ควบรวม หรือ ครอบงำ

ข่าวใหญ่ข่าวหนึงในช่วงเดือนที่ผ่านมา คือ การร่วมลงทุนในกิจกรรมของเครือ Grab กับ กลุ่มเซ็นทรัล ซึ่งเป็นข่าวยกใหญ่กันว่าเป็นการควบรวมกิจการเพื่อการพัฒนาธุรกิจของทั้งสองฝ่ายเพื่อให้ฝ่ายหนึ่งโกออนไลน์และอีกฝ่ายหนึ่งโกออฟไลน์

ทางแกร๊บเองคงได้ประโยชน์จากตรงนี้ไม่น้อย เพียงแต่ว่าเราลงอมาวิเคราะห์แยกลงในรายละเอียด การร่วมลงทุนในครั้งนี้เป็นการ ควบรวม เพื่อการผูกขาดบางอย่าง พร้อมกับใช้นิสัยเดิม ๆ ของกลุ่ม คือ เข้าครอบงำ เพื่อให้เกิดประโยชน์กับตัวเองมากที่สุด

เซนทรัลมีกลุ่มบริษัทในเครือมากมาย ไม่ว่าจะเป็นสินค้าต่าง ๆ ที่เป็นตัวแทนของประเทศไทยในการจัดจำหน่าย การทำการตลาด และบริการหลังการขาย แต่เป็นที่รู้กันในกลุ่มลูกค้าเองว่า ถ้าสินค้าไหนที่อยู่ในเครือของ CMG นั้น ที่ประเทศไทยมักจะแพงกว่าต้นตอมากอยู่ ราคาเวลาลดก็ลดไม่จริง ถ้าจะลดมาก ๆ ก็จะเป็นสินค้าตกรุ่น เอามาเลหลังกันในเอาท์เล็ท ส่วนเรื่องบริการหลังการขายไม่ต้องพูดถึง เซนทรัลเอง พยายามจะทำเรื่องออนไลน์มามาก ตั้งแต่ทำ central online shopping ก็ไม่ประสบความสำเร็จ ท้ายที่สุดก้อมาควบรวมกับ JD.com อันนี้เลยดูว่าจะเป็นไปได้ แต่คงมีปัญหาเรื่องการส่งเลยต้องควบรวมกับ Grab นั่นเอง เพื่อเติมศักยภาพในการส่งสินค้าในเครือออนไลน์มาสู่ผู้บริโภค

เอาจริง ๆ แล้ว ในฐานะผู้บริโภค ถ้าเซนทรัล เป็นบริษัทที่จริงใจต่อสังคมไทย หรือแม้กระทั่งกับลูกค้า (ใครที่เป็นคนขายของให้เซนทรัลจะเข้าใจความเคี่ยวของที่นี่เป็นอย่างดี โลตัสที่ว่าเคี่ยวยังสู้ไม่ได้ ขออนุญาต ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ GP การฝากขาย หรือแม้กระทั่งเครดิตเทอม เข้าใจว่าเป็นเรื่องปกติ แต่ลองถามผู้ค้าหลายรายดู​จะทำให้รู้ว่า ไม่ค่อยมีใครอยากดีลด้วย แต่เลี่ยงไม่ได้ สาขาเค้ามากมายจริง ๆ) หลายครั้งที่เคยต้องถามตัวเองว่า อยากไปช้อปปิ้งเซนทรัลไหม ตอบเลยว่าไม่เพราะลดราคาของเค้ามันไม่ได้ลดจริง มันลดจากการเพิ่มราคามาก่อน เรียกได้ว่าไม่ถูกจริง (เทียบกับเครือเดอะมอลล์ หรือ แม้กระทั่งของ คิงเพาเวอร์ โลตัส อะไรพวกนี้ เวลาลดลดจริง)

