ความต้องการแรงงานพุ่งรับไฮสปีดเทรนเชื่อม 3 สนามบิน

ขณะที่โครงการอีอีซีกำลังเดินหน้า แต่ประเทศไทยดูเหมือนจะยังไม่พร้อมรับความเปลี่ยนแปลงเท่าที่ควรจะเป็น โดยเฉพาะปัญหาการขาดแคลนแรงงานวิชาชีพ ไม่ว่าจะเป็นช่างเทคนิคต่างๆในอุตสาหกรรมเขตพื้นที่อีอีซี งานช่างซ่อมบำรุง หรือแม้แต่งานทักษะเฉพาะทางในสาขาต่างๆ

 

ตัวเลขการว่างงานของผู้จบปริญญาตรี มีสถิติสูงกว่าระดับการศึกษาอื่น เนื่องจากบางสาขาเรียนจบมา แล้วตลาดแรงงานไม่เปิดรับ ตรงกันข้ามกับผู้ที่จบสาขาอาชีวศึกษา ที่ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา สถิมีงานทำทันที่หลังเรียนจบเพิ่มสูงขึ้นอย่างก้าวกระโดด เพราะกำลังคนอาชีวศึกษาเป็นที่ต้องการอย่างมากในภาคการผลิต นอกจากนี้ผู้ที่จบอาชีวศึกษาจะมีรายได้สูงเพราะเป็นการทำงานที่ใช้ทักษะ ความชำนาญ จึงมีค่าตอบแทนด้านประสบการณ์เพิ่ม

ซึ่งเมื่อรัฐบาลประกาศจะส่งเสริมและพัฒนาเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก สถาบันการศึกษาจึงมีการจัดหลักสูตรที่รองรับกับอุตสาหกรรมเป้าหมายในเขตอีอีซี พร้อมทั้งเร่งขับเคลื่อนยุทธศาสตร์พัฒนาแรงงานสนับสนุนเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออกเพิ่มเติม โดยจัดตั้งศูนย์ประสานงานการผลิตและพัฒนากำลังคนอาชีวศึกษาในพื้นที่ จ.ฉะเชิงเทรา ชลบุรี และระยอง และขยายเพิ่มไปยังภูมิภาคอื่นๆทั่วประเทศเพื่อผลิตแรงงานให้ตรงกับความต้องการของนายจ้าง 

โดยมีแนวทางการสร้างบุคลากรในระดับอาชีวศึกษา ที่ใช้เพื่อพัฒนาบุคลากรแห่งอนาคต ทั้งสิ้น 3 รูปแบบ  ได้แก่


1. EEC Model  หรือบุคลากรคุณภาพชั้นสูง จะมีภาคอุตสาหกรรมเข้ามาจับมือกับวิทยาลัยอาชีวศึกษา จำนวน 12 แห่ง ในการร่วมพัฒนานักศึกษา โดยโรงงานอุตสาหกรรมที่เข้าร่วมจะสนับสนุนทุนการศึกษา มีค่าใช้จ่ายให้กับนักศึกษาเป็นประจำทุกเดือน ในระหว่างฝึกงานในโรงงานอุตสาหกรรมก็จะได้เบี้ยเลี้ยง และเมื่อสำเร็จการศึกษาก็จะมีงานทำทันที โดยได้อัตราเงินเดือนเฉลี่ยไม่ต่ำกว่า 20,000 บาท ต่อเดือน ซึ่งในรูปแบบนี้จะสร้างบุคลากรได้ประมาณปีละกว่า 6,000 คน และจะขยายรูปแบบนี้ไปยังสถาบันอาชีวศึกษาทุกแห่งในอนาคต ซึ่งจะมีการผลิตบุคลากรทั้งรูปแบบ EEC Model และแบบปกติ ทั้งนี้ EEC model ไม่ได้จำกัดสิทธิเฉพาะคนในพื้นที่เท่านั้น เพราะเปิดโอกาสให้คนนอกพื้นที่ที่สนใจเข้าร่วมศึกษาได้เช่นกัน นับเป็นการเปิดโอกาสทางการศึกษาที่ทั่วถึงอย่างแท้จริง


2. ระบบผลิตบุคลากรแบบปกติ จะเป็นโปรแกรมการผลิตบุคลากรที่ไม่เข้มข้นเท่าแบบแรก ซึ่งมีวิทยาลัยอาชีวศึกษาในพื้นที่ EEC เข้าร่วมโครงการ 31 แห่ง ผลิตบุคลากรอาชีวศึกษาได้ประมาณ 10,000 คนต่อปี รวม 5 ปีจะผลิตได้มากกว่า 50,000 คน


3. ระบบผลิตบุคลากรโดยวิทยาลัยอาชีวศึกษานอกพื้นที่ EEC จะมีวิทยาลัยอาชีวศึกษาเข้าร่วม 100 - 200 แห่ง จะผลิตบุคลากรอาชีวศึกษาในส่วนที่เหลือ โดยโรงงานอุตสาหกรรม หรือภาคธุรกิจที่เข้าร่วมโครงการฝึกอบรมนักศึกษาอาชีวศึกษาเหล่านี้ จะได้รับการลดหย่อนภาษีเงินได้นิติบุคคล

 

ซึ่งในปัจจุบันทางมหาวิทยาลัยต่างๆในเขตพื้นที่อีอีซี ได้มีข้อตกลงร่วมกับภาคเอกชนที่จะผลิตบัณฑิตป้อนตลาดแรงงาน โดยในแต่ละมหาวิทยาลัยในพื้นที่อีอีซี ต่างก็มีจุดเด่นที่แตกต่างกันออกไป อาทิ มหาวิทยาลัยบูรพา โดนเด่นด้านการท่องเที่ยวและระบบอัตโนมัติ มหาวิทยาลัยเกษตร เป็นผู้นำทางด้านพาณิชยนาวี มหาวิทยาลัยราชมงคล มีจุดเด่นด้านโลจิสติกส์ เป็นต้น ซึ่งในอนาคตอีกไม่นาน จะเริ่มมีการก่อสร้างเมกะโปรเจคก์อย่าง รถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน ดอนเมือง-อู่ตะเภา เชื่อว่าเราคงจะได้มีโอกาสได้เห็นภาพความร่วมมือหลายๆด้านระหว่างภาคเอกชน และสถาบันการศึกษาในพื้นที่อีอีซีออกมาให้เห็นอีกมากมาย ซึ่งเป็นช่วงเวลาเหมาะสมที่จะใช้โอกาสนี้ เป็นการดึงแรงงานทักษวิชาชีพเข้ามามีส่วนร่วม เพื่อตอบสนองการพัฒนาประเทศอย่างเป็นรูปธรรม.