จิรเดช คชรัตน์ รองผบ.ทบ.ยุคคมช ตาสว่าง เข้าพรรคเพื่อไทย

อดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย ร่วมให้การต้อนรับพร้อมแถลงข่าวเปิดตัวพล.อ.จิรเดช คชรัตน์ อดีตรองผบ.ทบ.ในยุคคมช.และอดีตแม่ทัพภาคที่ 3 เข้าเป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทย

โดยนายยงยุทธ กล่าวว่า ช่วงเวลานี้ พรรคเพื่อไทยเป็นบ้านที่ลงหลักปักฐานมั่นคง ใครมาอยู่อาศัยก็รู้สึกอบอุ่น มั่นคงและเป็นเจ้าของบ้านคนหนึ่งไม่ใช่แค่ผู้อยู่อาศัย โดยพรรคเพื่อไทยรู้สึกเป็นเกียรติและภาคภูมิใจที่พล.อ.จิรเดชมาร่วมงาน ทั้งนี้ขอยืนยันว่าพรรคเพื่อไทยรักชาติ รักสถาบัน ไม่มีใครคิดทรยศต่อชาติแม้ผงธุลีเดียว และยืนยันว่าท่านผู้เข้ามาร่วมงานพรรคเพื่อไทยไม่ใช่ผู้ทรยศต่อชาติ

จากนั้นพล.อ.จิรเดช กล่าวเปิดใจว่า เหตุผลของการเข้าสู่การเมือง เพราะคิดว่า 30 ปีที่รับราชการมานั้นยาวนานพอสมควร ในช่วงที่คนไทยใช้กำลังต่อสู้กันเอง เพราะขัดแย้งทางอุดมการณ์ ตนก็เริ่มชีวิตราชการพอดี แต่สุดท้ายก็จบลงด้วยการให้อภัยกัน และเมื่อทหารเข้ามาเกี่ยวข้องทางการเมืองก็ได้รู้ได้เห็นหลายครั้ง จนเมื่อเกษียณอายุราชการได้มีโอกาสพบปะแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับเพื่อนฝูง จากพรรคเพื่อไทยหลายคน แต่การพูดคุยกันอยู่เพียงข้างนอกก็ช่วยอะไรไมได้ จึงตัดสินใจเข้าสู่การเมืองเพราะอยากได้ใช้ประสบการณ์เข้ามาช่วยเหลือบ้านเมือง สำหรับเหตุผลที่เลือกพรคเพื่อไทย เนื่องจากมีเพื่อนสนิทและผู้หลักผู้ใหญ่อยู่ในพรรคเพื่อไทยหลายคน และได้สัมผัสว่าประชาชนให้การยอมรับนโยบายและพรรคสามารถนำไปปฏิบัติได้จริง ทำให้ประชาชนอยู่ดีกินดีมากขึ้น อีกทั้งญาติพี่น้องของตนส่วนใหญ่ก็อยากให้ร่วมงานกับพรรคเพื่อไทยและจะนำความรู้ความสามารถมาทำประโยชน์ให้ดีที่สุด

“การที่ผมเป็นทหารที่อยู่ในเหตุการณ์มาโดยตลอดคงจะเป็นประโยชน์ ผมจะนำความรู้สึกของทหารมาแลกเปลี่ยนสร้างความเข้าใจกับสมาชิกพรรคเพื่อไทย และจะนำสิ่งที่ได้สัมผัสจากพรรคเพื่อไทยไปพูดคุยกับน้องๆ ทหารที่ยังรับราชการอยู่ให้เขาได้เข้าใจ เพื่อเป็นประโยชน์ในการสร้างความสมานฉันท์ เรื่องความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์นั้น ผมยืนยันว่าผมมีความจงรักภักดี ชีวิตการทำงานของผมมีภารกิจเกี่ยวกับสถาบันมาโดยตลอด”พล.อ.จิรเดชกล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่า การอยู่ร่วมคณะปฏิวัติและมาสมัครเป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทย เหมือนกับว่าได้กลับลำ 180 องศา พล.อ.จิรเดช กล่าวว่า ช่วงนั้นตนรับราชการเป็นรองแม่ทัพน้อย ไม่ได้เป็นผู้นำปฏิวัติ เมื่อเป็นข้าราชการทหารก็ต้องปฏิบัติตามคำสั่ง เพื่อให้เกิดความสงบเรียบร้อย

"จิรเดช" ชิ่ง "แค่ถึงจิ๋ว-ไม่ถึงผม"

ผู้สื่อข่าวถามว่า คำพูดที่พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษฝากถึงพล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตนายกรัฐมนตรี จะกระทบถึงตัวท่านด้วยหรือไม่ พล.อ.จิรเดช กล่าวว่า “ถึงแค่ท่าน ไม่ถึงผม”

