ยกระดับการศึกษาไทย...ตอบโจทย์อีอีซี

เชื่อว่าหลายๆคนคงรอติดตามข่าวการแถลงนโยบายของรัฐบาลชุดใหม่ต่อรัฐสภาในวันที่ 25-26 ก.ค 62 ที่จะถึงนี้อย่างใจจดจ่อ เพราะจะมีผลกระทบกับชีวิตประชาชนอย่างเราๆท่านๆ ทั้งทางตรงและทางอ้อม ซึ่งวานนี้ (21 ก.ค.62) สำนักข่าวหลายสำนักก็ได้มีการเผยแพร่ถ้อยแถลง นโยบายรัฐบาลใหม่ฉบับเต็มออกมาให้ดูบ้างแล้ว ซึ่งอ่านจากใจความสำคัญแล้ว ก็จะเป็นการมุ่งให้ความสำคัญในการแก้ปัญหาปากท้องประชาชนเป็นหลัก พร้อมๆกับให้ความสำคัญการศึกษาผลิตบัณฑิตพันธุ์ใหม่ สร้างคนศตวรรษที่ 21 การปฏิรูปกระบวนการเรียนรู้และการพัฒนาศักยภาพของคนไทย

ซึ่งข้อมูลดังกล่าว ไม่ผิดจากที่หลายๆฝ่ายคาดเดานัก เพราะนับจากวันนี้อีกไม่กี่ปี ประเทศไทยจะต้องรับมือกับความเปลี่ยนแปลงขนาดใหญ่จากทุกๆด้านที่เข้ามาพร้อมกัน ไม่ว่าจะเป็นด้านความก้าวหน้าของเทคโนโลยีที่จะพัฒนาเร็วขึ้นแบบก้าวกระโดด การคมนาคมขนส่งที่เจริญได้รับการพัฒนาพร้อมๆกันอย่างรวดเร็วอย่างในปัจจุบัน และการส่งเสริมเขตอุตสหกรรมต่างๆเพื่อดึงดูดนักลงทุนจากต่างชาติ สิ่งหนึ่งที่รัฐบาลควรมุ่งเน้นนอกจากปัจจัยต่างๆข้างต้นก็คือ การให้ความสำคัญเรื่องการสร้างคน ไปพร้อมๆกับการพัฒนาประเทศด้านต่างๆ ยิ่งในขณะนี้รัฐบาลเดินเครื่องผลักดันโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) อย่างเต็มตัว และปัจจุบันยังคงขาดแคลนแรงงานฝีมือที่จะมารองรับในอุตสหกรรมต่างๆที่รัฐกำลังส่งเสริม นี่จึงเป็นโอกาสดีที่จะเป็นการพลิกโฉมวงการการศึกษาไทย ไม่ให้ยึดติดความสำเร็จเพียงใบปริญญา

แต่ควรมุ่งเน้นทักษะด้านวิชาชีพ ฝีมือแรงงาน เพราะอย่างที่เราทราบกันดีว่าที่ผ่านมาการศึกษาของบ้านเรา มุ่งเน้นด้านเรียนจบให้ได้ใบปริญญาเป็นใบเบิกทาง บางสาขาวิชาควรปรับปรุงหลักสูตรให้ทันสมัย และรองรับกับความต้องการตลาดแรงงาน ซึ่งมีผลสำรวจข้อมูลจากกรมแรงงานระบุว่า ประชากรวัยทำงานถึง 32% ที่จบการศึกษามา ทำงานต่ำกว่าวุฒิ มีคนจบปริญญาตรีแล้วว่างงานประมาณ 30% ในขณะที่ภาคธุรกิจในพื้นที่ 3 จังหวัดอีอีซี กลับขาดแคลนแรงงานฝีมือประเภท “ช่าง” จำนวนมาก 

 

ดังนั้นอาชีวศึกษาจึงเป็นคำตอบของต้องการแรงงานอีอีซี ซึ่งอย่างที่เกริ่นนำไปข้างต้นว่า ประเทศไทยเราจะเติบโตอย่างก้าวกระโดด การก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ เช่น รถไฟความเร็วสูง รถไฟรางคู่ อุตสาหกรรมท่าเรือ อุตสาหกรรมการบิน เหล่านี้ต่างต้องการบุคลากรเฉพาะทางจำนวนมาก ที่เป็นแรงงานไทย

อย่างไรก็ตาม หลายคนอาจวาดภาพอีอีซีเป็นแหล่งจ้างงานชั้นยอดที่จะรองรับตลาดแรงงานไทยได้อย่างมหาศาล มีค่าแรงราคาสูง แต่ก็มีข้อพึงระวังว่าอาจไม่ง่ายเช่นนั้น เนื่องจากอุตสาหกรรมที่จะเข้ามาล้วนเป็นเรื่องของเทคโนโลยีสมัยใหม่ ที่ต้องการแรงงานมีฝีมือ และการที่ พ.ร.บ.อีอีซี นั้นจูงใจนักลงทุนด้วยการเปิดให้สามารถนำแรงงานมีฝีมือต่างชาติเข้ามาได้ แม้จะเป็นการสนับสนุนการเรียนรู้งานของคนไทย แต่ตำแหน่งงานก็ลดลงไปด้วยเช่นกัน และไม่เพียงการแก่งแย่งงานกับคน เทคโนโลยีสมัยใหม่เองก็ลดทอนแรงงานคนไปมหาศาล

สิ่งเหล่านี้กำลังจะมาลบภาพของ “สาวโรงงาน” ที่ใช้แรงแลกเงิน ออกไป ซึ่งคนไทยอาจต้องเริ่มตระหนัก ปรับตัว และเปลี่ยนทัศนคติด้านการศึกษาเพื่อรับความเปลี่ยนแปลงที่กำลังเกิดขึ้น