เทียบกันชัดๆ รถไฟความเร็วสูง VS เครื่องบิน แบบไหนใช้เวลาน้อยกว่ากัน ?

ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาด ปี 2566 คนไทยก็คงมีโอกาสได้นั่งรถไฟความเร็วสูงกันซะที หลังจากมีโครงการจะสร้างมาหลายรัฐบาล แต่ก็ต้องพับโครงการเก็บไป ทั้งที่ประโยชน์ของรถไฟความเร็วสูงนั้นนอกจากจะอำนวยความสะดวกในการเดินทางแล้ว ยังช่วยกระจายความเจริญไปยังพื้นที่ห่างไกล ตลอดระยะทางที่รถไฟวิ่งผ่าน ซึ่งเมื่อวานนี้ มีโอกาสได้นั่งดูคลิปวิดีโอที่ชาวต่างชาติกลุ่มนึง ทำการพิสูจน์ เปรียบเทียบช่วงเวลาการเดินทาง ระหว่างเครื่องบิน กับ รถไฟความเร็วสูง ว่าใครจะถึงก่อนกัน?

โดยเค้าเริ่มนับจากสตาร์ทจุดเดียวกัน จากพระราชวัง Buckingham กรุงลอนดอน ไปยังหอไอเฟล เมืองปารีส ซึ่งถ้าเป็นการเดินทางโดยรถยนต์ จะวัดระยะทางได้ 466 กิโลเมตร ใช้เวลาประมาณ 6 ชั่วโมง ซึ่งการเดินทางแบบไหนจะใช้เวลาน้อยกว่ากัน อยากให้ทุกคนร่วมลุ้นไปพร้อมๆกัน




สรุปการแข่งขันเทียบความเร็วและราคาครั้งนี้

 

หากใครไม่อยากดูคลิปจนจบ ... เรามาเฉลยให้ค่ะ สรุปแล้วการเดินทางด้วยเครื่องบินใช้เวลาน้อยกว่าการเดินทางด้วยรถไฟไปเพียง 6 นาทีเท่านั้น !!! แต่หากมาเทียบ ค่าใช้จ่ายที่ใช้ไปตลอดระยะเวลาการเดินทาง พบว่า ราคาต่างกันร่วม 3,000 บาท (คิดเป็นเงินไทย)

นั่งเครื่องบินใช้เงินประมาณ 8,000 บาท รถไฟความเร็วสูง 5,000 บาท

แม้ว่าการเดินทางทั้ง 2 แบบ ใช้เวลาต่างกันไม่มากนักแต่ค่าใช้จ่ายในการเดินทางและความสะดวกสบายนั้น ต้องยอมรับว่า รถไฟความเร็วสูงกินขาด เคยมีข้อมูลจากผลงานวิจัยหลายสถาบันพบว่า หากเป็นการเดินทางที่มีระยะมากกว่า 800 กิโลเมตร การเดินทางด้วยเครื่องบินจะคุ้มค่าที่สุด ระยะทาง 200-300 กิโลเมตร เดินทางด้วยรถไฟความเร็วสูงคุ้มค่าที่สุด และระยะทางต่ำกว่า 200 กิโลเมตร เดินทางด้วยรถยนต์ หรือรถไฟธรรมดาคุ้มค่าที่สุด

 

อย่างที่บอกไปข้างต้นแล้วว่ารถไฟความเร็วสูงจะใช้เวลาน้อยกว่าเครื่องบินแล้วยัง “สะดวกสบายกว่า” ด้วยเพราะเราสามารถเปิดมือถือคุยโทรศัพท์ได้ ทำงานผ่าน Notebook ได้ และยังสามารถชมวิวทิวทัศน์ 2 ข้างทางอย่างรื่นรมย์ได้อีกด้วย ส่วนเหตุผล “ปลอดภัยกว่า” จากสถิติระดับสากลที่ถูกบันทึกไว้พบว่า รถไฟความเร็วสูงเกิดอุบัติเหตุน้อยครั้งกว่าเครื่องบิน




ขอบคุณคลิปวิดีโอ The Points Guy UK, True4U News Online