เมื่อถามว่า ที่บอกว่าต้องการสร้างความเข้าใจระหว่างทหารและพรรคเพื่อไทยนั้น หมายถึงเรื่องใด พล.อ.จิรเดช กล่าวว่า ทหารบางคนก็อาจจะไม่เข้าใจและต้องการคำอธิบาย เพราะบางเรื่องเมื่อได้รับฟังต่อๆกันมาก็คิดว่าเป็นอย่างนั้นจริงๆ ตนก็อยากจะเป็นผู้ทำความเข้าใจ  

เมื่อถามย้ำว่า ทหารมองพรรคเพื่อไทยอย่างไร พล.อ.จิรเดช นิ่งไปสักพักก่อนตอบว่า บางครั้งก็มองว่าพรรคพื่อไทยเป็นพรรคที่หมิ่นเหม่ต่อบางเรื่อง ซึ่งไม่ได้หมายถึงนโยบายพรรค แต่หมายถึงตัวบุคคลหรือสมาชิกที่เกี่ยวข้อง ซึ่งตนก็อยากจะช่วยทำความเข้าใจ

เมื่อถามว่า ก่อนตัดสินใจได้ปรึกษาพล.อ.สพรั่ง กัลยาณมิตร อดีตผู้ช่วยเลขาธิการคมช.และอดีตแม่ทัพภาคที่ 3 ซึ่งเคยเป็นผู้บังคับบัญชาก่อนหรือไม่ พล.ท.จิรเดช กล่าวว่า ได้พูดคุยสอบถามสารทุกข์ทั่วไปบ้าง ไม่ได้มีการพูดคุยกันในเรื่องดังกล่าว และยังไม่ได้พูดคุยกับพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี

"เพื่อนแม้ว" เปิดตัวร่วมงาน ยันไม่ได้ทรยศต่อชาติบ้านเมือง

ต่อมาในเวลา 10.30 น. คณะผู้บริหารพรรคเพื่อไทยได้เปิดแถลงเปิดตัวนายวิเชียร รัตนะพีระพงศ์ อดีตอธิบดีกรมที่ดิน และพล.ต.ต.ธวัช บุญเฟื่อง อดีตรองผู้บัญชาการภูธรภาค 8 เพื่อนร่วมรุ่น ตท.10 ของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เข้าเป็นสมาชิกพรรค

ทั้งนี้พล.ต.ต.ธวัช กล่าวว่า ตนเป็นคนใต้แต่กำเนิด แต่ไม่ยอมรับการทำงานของพรรคประชาธิปัตย์มาตลอด ดังนั้นจึงเลือกมาสมัครพรรคเพื่อไทยเพื่อทำงานให้บ้านเมือง และยืนยันว่าไม่ได้ทรยศชาติบ้านเมืองแต่รักชาติ โดยเฉพาะตนได้ยึดสภาบันพระมหากษัตริย์เป็นสถาบันอันสูงสุดตลอดไป อย่างไรก็ตามตนจะเป็นหัวหอกในการทาบทามเพื่อนร่วมรุ่น ตท.10 ในสายตำรวจให้เข้ามาร่วมงานกับพรรคเพื่อไทย โดยจะใช้งานเลี้ยงเกษียณอายุราชการ ที่จะจัดขึ้นในวันที่ 17-18 ต.ค.นี้ ที่จ.กาญจนบุรี

"โฆษกพท." ฉะ "ป๋า" ควรทำตัวเป็นกลาง-ไม่ชี้นำ

นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย แถลงข่าวกรณีที่พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษฝากคนไปบอกพล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตนายกรัฐมนตรี ก่อนสมัครเป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทย ว่าจะทำอะไรขอให้คิดให้รอบคอบ ไตร่ตรองให้รอบคอบ ไม่อย่างนั้นจะกลายเป็นการกระทำที่ทรยศต่อชาติว่า ขอกราบเรียนไปยังผู้หลักผู้ใหญ่ในบ้านเมือง และคนที่มีตำแหน่งเป็นถึงประธานองคมนตรีโดยตามกฎหมายเป็นผู้ที่วิพากษ์วิจารณ์ทางการเมืองไม่ได้ แต่ภาพที่เห็นวันนี้ประกอบกับบุคคลที่ยืนเป็นวอลเปเปอร์อยู่เบื้องหลัง เป็นบุคคลทั้งที่เป็นอดีตผู้นำและผู้นำของกองทัพในปัจจุบัน ถือเป็นเรื่องที่ไม่เหมาะสม ซึ่งสิ่งนี้เป็นเรื่องที่สังคมประชาธิปไตยมีความกังวลจากการที่ระบอบประชาธิปไตยถูกแทรกแซง ดังนั้นผู้ใหญ่ในบ้านเมืองควรทำตัวเป็นกลางไม่ชี้นำทางการเมือง