ปัจจัยสำคัญที่ส่งผลประมูลดิวตี้ฟรี คิงเพาเวอร์ชนะขาดลอย

คณะกรรมการ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. มีมติอนุมัติให้ บริษัท คิง เพาเวอร์ ดิวตี้ฟรี จำกัด เป็นผู้ได้รับสิทธิประกอบกิจการจำหน่ายสินค้าปลอดอากร ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิกำหนดอายุสัญญา 10 ปี 6 เดือน ระหว่างวันที่ 28 กันยายน 2563 ถึงวันที่ 31 มีนาคม 2574 ทอท.เปิดเผยข้อเสนอที่เอกชนแต่ละรายยื่นแข่งขันกันเข้ามา (เฉพาะผลตอบแทนขั้นต่ำ)

ทำให้เห็นข้อมูลข้อเท็จจริงว่า คิง เพาเวอร์ ซึ่งเป็นผู้รับสัมปทานเดิมนั้น ได้ยื่นข้อเสนอผลตอบแทนให้ ทอท.สูงกว่าคู่แข่งรายอื่นๆ กว่าเท่าตัว

เรียกว่า ชนะขาดลอย

ชนะด้วยข้อเสนอผลประโยชน์ที่ยื่นให้ ทอท. สูงกว่ารายอื่นอย่างชัดเจน

1. มีเอกชนซื้อซอง 5 ราย ได้แก่ บริษัท คิง เพาเวอร์ ดิวตี้ฟรี จำกัด, บริษัท สรรพสินค้าเซ็นทรัล จำกัด, บริษัท ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน), บริษัท การบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) และ บริษัท โรงแรมรอยัลออคิด (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)

แต่ถึงวันยื่นข้อเสนอ มีผู้มายื่นข้อเสนอจริง 3 ราย ได้แก่ บริษัท คิง เพาเวอร์ ดิวตี้ฟรี จำกัด, บริษัท การบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) (มีพันธมิตร คือ ล็อตเต้ ดิวตี้ฟรี) และบริษัท โรงแรมรอยัลออคิด (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) (มีพันธมิตรสำคัญได้แก่ บริษัท เอ็มไพร์ เอเชีย กรุ๊ป จำกัด และ WDFG UK LIMITED)

น่าเสียดายที่ บริษัท สรรพสินค้าเซ็นทรัล จำกัด ไม่ยื่นข้อเสนอเข้ามาแข่งขัน

2. วันที่ 31 พฤษภาคม 2562 ทอท.ได้มีการเปิดซองเสนอค่าตอบแทนและประกาศผลคะแนนสูงสุด

ผู้ที่ได้รับคะแนนรวมสูงสุด คือ บริษัท คิง เพาเวอร์ ดิวตี้ฟรี จำกัด

ทอท.ยืนยันว่า เสนอค่าตอบแทนสูงกว่าที่ ทอท.เคยได้รับอยู่เดิม และสูงกว่าที่ ทอท.คาดหมาย 

เมื่อเปรียบเทียบเอกชนที่แข่งกันแต่ละราย พบว่า

อันดับ 1 บริษัท คิง เพาเวอร์ ดิวตี้ฟรี จำกัด คะแนนสูงสุด คือ 94.30 คะแนน และเสนอค่าผลประโยชน์ตอบแทนปีละ 15,419,000,000 บาท 

อันดับ 2 กิจการร่วมค้าการบินกรุงเทพ ล็อตเต้ ดิวตี้ฟรี(ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ) 83.10 คะแนน และเสนอค่าผลประโยชน์ตอบแทนปีละ 8,516,653,333 บาท

อันดับ 3 บริษัท โรงแรมรอยัลออคิด (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) และพวก 78.85 คะแนน และเสนอค่าผลประโยชน์ตอบแทนปีละ 7,255,000,000 บาท

จะเห็นว่า บริษัท คิง เพาเวอร์ ดิวตี้ฟรี จำกัด เสนอผลประโยชน์ตอบแทนสูงกว่าคู่แข่งกว่าเท่าตัว

หรือสูงกว่าเกือบ 8 พันล้านบาทต่อปี

ทอท. ยังยืนยันด้วยว่า บริษัท คิง เพาเวอร์ ดิวตี้ฟรี จำกัด ได้เสนอค่าผลประโยชน์ตอบแทนขั้นต่ำรายปี (Minimum Guarantee)ปีแรก เป็นเงินจำนวน 15,419,000,000 บาท (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม)โดย ทอท. จะปรับค่าผลประโยชน์ตอบแทนขั้นต่ำรายปีให้สอดคล้องกับอัตราเงินเฟ้อ และการเติบโตของจำนวนผู้โดยสาร (ระหว่างประเทศ) ของทุกๆ ปี ตลอดอายุสัญญา

