(((ไพร่อุปทาน))) : ย้อนรอย "นายกฯ เทพฯ" กับ "10 มาตรฐาน" ในวันวานอดีต หน.พ ฝ่ายค้าน ตอนยังมีอาการ "กระสัน" ???

   

 

เตือนความจำ ‘มาร์ค’ ว่าแต่เขา...อิเหนาเป็นเอง!
โดย : สุรศักดิ์ อมรรัตนศักดิ์  (Tue, 2009-12-08 )

 

ตอนที่นาย “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” ขึ้นมาเป็นนายกรัฐมนตรีใหม่ๆ...  คนไทยจำนวนมากฝากความหวังไว้กับนายกรัฐมนตรีหนุ่มนักเรียนนอก รูปหล่อ และมีภาพลักษณ์ของความซื่อสัตย์คนนี้สูงมากแต่พอนานเข้าความหวังของคนไทยก็เริ่มริบหรี่เพราะการทำงานของนายกรัฐมนตรีคนนี้...  ไม่ว่าจะเป็นการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ การแก้ไขปัญหาความแตกแยกในบ้านเมืองไม่ได้เป็นไปตามที่คนไทยคาดหวังไว้เลยแม้แต่น้อยนอกจากนายกฯ คนนี้ก็ไม่สามารถแก้ปัญหาต่างๆ ของประเทศได้ซึ่งสอดคล้องกับคำกล่าวของ “พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร” ที่ว่า...  เป็นการปล่อยให้เด็ก 2 คน มาเล่นขายของเห็นได้ว่า...  ภาพตัวตนที่แท้จริงของนายกฯ คนนี้ก็ปรากฏออกมาให้คนไทยได้ประจักษ์ชัดเจนยิ่งขึ้นเชื่อว่าตอนที่ พ.ต.ท.ทักษิณ พูดเรื่องนี้ใหม่ๆ คนส่วนใหญ่ค่อนข้างจะไม่เห็นด้วย... 

 

แต่ปัจจุบันคนจำนวนไม่น้อยชักจะคล้อยตามคำพูดของ พ.ต.ท.ทักษิณ มากขึ้นทุกทีสาเหตุที่เป็นเช่นนี้ส่วนหนึ่งน่าจะเนื่องมาจาก “นายอภิสิทธิ์” ไม่ได้แสดงภาวะผู้นำให้เป็นที่ประจักษ์แต่กลับชอบทำตัวเป็นเด็กดื้อที่ไม่ยอมฟังใคร แม้แต่อดีตเลขาธิการนายกรัฐมนตรี (นายนิพนธ์ พร้อมพันธุ์) นอกจากภาวะผู้นำที่นายกรัฐมนตรีทุกคนควรจะต้องมี นายอภิสิทธิ์ยังฉายภาพความขัดแย้งในตัวออกมาให้เห็นเรื่อยๆโดยเฉพาะความขัดแย้งในตัวนายอภิสิทธิ์สมัยเป็นฝ่ายค้านกับรัฐบาลซึ่งมีไม่น้อยกว่า 10 ประการดังนี้

 

