ยี้ห้อย ใช้กลไกลรัฐ-ใต้ดิน ขยี้เสื้อแดงเร่งปิดเกมขยายแนวร่วมภูธร-จับตาตุลาฯเดือด

"เนวิน" สั่งเด็ดปีกเสื้อแดงเดินหน้าใช้พลังกดดันเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นตัดตอนคนเสื้อแดงเคลื่อนพลเข้ากรุง ฟากคนเสื้อแดงปรับหมากแยกกันเดินร่วมกันตีตามเป้าหมายเดิม หวังรักษาแนวร่วมสายหลัก ผลักกลุ่มไม่เอาเจ้าอยู่วงนอก พร้อมเคลื่อนไหวเต็มที่ก.ย.- ต.ค.นี้เชื่อเงื่อนไขเพียบ ผสานกับการเร่งสร้างมวลชนในพื้นที่ วงในรัฐบาลเชื่องานนี้ปั่นกระแสไม่ขึ้น "สยามสามัคคี" พร้อมชนทุกเมื่อหากดึงฟ้าต่ำ...


       แม้ว่าการชุมนุมของคนเสื้อแดงที่นำโดย 3 เกลอได้มีการสั่งเลื่อนการชุมนุมใหญ่จากวันที่ 30 สิงหาคม 52ไปเป็นวันที่ 5 กันยายน เนื่องจากติดเงื่อนไขสำคัญภายหลังที่รัฐบาลประกาศใช้ พระราชบัญญัติความมั่นคงภายในราชอาณาจักรจนเป็นเหตุให้การเคลื่อนไหวของคนเสื้อแดงลำบากมากขึ้น
       
       รวมถึงในฝั่งของคนเสื้อแดงเอง ที่ดูเสมือนว่ามีความขัดแย้งกันระหว่างกลุ่มหลักของคนเสื้อแดงที่นำโดย 3 เกลอและแกนนำคนสำคัญอย่างจักรภพ เพ็ญแข สุรชัย ด่านวัฒนานุสรณ์ และใจ อึ๊งภากรณ์ ที่แยกตัวออกมาจัดตั้งกลุ่มในนาม "สยามแดง" หรือกลุ่มคนรักอุดรของ ขวัญชัย ไพรพนา ที่เปลี่ยนบทบาทมาเล่นบทผู้นำในพื้นที่มากกว่าการเป็นตัวประกอบให้กับ 3 เกลอในกรุงเทพรวมถึงกลุ่มอื่นๆที่พยายามสร้างบทบาทกันเต็มที่


Red shirt violence Thailand  
       
       แม้ว่าภาพที่ออกมาจะดูคล้ายแนวร่วมคนเสื้อแดงสายต่าง ๆ มีความแตกแยกเกิดขึ้น แต่แกนนำของกลุ่มแนวร่วมหาประชาชนอย่างประชา ประสพดี ส.ส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย ยังเชื่อว่ามีการปรับเปลี่ยนยุทธศาตร์ในผู้นำระดับสูงหรือมันสมองที่ทำหน้าที่ขับเคลื่อนมวลชนเสื้อแดงอย่างแท้จริง
       
       "เชื่อว่า การแยกตัวน่าจะเป็นหนึ่งในยุทธศาสตร์ที่ระดับวางแผนได้วางไว้ และกิจกรรมทางการเมืองอื่นๆที่แต่ละกลุ่มได้ทำจะยังคงมีต่อไป เพราะเท่าที่เป็นอยู่ภาพของทหารที่ตรึงพื้นที่โดยรอบซึ่งมาจากการพ.ร.บ.ความมั่นคงก็ทำให้มุมมองของประเทศเสียไป"
       
       ดังนั้น เขาชี้ว่าภาพรวมที่มีการแยกตัวกันนั้น ดังกรณีของจักรภพ จึงเป็นการแยกตัวเพื่อดำเนินกิจกรรมที่แต่ละกลุ่มได้วางไว้มากว่าอาทิ กลุ่ม คนเสื้อแดงก็จะจัดการชุมนุมในวันสำคัญต่อไปตามที่ได้ประกาศไว้ ขณะที่กลุ่มมหาประชาชนของ ประชาเอง ก็ยังคงเดินแผนการทำประชาพิจารณ์รัฐบาลเช่นเดิม ขณะที่กลุ่มอื่นๆก็ยังคงเดินหน้าในแผนจัดโรงเรียนการเมืองเพื่ออบรมแกนนำในภูมิภาคเพื่อสร้างแนวร่วมในระยาวต่อไป
       