และนอกจากค่าผลประโยชน์ตอบแทนสูงกว่าชัดเจนแล้ว ทอท.ยังเปิดเผยว่า แผนธุรกิจที่เป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อคะแนนด้านเทคนิค ยังมีความแตกต่างกันอย่างมีนัยด้วย (ทอท.ไม่ได้เปิดเผยแผนธุรกิจของเอกชนแต่ละราย แต่เปิดให้บริษัทที่เข้าร่วมประมูลสามารถสอบถามขอรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับคะแนนในแต่ละด้านของบริษัทตนเองกับทาง ทอท. ได้)

3. น่าสนใจว่า เพราะเหตุใด เอกชนคู่แข่งที่เสนอแข่งกับคิง เพาเวอร์ จึงได้เสนอผลตอบแทนแก่ ทอท. ต่ำเช่นนั้น

จนกระทั่งพ่ายแพ้ต่อเจ้าเก่าอย่างกลุ่มคิง เพาเวอร์ไปอย่างขาดลอย

อาจจะด้วยขาดข้อมูลเชิงลึกทางธุรกิจดิวตี้ฟรีที่สนามบินสุวรรณภูมิโดยเฉพาะ ซึ่งคิง เพาเวอร์ ในฐานะผู้ประกอบการเจ้าเก่า ย่อมมีความได้เปรียบโดยธรรมชาติอยู่แล้ว

แต่อย่างไรก็ตาม ข้อเสนอที่เอกชนคู่แข่งขันยื่นมาทั้งสองราย ก็ยังมองว่าต่ำเกินไป (ทั้งที่มีพันธมิตรเป็นผู้เชี่ยวชาญในธุรกิจดิวตี้ฟรีระดับโลก) จนอาจกล่าวได้ว่า หากตัดสินให้เอกชนสองรายที่เหลือเป็นผู้ชนะ ไม่ว่าจะด้วยเหตุทางเทคนิคหรือใดๆ ก็ตาม ก็คงยากจะอธิบายสังคม

4. พิจารณาจากข้อเสนอผลประโยชน์ที่เป็นผลลัพธ์สุดท้าย การที่ ทอท.ตัดสินให้กลุ่มคิง เพาเวอร์ เป็นผู้ชนะ จึงเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดแล้วสำหรับ ทอท.

ส่วนอีกสองโครงการที่เหลือ ได้แก่

4.1 กิจการจำหน่ายสินค้าปลอดอากร ณ ท่าอากาศยานภูเก็ต ท่าอากาศยานเชียงใหม่ และท่าอากาศยานหาดใหญ่

มีผู้มายื่นข้อเสนอ 3 ราย ได้แก่ 

อันดับ 1 บริษัท คิง เพาเวอร์ ดิวตี้ฟรี จำกัด ซึ่งเป็นผู้ได้รับสิทธิที่คะแนนสูงสุด คือ 96.10 คะแนน และเสนอค่าผลประโยชน์ตอบแทนปีละ 2,331,000,000 บาท 

อันดับ 2 บริษัท โรงแรมรอยัลออคิด (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ยื่นข้อเสนอการดำเนินงานในนามกิจการร่วมค้า ประกอบด้วย บริษัทโรงแรมรอยัลออคิด (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน), บริษัท เอ็มไพร์ เอเชีย กรุ๊ป จำกัด และ WDFG UK LIMITED คือ 86.72 คะแนน และเสนอค่าผลประโยชน์ตอบแทนปีละ 2,012,000,000 บาท

อันดับ 3 กิจการร่วมค้าการบินกรุงเทพ ล็อตเต้ ดิวตี้ฟรี (ท่าอากาศยานภูมิภาค) คือ 84.74 คะแนน และเสนอค่าผลประโยชน์ตอบแทนปีละ 2,108,635,888. บาท 

บริษัท คิง เพาเวอร์ ดิวตี้ฟรี จำกัด จึงเป็นผู้ชนะไป

4.2 กิจกรรมเชิงพาณิชย์ภายในอาคารผู้โดยสาร ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ

มีผู้ยื่นข้อเสนอ 2 ราย ได้แก่

อันดับ 1 บริษัท คิง เพาเวอร์ สุวรรณภูมิ จำกัด ซึ่งเป็นผู้ได้รับสิทธิที่คะแนนสูงสุด คือ 95.20 คะแนน และเสนอค่าผลประโยชน์ตอบแทนปีละ 5,798,000,000 บาท 

อันดับ 2 บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) คือ 80.81 คะแนน และเสนอค่าผลประโยชน์ตอบแทนปีละ 3,003,000,000 บาท 

บริษัท คิง เพาเวอร์ สุวรรณภูมิ จำกัด จึงเป็นผู้ชนะไปเช่นกัน

5. สิ่งที่ต้องจับตาหลังจากนี้ คือ การเปิดเสรี pick-up counter ที่สนามบินสุวรรณภูมิ

ซึ่งจะทำให้เกิดการแข่งขันในกิจการร้านดิวตี้ฟรีในเมือง

ทอท.คงต้องดำเนินการโดยไม่ชักช้า เพื่อแสดงให้เห็นถึงความจริงใจที่จะให้เกิดการแข่งขันอย่างเสรีและเป็นธรรม

สารส้ม


จาก https://www.naewna.com/politic/columnist/40455