มุมมองของคนธรรมดา กับเรื่องสัมปทานดิวตี้ฟรีที่คิงเพาเวอร์ได้ไปครอบครอง

สำหรับการประมูลสัมปทานดิวตี้ฟรีที่ผ่านมา ทั้งของ ทอท. และสนามบินภูมิภาคที่ผ่านมา เราเป็นคนนึ่งที่ติดตามเรื่องนี้มาโดยตลอด ตั้งแต่ยังไม่มีการเลือกตั้ง จนเลือกตั้งเสร็จ

           ก่อนหน้านี้สงครามดิวตี้ฟรีดุเดือดมากนะ เพราะคู่แข่งที่เป็นต่างชาติอย่างล็อตเต้ก็ไม่ได้ธรรมดาเลย มีดีกรีดีงามจากเกาหลีแต่จะมาทำดิวตี้ฟรีในไทย แต่ก็แปลกในที่คราวนี้กลับไม่เห็นล็อตเต้เข้าร่วมประมูลเหมือนที่เคยคาดการณ์ไว้แต่อย่างใด

จากนั้นก็มีห้างใหญ่อย่าง เซ็นทรัล ที่ดูมีแนวโน้มว่าจะเข้าร่วมประมูลดิวตี้ฟรีครั้งนี้เหมือนกัน แต่สุดท้ายก็ตกม้าตายเรื่องของทางเทคนิค (ซึ่งจริงๆ แล้วไม่ควรพลาดนะระดับเซ็นทรัลเนี่ย) เลยชวดโอกาสในการเข้าร่วมประมูลดิวตี้ฟรี

แต่เป็นที่น่าสังเกตว่า ผู้เข้าร่วมดิวตี้ฟรีในครั้งนี้ถ้าไม่นับคิงเพาเวอร์ ก็จะเป็นการร่วมทุนระหว่างไทยและต่างประเทศหมดเลย บางประเทศก็มีข่าวเสื่อมเสียในเรื่องของหุ้น ซึ่งมันดูทิศทางแล้วน่าสนุกสนานมากสำหรับผู้ที่ติดตามประเด็นนี้อย่างเรา

           การร่วมทุนระหว่างบริษัทคนไทยและต่างชาติก็อาจจะเป็นเรื่องที่ดี จะได้มีโอกาสทำอะไรใหม่ๆ บ้าง แต่อีกแนวคิดนึงก็คือ ประเทศเราเป็นประเทศท่องเที่ยวถ้าบริษัทที่ได้สัมปทานเป็นของคนไทยแท้ๆ น่าจะรู้สึกดีกว่าที่ดิวตี้ฟรีเป็นของต่างชาติ

แต่ก็แอบลุ้นนิดหน่อยว่าถ้ามีการพลิกโผจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง แต่สุดท้ายเมื่อมีการประกาศผลคิงเพาเวอร์ก็คว้าสัมปทานไปตามดั่งที่คาดคิด

           จากนั้นก็มีกระแสเข้ามามากมายยิ่งช่วงนี้มีการเมืองที่ระอุร้อนแรงเลยทำให้การเชื่อมโยงโปรเจคต์ใหญ่ๆชาติถูกเชื่อมโยงกันได้มากขึ้น  ซึ่งนั่นคือธรรมชาติมากๆ ที่ไม่สามารถแยกออกจากกันได้หรอก แต่ในเมื่อคิงเพาเวอร์ได้สัมปทานดิวตี้ฟรีมาแล้ว แล้วยังไงต่อดีหล่ะ

           คิงเพาเวอร์ได้สัมปทานมาด้วยวิธีการประมูลซึ่งแน่นอนมันไม่ใช่การผูกขาดอยู่แล้ว และดูเหมือนว่าคราวนี้คิงเพาเวอร์ก็จะสู้ยิบตาเหมือนกัน ด้วยการเสนอค่าตอบแทนให้กับ ทอท. สูงขึ้น สูงมากกว่าที่เคยได้ให้มา

           ส่วนตัวเราแล้วที่ผ่านมาคิงเพาเวอร์ก็ทำได้ไม่เลวนะ การตอบแทน ทอท. ได้ตามที่ให้สัญญาไว้ ก็คือว่าเป็นตัวชี้วัดที่ดีนอกจากนี้ก็มีในส่วนของ CSR ที่บริจาคเด่นชัดที่สุดก็ต้องที่ให้ 100 ล้านกับโครงการก้าวคนละก้าว จากเบตงสู่แม่สาย 

           และเท่าที่เคยผ่านหูผ่านตามาก่อนก็เป็น CSR สายกีฬา โครงการฟอกซ์ฮันท์ ที่นำเด็กๆ เก่งกีฬาฟุตบอลมาเข้าโครงการฝึกถึงอังกฤษ แต่ที่เรารู้สึกโอเคสุดๆ คือครั้งหนึ่งเคยไปดิวตี้ฟรีคิงเพาเวอร์แล้วเห็นการนำผ้าครามที่เป็นของโอท็อปมาทำเป็นของที่ระลึกของสโมสรฟุตบอลเลสเตอร์ซิตี้ คือสวยมาก ไปจับมาแล้วกับมือ ดูอินเตอร์ได้แบบไม่น้อยหน้าใคร