9 ปมร้อนห้างดังติดสนามบิน


หากใครติดตามข่าวปมห้างใกล้เขตสนามบิน หรือถ้าหากใครผ่านระหว่างถนนเส้นสนามบินสุวรรณภูมิสู่ถนนบางนาตราด ก็จะเห็นว่ามีห้างที่กำลังอยู่ระหว่างการสร้าง ซึ่งก็คือบิ๊กโปรเจกต็ ถือว่ายิ่งใหญ่ไม่ธรรมดา โครงการเซ็นทรัล วิลเลจ” ซึ่งอยู่ใกล้กับสนามบินสุวรรณภูมิมากและตอนนี้ก็ยังมีปมหลายอย่างที่ยังต้องเคลียร์ให้ได้ว่าทำผิดกฏหมายหรือไม่ มีบทความอยู่ที่นึงได้เขียนเรื่องนี้ไว้ได้อย่างน่าสนใจ จากสำนักข่าวบ้านเมือง ลองอ่านบทความกันแล้วลองติดตามข่าวนี้กันต่อไปว่าจะเป็นอย่างไร



หลายเรื่องยังไม่ได้ข้อยุติ หลายเรื่องยังไม่เคลียร์ ไม่ว่าปมปัญหา รุกล้ำที่ดินสาธารณะหรือไม่ , ถมดินทับลำรางสาธารณะหรือไม่ , ปลูกสร้างในพื้นที่สีเขียว (ประเภทชนบทและเกษตรกรรม) ที่ไม่อนุญาตให้สร้างโรงแรมและสิ่งก่อสร้างขนาดใหญ่หรือไม่ , ก่อสร้างในพื้นที่ดินตาบอดโดยไม่สามารถออกจากโครงการสู่ทางหลวงหรือไม่ , ก่อสร้างภายในเขตปลอดภัยในการเดินอากาศหรือไม่ , บริษัทผู้รับเหมาก่อสร้างสามารถขออนุญาตก่อสร้างแทนเจ้าของโครงการได้หรือไม่ , กฎหมายการก่อสร้างกำหนดพื้นที่ตาบอดได้เพียง 200 ตารางเมตร แต่ออกใบอนุญาต 2,000 ตารางเมตรได้หรือไม่ , การแบ่งสัญญาขอใบอนุญาตก่อสร้าง 2,000 ตาราเมตร ครอบคลุม 40,000 ตารางเมตร ภายใต้โครงการเดียวกัน ทำได้หรือไม่ , มีการรุกล้ำแนวเขตที่ราชพัสดุ ทางหลวงหมายเลข 370 หรือไม่ 


เปิดดูหนังสือหน่วยงานที่สอบถามกันไป-มาเกี่ยวกับปมปัญหาเรื่องเหล่านี้ “ตาพญา” อ่านแล้วมันเกี่ยวพันกับ เอกชน รัฐวิสาหกิจ และส่วนราชการต่างๆหลายส่วน ไม่ว่า บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. , สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) , กรมท่าอากาศยาน (ทย.) , อตบ.บางโฉลง จ.สมุทรปราการ , ที่ดินราชพัสดุ กรมธนารักษ์ , แขวงทางหลวงสมุทรปราการ สังกัดกรมทางหลวง , สำนักงานที่ดิน จ.สมุทรปราการ สาขาบางพลี และบริษัท เซ็นทรัลพัฒนาฯ “ตาพญา” ไม่รู้อนาคตข้างหน้าจะมีหน่วยงานไหนโผล่เพิ่มมาอีกหรือไม่ และจะมีใครต้องเข้ามาร่วมเผชิญวิบากกรรมตามมาด้วยอีก