    
       
       สอดคล้องกับที่ สมชาย แสวงการ ส.ว.สรรหา และแกนนำกลุ่มสยามสามัคคีที่ยังคงประเมินว่าการเดินเกมของคนเสื้อแดงยังคงดำเนินการต่อไป เนื่องจากยังไม่บรรลุผลตามที่ได้วางไว้
       
       แน่นอนว่ามวลชนสายหลักที่นำโดยกลุ่ม 3 เกลอนั้นมีการวางยุทธศาสตร์ที่ผิดพลาดจนทำให้สูญเสียแนวร่วมบางส่วนจากการยื่นถวายฎีกาของคนเสื้อแดง ดังนั้นมือวางยุทธศาตร์ของคนเสื้อแดงจำเป็นต้องเปลี่ยนกลยุทธ์ โดยมีความพยายามในการรักษาจุดร่วมสำคัญของมวลชนที่ยังคงรักและเคารพสถาบันเพื่อนำไปสู่เป้าหมายในการนำพ.ต.ท.ทักษิณกลับมาสู่ความยิ่งใหญ่อีกครั้ง
       
       การแยกตัวของคนเสื้อแดงบางส่วนจึงเป็นเพียงการลบภาพของแกนนำและการกระทำที่มวลชนส่วนใหญ่รับไม่ได้ออกไป เสมือนการตัดเนื้อร้ายทิ้งเพื่อรักษาเป้าหมายรวมต่อไปนั่นเอง รวมถึงมวลชนกลุ่มต่างๆที่เข้าร่วมในครั้งนี้ล้วนมีจุดประสงค์ในการเข้าร่วมต่างกัน โดยกลุ่มคนรักอุดรและเชียงใหม่ 51 จึงเป็นกลุ่มที่นิยมในตัวอดีตนายกและหวังให้อดีตนายกฯกลับมาครองอำนาจอีกครั้ง
       
       ขณะที่บางกลุ่มก็ยังคงเน้นในการจัดม็อบเพื่อความอยู่รอด เช่น กลุ่มคนเสื้อแดงของ 3 เกลอ เป็นต้น ทว่า กลุ่มที่ค่อนข้างน่ากลัวก็คือกลุ่มสยามแดงที่มีเป้าหมายมากกว่าการช่วยอดีตนายกฯ โดยมีเป้าหมายในการล้มล้างสถาบันสูงสุดซึ่งค่อนข้างอันตราย จำเป็นต้องจำกัดการเคลื่อนไหวในภาพรวมให้น้อยที่สุดซึ่งเชื่อว่ามือยุทธศาสตร์ของคนเสื้อแดงย่อมทราบถึงจุดอ่อนนี้เป็นอย่างดี


       
       "การแบ่งแยกกันก็เพื่อ แยกกันเดินร่วมกันตี เพราะเป็นการยากที่จะแตกกันอย่างชัดเจน ที่สำคัญน่าจะเป็นการปรับหมากเพราะการดึงสถาบันเข้ามาเกี่ยวข้องยิ่งทำให้แนวร่วมคนเสื้อแดงลดน้อยลง"
       
       ดังนั้น ภาพภายนอกที่ดูเสมือนว่ามีความแตกแยกกันของคนเสื้อแดงนั้น จึงยังไม่อาจนอนใจได้ว่า นี่คือ การแตกกันเพราะจุดร่วมส่วนใหญ่ยังเหมือนกัน และเมื่อใดก็ตาม ที่มีการเคลื่อนไหวในลักษณะสุ่มเสี่ยงต่อสถาบันกลุ่มสยามสามัคคีจะเป็นกลุ่มแรกที่ออกมาเผชิญหน้าและหากเคลื่อนไหวในการแก้รัฐธรรมนูญอย่างไม่เหมาะสม กลุ่ม 40 ส.ว.จะทำหน้าที่กดดันและต่อต้านในทันที