เอาจริง ๆ กลุ่มเซ็นทรัล ที่เก่งกาจเรื่องของการค้าปลีกเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว แต่ดูเหมือนคราวนี้อยากได้อะไรอีกมากมายก็ไม่รู้ เลยคิดไม่ออกว่า จริง ๆ แล้วตั้งใจอยาก ควบรวม หรือ ครอบงำ ช่วงนี้ดูเหมือนมีความเอาจริงในหลายเรื่อง ตั้งแต่เริ่มจากเห็นป้าย VAT Refund ตั้งอยู่ที่เซ็นทรัลเวิร์ล

เล่าให้ฟังคือ เมื่อกรมสรรพากรประกาศรายชื่อเคาน์เตอร์เซอร์วิสในเครือของซีพี ออลล์ เป็นผู้ที่ได้รับการอนุมัติเป็นตัวแทนคืนภาษีมูลค่าเพิ่มในเมือง (Downtown VAT Refund for Tourist) ในขณะนั้นดูเหมือนว่าซีพีจะเป็นเพียงเจ้าเดียวที่ได้ แต่ด้วยพลังของการเดินเกมส์หลังม่านแบบสุดๆ เซ็นทรัลเวิร์ดก็มีบริการ VAT Refund ให้แก่นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติจนได้ แหม่

ประกอบกันกับการเคลื่อนไหวของสมาคมค้าปลีก ที่นำโดยนายวรวุฒิ อุ่นใจ นายกสมาคมค้าปลีกคนล่าสุด ที่ปัจจุบันยังดำรงตำแหน่งเป็นหนึ่งในผู้บริหารระดับสูงของกลุ่มเซ็นทรัล ที่มากุมบังเหียนในประเด็นของรูปแบบประมูลสัมปทานครั้งใหม่ ที่ประกาศผ่านสื่ออย่างหนาแน่นถึงความต้องการที่จะได้ครอบครองสัปปทานดิวตี้ฟรีทั้ง ๆ ที่ AOT ของเราเองชัดเจนอยู่แล้วว่า เป็นการประมูล ไม่ใช่การผูกขาด ทำไมถึงไม่ประมูลให้ถูกต้อง (ตัวเองแพ้ก็พาลสินะ) แต่ก็ยังพยายามสร้างวาทกรรมอะไร อีกมากมายขึ้นมาอีก

มาคราวนี้เรื่องแกร๊บเพื่อใช้ต่อยอดธุรกิจค้าปลีก และร้านอาหารในเครือ ที่ทำให้คนขับแท็กซี่รายย่อยหนาวๆ ร้อนๆ ไปตามๆ กัน ในเรื่องของการขนส่ง จริงอยู่ แท๊กซี่บ้านเรามีไม่ดีอยู่มาก แต่คนขับแกร๊บเดี่ยวนี้ก้อไม่ได้ดีทุกคน ใครใช้บริการจะรู้ว่า มันกดแคนเซิลเราได้ด้วย แต่พอเรากดแคนเซิลระบบมันจะบล็อกเรา แหม่ คือเราเคยคุยกับแท๊กซี่เยอะเหมือนกัน ต้นทุนในการทำแท๊กซี่ต่างจากทำแกร๊บ ตั้งแต่ การสอบใบขับขี่ การจดทะเบียนรถ รวมถึงประกันภัย ทุกอย่างเนี้ย แพงกว่ารถปกติอยู่ประมาณ 3 เท่า ต้นทุนในการเซ็ทเค้าย่อมแพงกว่า รถปกติที่เอามาทำแกร๊บแน่นอน เอาจริงๆ รัฐบาลต้องช่วยทำให้แท๊กซี่แข่งขันกับแกร๊บได้ แต่ไม่ใช่ให้ แกร๊บสุดท้ายมาชิงส่วนแบ่งตลาดที่มีอยู่เดิม เซนทรัลพยายามสร้างการผูกขาดบางอย่างในระบบค้าปลีก ซึ่งท้ายที่สุดแล้วใครได้ประโยชน์ เชื่อว่าไม่ใช่ลูกค้า อันนี้เป็นคำถามที่ต้องรอคำตอบ


อ่านที่ https://pantip.com/topic/38579488