เอาล่ะ ไม่ว่าข้อสรุปแต่ละส่วนงานที่เกี่ยวข้องจะเป็นยังไง แต่หลังมีปัญหาเกิดขึ้น บมจ.ท่าอากาศยานไทย ในฐานะเจ้าของพื้นที่และมีส่วนเกี่ยวข้องโดยตรง ได้ทำหนังสือด่วนที่สุด 3 ฉบับ ถึง 3 หน่วยงาน คือ ฉบับที่ 1 เลขที่ ทอท.9433/2562 ลงวันที่ 27 มิถุนายน 2562 ถึง นายกอบต.บางโฉลง อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ ขอให้ตรวจสอบว่า บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) ได้ก่อสร้าง โครงการศูนย์การค้าเซ็นทรัล วิลเลจ ในพื้นที่สีเขียวหรือไม่

ฉบับที่ 2 เลขที่ ทอท. 9434 /2562 วันที่ 27 มิถุนายน 2562 ถึง “ผู้อำนวยการสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย” เรื่องการก่อสร้างอาคารในเขตปลอดภัยในการเดินอากาศ ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ โดยระบุว่า บริษัทเซ็นทรัลพัฒนาฯสร้างอาคารรุกลํ้าพื้นที่ราชพัสดุ ซึ่ง กรมธนารักษ์ มอบให้ ทอท. ใช้ประโยชน์ในกิจการท่าอากาศยาน โดยระหนังสือระบุด้วยว่า อาคารที่สร้างอาจมีปัญหาต่อความปลอดภัยด้านการบิน เพราะห่างจากหัวทางวิ่ง ในสนามบินสุวรรณภูมิ (01R) ไปทางทิศใต้ 2,000 เมตร ตั้งฉากไปในทางทิศตะวันตก 440 เมตร มีการนำทาวเวอร์เครน มาใช้ในงานก่อสร้างที่อาจกระทบต่อความปลอดภัยในการบิน จึงแจ้งให้สำนักการบินพลเรือนแห่งประเทศไทยพิจารณาดำเนินการต่อไป

และ หนังสือด่วนที่สุด ฉบับที่ 3 ลงเลขที่ ทอท. 9432/2562 วันที่ 27 มิถุนายน 2562 ถึง “อธิบดีกรมธนารักษ์”เรื่องขอดำเนินการกรณี บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) สร้างสิ่งปลูกสร้างรุกลํ้าที่ราชพัสดุ หลังพบว่าบริษัท เซ็นทรัลฯ ได้ทำทางเชื่อมเพื่อเป็นทางเข้า-ออกของโครงการ บริเวณถนนเชื่อมระหว่างถนนมอเตอร์เวย์ และถนนบางนา-ตราด ซึ่ง ทอท. ผู้ครอบครองพื้นที่ไม่อนุญาตให้ทำ ซึ่งการทำทางเชื่อมอาจทำให้เกิดปัญหาและอุปสรรคต่อการสร้างระบบสาธารณูปโภคในช่วงการพัฒนาท่าอากาศยานสุวรรณภูมิระยะถัดไป เช่น การก่อสร้างระบบสายส่งไฟฟ้าแรงสูง 115 kv นอกจากนี้ การพัฒนาท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ยังอยู่ในโครงการพัฒนา ระยะที่ 2 หากในอนาคตมีการพัฒนาเต็มรูปแบบ การจราจรในบริเวณทางเข้า-ออกทางทิศใต้ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ จะทำให้มีปัญหาปริมาณการจราจรเพิ่มมากขึ้นด้วย

