เกณฑ์ประมูลดิวตี้ฟรี เอื้อใครจริงหรือ

    รวดเร็ว ฉับไว ทันใจ แบบซองเอกสารยังอุ่นๆ สำหรับ ข้อมูลหลักเกณฑ์การคัดเลือกผู้รับสัมปทานดิวตี้ฟรี ที่เปิดเผยกันออกมาบางส่วน

    สื่อความให้เข้าใจกันไปได้ว่า ทอท.จะใช้เกณฑ์คะแนนด้านเทคนิค 80% คะแนนด้านผลตอบแทนประเทศ 20% ส่งผลให้ผู้เข้าประมูลที่ให้ผลตอบแทนประเทศชาติสูงแพ้ผู้เข้าประมูลที่ให้ผลตอบแทนต่ำ ลักษณะนี้ ง่ายต่อการเอื้อประโยชน์ให้ผู้เข้าประมูลบางรายอย่างชัดเจน

    ฮั่นแน่ จงใจให้ข่าวกันหรือเปล่า

    1 เมษายน 2562 วันแรกที่ บริษัทท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) เปิดขายซองคัดเลือกผู้ประกอบการโครงการจำหน่ายสินค้าปลอดอากร และโครงการบริหารจัดการกิจกรรมเชิงพาณิชย์ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ และท่าอากาศยานภูมิภาคได้แก่ ภูเก็ต เชียงใหม่ และหาดใหญ่ ซึ่งก็มี เอกชนบางรายไปซื้อซองแล้วในวันนั้น

    เป็นความจริงแค่ไหนกันหรือ ที่ ทอท. ใช้เกณฑ์เทคนิค 80% : ผลตอบแทนประเทศ 20%

    ข้อเท็จจริงเบื้องต้นคือ หลักเกณฑ์การให้คะแนน ไม่ได้มี 2 ข้อตามที่ให้ข่าว แต่ มีถึง 4 ข้อ ที่ให้คะแนน 15/40/25/20 ตามลำดับ ตัวเลข 80 ที่ถูกชูขึ้นมา แท้จริงคือ การเอา 3 ข้อแรก (15/40/25) มารวมกันให้ดูมากเข้าไว้ ซึ่งพอนำทั้งสี่ข้อร้อยเรียง

จะเห็นความจำเป็นที่สัมพันธ์กันดังนี้

    ข้อแรก ประสบการณ์และความเชี่ยวชาญในเชิงธุรกิจของผู้ยื่นข้อเสนอการดำเนินงาน 15 คะแนน พิจารณา 3 เรื่องคือ ประสบการณ์และความเชี่ยวชาญในเชิงธุรกิจที่ผ่านมา , โครงสร้างองค์กรและแผนพัฒนาบุคลากร ,งบการเงินที่ผ่านการรับรองหรือสอบทานจากผู้สอบบัญชีฉบับล่าสุด

    ข้อนี้ให้น้ำหนักเพียง 15 คะแนน และแม้ผู้ได้รับสัมปทานเดิมจะเคยมีประสบการณ์มาก่อน แต่ผู้เข้าร่วมเข้าประมูลที่มีพันธมิตรเป็นผู้ประกอบการดิวตี้ฟรีต่างชาติก็ถือได้ว่ามีความประสบการณ์และความเชี่ยวชาญเช่นกัน ไม่น่าจะต้องกลัวอะไร

    ข้อสอง แผนการดำเนินงาน 40 คะแนน พิจารณา 4 เรื่องคือ แนวคิดหลักในการบริหารจัดการกิจการจำหน่ายสินค้าปลอดอากร การออกแบบตกแต่งสถานที่ และ ระยะเวลาในการดำเนินงาน , แผนการจัดร้านค้าและบริการ, แผนการตลาด

    ข้อนี้เป็นหัวใจของแผน ให้น้ำหนักคะแนนสูงสุดรวม 40 คะแนน เพราะเป็นกลยุทธ์การดำเนินงานเพื่อก่อให้เกิดรายได้จริงขึ้นมา ซึ่งเป็นทั้งโอกาสของทั้งรายเดิมและรายใหม่ที่มีพันธมิตรเป็นผู้ประกอบการดิวตี้ฟรีต่างชาติ

    หากมีความเชื่อมั่นในความรู้ ความสามารถ และความเชี่ยวชาญ ก็ไม่น่าจะต้องกลัวอะไรอีกเหมือนกัน

    ข้อสาม แผนธุรกิจ 25 คะแนน พิจารณา 4 เรื่องคือ ประมาณการรายได้ของผู้ยื่นข้อเสนอการดำเนินงานและประมาณการกำไรขาดทุน ,ประมาณการงบดุลและงบประมาณการลงทุนการวิเคราะห์ความเป็นไปได้ของโครงการ ,ความสามารถในการระดมทุน การชำระหนี้ และ D/E ratio

    ข้อนี้เป็นเส้นเลือดของแผน เพราะการดำเนินงานตามข้อ 2 ต้องสามารถระบุขนาดการลงทุนและคำนวณให้เห็นผลตอบแทนที่มีความเป็นไปได้ ให้เห็นสอดคล้องกัน ประการสำคัญต้องทราบแหล่งที่มาของทุน โครงสร้างของการลงทุนที่จะต้องมีสัดส่วนที่เหมาะสม ระหว่างทุนและหนี้ เพราะหากโครงการเกิดปัญหาทางการเงินขึ้น ย่อมส่งผลแผนการดำเนินงานตามข้อ 2 และผลประโยชน์ตอบแทนภาครัฐ จึงเป็นสิ่งที่ผู้เข้าร่วมประมูลจำเป็นต้องนำเสนอแผนธุรกิจที่น่าเชื่อถือ

    ข้อสุดท้าย ค่าผลประโยชน์ตอบแทนขั้นต่ำรายปี (Minimum Gurrantee) ที่เสนอให้ ทอท. 20 คะแนน

    ข้อนี้เป็นผลลัพธ์จาก คุณภาพของแผนตามข้อ 2 รวมเข้ากับ ความสอดคล้องสมเหตุ สมผลของข้อ 3     ไม่ว่าผู้ประกอบการจะเสนอผลประโยชน์ตอบแทนสูงลิ่วประการใด แต่หากไม่สอดคล้องกับแผนตามข้อ 2 และ 3 ก็ย่อมเป็นข้อเสนอที่เป็นไม่ได้ นี่คือ หลักเกณฑ์ที่มีการถ่วงดุลและตรวจสอบกัน

    ไม่ว่าจะเป็นผู้ประมูลทั้งบริษัทคนไทยและบริษัทคนไทยที่ร่วมมือกับต่างชาติ หากมีความมั่นใจว่าจะสามารถให้ผลตอบแทนประเทศชาติสูง ด้วยแผนการดำเนินงานที่ดีและแผนธุรกิจที่แข็งแกร่ง ไม่ใช่แค่ราคาคุย ก็ไม่เห็นจะต้องไปกลัวหลักเกณฑ์ทั้งสี่ข้อนี้เลย

    ฮั่นแน่…หรือมีค่ายใหญ่รายไหน กลัวจนถึงระดับต้องส่งคน มาตีปลาหน้าไซกันเลย เล่นกลตัวเลขคะแนนหลักเกณฑ์มาขยายให้เป็นข่าว เพราะ อยากได้ของถูก อยากได้ของตรงใจ แบบนี้..รู้ทันกันไม่ยาก..ฮั่นแน่


จาก https://www.matichon.co.th/bullet-news-today/news_1446757