึ่งเรื่องราวก็เงียบหายไปสักพักใหญ่จนกระทั่งตอนปลายเดือนกรกฎาคม ที่ผ่านมาคุณรวิฐา ก็ได้ออกมาเคลื่อนไหวเพื่อถามหาความคืบหน้าจากทาง ทอท. อีกครั้งหนึ่ง  ซึ่งถ้าได้อ่านการออกมาให้ข่าวก็จะพบว่าไม่ได้มีอะไรใหม่ และไม่ได้มีความคืบหน้าเกี่ยวกับเหตุการณ์นี้แต่อย่างใด เพราะเรื่องนี้ทาง ทอท. ได้มีการทำหนังสือชี้แจงกลับไปยังผู้ตรวจการแผ่นดินแล้วว่า การกระทำเช่นนั้นไม่สามารถทำได้เนื่องจากถ้าให้มีการเปิดจุดส่งมอบสินค้าสาธารณะก็เท่ากับว่า ทอท.ละเมิดสัญญากับคิงเพาเวอร์ ซึ่งในอดีตที่ผ่านมาก็ได้มีข้อพิพาทในกรณีที่คล้ายๆ กันมาแล้ว รายละเอียดอ่านได้จากข้อชี้แจงในข้อ 1. ที่มีการยกกรณีตัวอย่างในอดีตมาเพื่อหาความชอบธรรมในการเปิดจุดส่งมอบสินค้าสาธารณะในครั้งนี้

หนังสือชี้แจงของทาง ทอท. https://bit.ly/2OXO0gF

               เหตุผลที่ทาง ทอท. ได้ทำการชี้แจงมานั้นนับว่าเป็นอะไรที่สมเหตุสมผล แล้วยิ่งถ้าเคยมีข้อพิพาทเป็นตัวอย่างมาให้เห็นก่อนหน้านี้แล้ว ยิ่งมีน้ำหนักให้ทาง ทอท. ที่จะไม่หาพื้นที่เพื่อเปิดจุดรับมอบสินค้าสาธารณะ เพราะถ้า ทอท. ทำตามข้อเรียกร้องของคุณรวิฐา  ก็เท่ากับว่า ทอท. ต้องผิดสัญญากับคิงเพาเวอร์ มันก็เป็นสิ่งที่ไม่ควรทำไม่ใช่เหรอครับ? แล้วอีกปัจจัยหนึ่งก็คือ “สัญญาสัมปทานดิวตี้ฟรี” ที่สุวรรณภูมิก็กำลังจะหมดลงในปี 63 แล้ว เพราะเหตุใดคุณรวิฐาถึงรอไม่ได้? ทำไมจึงต้องเร่งให้เกิดขึ้นโดยเร็วพลัน ชนิดที่ว่าอยากได้แบบวันนี้พรุ่งนี้เลย  

               หนังสือชี้แจงอันนี้ส่งถึงผู้ตรวจการแผ่นดิน ผมว่าผู้มีส่วนเกี่ยวข้องน่าจะทำความเข้าใจถึงเหตุผลดังกล่าวได้ไม่ยากนะครับ ส่วนตัวผมมองว่าเรื่องเรียกร้องให้มีการเปิดจุดรับมอบสินค้าสาธารณะนี้ ควรจบไปแล้วเรียบร้อยด้วยซ้ำ การออกมาเคลื่อนไหวครั้งล่าสุดของคุณรวิฐา เหมือนเป็นการเขย่าขวดเหล้าเก่าเพื่อไม่ให้มันนอนก้น ไม่ให้เรื่องนี้จางหายไปจากสังคม ไม่มีความคืบหน้า ไม่มีอะไรใหม่ให้กับสังคม

               เอาเวลาที่ต้องมาเรียกร้องจุดรับมอบสินค้าสาธารณะ ไปเตรียมตัวรับมือกับสัมปทานที่กำลังจะเกิดขึ้นใหม่นี้ดีกว่าครับ เพราะข่าวล่าสุด “ทาง ทอท.เตรียมสรุปแผนเปิดประมูลดิวตี้ฟรีสุวรรณภูมิเข้าบอร์ด ก.ย.นี้ พร้อมระบุรอดีลร่วมบินไทยปั้น “ทีจี เทอร์มินัล” เล็งเข็นงานบริหารพิคอัพเคาน์เตอร์ออกประมูลต่อเนื่อง”  เตรียมตัวกับสิ่งที่จะเกิดขึ้นใหม่ในปี 63 เพื่อภาพลักษณ์ที่ดีของตัวนายกสมาคมสมาคมการค้าร้านค้าปลอดอากรไทยเอง เพราะการที่ออกมาเคลื่อนไหวแบบถี่ๆ แล้วจะเอาแบบเร่งด่วนแบบนี้ คนทั่วไปมันอดคิดไม่ได้หรอกครับ ว่าสิ่งที่ทำไม่ได้ทำเพื่อผลประโยชน์ทับซ้อนอื่นใดของตนเอง

ที่มาของข่าว http://www.bangkokbiznews.com/news/detail/811305


https://pantip.com/topic/38111638