ที่ “ตาพญา” เห็นชัดเจนมากกว่านั้น คือทาง ทอท.ได้ยืนยันแล้วว่า ทางหลวงหมายเลข 370 เป็นพื้นที่พัสดุ ในความครอบครองของกรมท่าอากาศยาน และ มอบให้ ทอท.ใช้ประโยชน์อันเกี่ยวกับสนามบินสุวรรณภูมิเท่านั้น และสอดคล้องกับความเห็นของ คณะกรรมการกฤษฎีกา (คณะที่ 7) ระบุว่าจะนำถนนดังกล่าวไปใช้ประโยชน์อย่างอื่นๆไม่ได้ และ ทอท.ยืนยัน ไม่อนุญาตให้บริษัทเซ็นทรัลฯ ใช้พื้นที่ด้วย 3 เหตุผลหลัก 1.ที่ดินดังกล่าวได้มาจากกฎหมายว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ การใช้ประโยชน์พื้นที่ ย่อมต้องมีพันธะที่จะต้องใช้ที่ดินที่ได้มาจากการเวนคืนตามวัตถุประสงค์ของการเวนคืนตลอดไป 2.ปัจจุบันการพัฒนาศักยภาพสนามบินของ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (ทสภ.) ยังอยู่ในโครงการพัฒนา ทสภ.ระยะที่ 2 ซึ่งยังพัฒนาไม่สมบูรณ์ตามแผนการพัฒนา ทสภ. หากในอนาคตมีการพัฒนาพื้นที่ Full Phase แล้ว การจราจรในบริเวณทางเข้า-ออกหลัก ด้านทิศใต้ของ ทสภ. จะมีปริมาณการจราจรที่หนาแน่นกว่าในปัจจุบัน และ 3.การทำทางเชื่อมอาจทำให้เกิดปัญหาและอุปสรรคต่อการก่อสร้างระบบสาธารณูปโภคในช่วงการพัฒนา ทสภ. ระยะถัดไป เช่น การก่อสร้างระบบสายส่งไฟฟ้าแรงสูง 115 kv ที่มีแนวก่อสร้างตามแนวทางหลวงหมายเลข 370 และ 34

เอาล่ะ เมื่อผีมาถึงป่าช้าแล้ว ยังไงก็ต้องเผา เมื่อ “ลักซูรี่เอาท์เล็ต” โครงการ 5 พันล้าน ก่อสร้างแล้วเสร็จยังไงก็ต้องเปิด ส่วนสารพัดปัญหาร้องเรียนจะจบลงก่อนหรือไม่ หรือไม่จบลงอย่างไร มันก็ต้องไปว่ากันเอาดาบหน้า แต่บรรทัดนี้ “ตาพญา” อยากฝากเตือนถึงหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง ขอให้ยึดปฏิบัติตามข้อกฎหมายอย่างซื่อสัตย์สุจริต ปฏิบัติตามอำนาจหน้าที่ของตัวเองอย่างรอบคอบ เพราะจะเป็น “เกราะ” ป้องกันตัวได้ดีที่สุด อย่าได้มีการซิกแซกกฎหมายแลกรับผลประโยชน์ หรือ เลี่ยงบาลีทางกฎหมายเพื่อช่วยเหลือเอกชน เพราะมันสุ่มเสี่ยงผิดกฎหมายหลายข้อหากผิดพลาดไปจะกลายเป็นคดีความตามหลอกหลอนไปตลอดชีวิต ประสา “ตาพญา” เห็นตัวอย่างมาก็เยอะแล้ว ไม่ว่า คดีทุจริตโครงการบ่อบำบัดน้ำเสียคลองด่าน คดีทุจริตรถดับเพลิง คดีทุจริตจำนำข้าว คดีเงินทอนวัด ฯลฯ มี “ข้าราชการ” และ “เจ้าหน้าที่รัฐ” ต้องตกเป็นจำเลยถูกลากเข้าไปติดคุกติดตารางกันหลายคน หลายคนต้องหนีออกนอกประเทศ เป็นอุทาหรณ์ให้ “ข้าราชการ” และ “เจ้าหน้าที่รัฐ” ควรพึงสังวรณ์อย่างที่สุด


จะเห็นได้ชัดเลยว่ายังมีหลายอย่างที่ยังค้างคาอยู่ว่าผิดหรือไม่ แต่ห้างนั้นตอนนี้ก็ยังคงก่อสร้างต่อไป และข่าวว่าจะเปิดให้ได้ภายในปี 2019 นี้เลยต้องช่วยกันตามครับ


https://www.banmuang.co.th/news/politic/157870