1. การยุบสภา
            สมัยเป็น “ฝ่ายค้าน” นายอภิสิทธิ์เคยเสนอให้นายสมัครยุบสภา...โดยบอกว่าเป็นการเสียสละเพื่อให้บ้านเมืองเกิดความสงบแต่พอนายอภิสิทธิ์มาเป็นนายกรัฐมนตรีนายอภิสิทธิ์กลับไม่ยอมยุบสภาทั้งๆที่มีกลุ่มเสื้อแดงเรือนแสนมาชุมนุมขับไล่หลายครั้งไม่ทราบว่า นายอภิสิทธิ์ยังจำคำพูดของตัวเองสมัยเป็นฝ่ายค้านได้ไหมตอนนั้นนายอภิสิทธิ์เคยพูดว่า หากมีคนมาชุมนุมขับไล่ตน ไม่ต้องมากมาย...  แค่ไม่กี่ร้อยคน ตนก็จะลาออกแต่พอนายอภิสิทธิ์มาเป็นรัฐบาล...  นายอภิสิทธิ์กลับพูดว่าจะยุบสภาก็ต่อเมื่อเศรษฐกิจดีขึ้น ความแตกแยกลดลงจนทุกพรรคสามารถไปหาเสียงที่ไหนก็ได้ และต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญให้เรียบร้อยก่อนพูดแบบนี้ก็แปลว่า...  นายอภิสิทธิ์จะไม่ยอมยุบสภานั่นเอง เพราะเพียงเงื่อนไขเรื่องความแตกแยกเพียงเรื่องเดียว นายอภิสิทธิ์ก็ไม่ต้องยุบสภาแล้วความแตกแยกของคนในชาติจะไม่มีวันหมดไป ตราบใดก็ตามที่ความยุติธรรมไม่มีความสามัคคีไม่เกิด อยากทราบว่าเงื่อนไขตอนนี้มันต่างกันอย่างไรกับตอนที่นายสมัครเป็นนายกรัฐมนตรี? หรือแม้ตอน “นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์” เป็นนายกรัฐมนตรี นายสมชายก็ได้รับการต้อนรับอย่างป่าเถื่อนเมื่อคราวไปตรวจเยี่ยมองค์การโทรศัพท์แล้วทำไมตอนนั้นนายอภิสิทธิ์จึงเสนอให้ยุบสภา แต่ตอนนี้ทำไมจึงไม่คิดจะยุบสภาบ้างทั้งๆ ที่มีเสียงเรียกร้องมาจากประชาชนทั่วประเทศนายอภิสิทธิ์ชอบพูดอยู่บ่อยๆ ว่าไม่ยึดติดกับตำแหน่ง แต่ทำไมจึงไม่ยอมลาออกหรือยุบสภาหากนายอภิสิทธิ์ไม่ยึดติดกับตำแหน่งจริง ไหนนายอภิสิทธิ์ลองยุบสภาเพื่อให้ประชาชนตัดสินสักครั้งไม่ได้หรือ

 

2. การทำประชามติ
            ถ้ายังจำกันได้นายอภิสิทธิ์สมัยเป็นฝ่ายค้านได้เคยคัดค้านนายสมัครที่จะให้ประชาชนตัดสินเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญด้วยการทำประชามติแต่ขณะนี้นายอภิสิทธิ์เป็นนายกรัฐมนตรีกลับเสนอให้มีการทำประชามติเกี่ยวกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญเสียเอง โดยอ้างว่าเพื่อต้องการฟังเสียงของประชาชนแล้วตอนที่นายสมัครจะให้ทำประชามติในครั้งนั้นไม่ได้เพื่อต้องการฟังเสียงประชาชนหรอกหรือ นายอภิสิทธิ์จึงได้ออกมา “คัดค้านหัวชนฝา”

 

3. โครงการประชานิยม
            นายอภิสิทธิ์เคยโจมตีนโยบายประชานิยมของ พ.ต.ท.ทักษิณ ว่าเป็นเรื่อง “การเมือง”เป็นการตอกย้ำระบบอุปถัมภ์ทางการเมือง ทำให้ประชาชนต้องรอที่จะพึ่งรัฐบาลเพียงอย่างเดียวแต่พอนายอภิสิทธิ์มาเป็นรัฐบาล นอกจากไม่ยอมยกเลิกนโยบายประชานิยมของ พ.ต.ท.ทักษิณ ที่ตัวเองเคยคัดค้านอีกทั้ง...  ยังนำนโยบายดังกล่าวมาดำเนินการต่อเกือบทุกโครงการ ไม่ว่าจะเป็นโครงการ 30 บาทรักษาทุกโรค โครงการเรียนฟรี โครงการ SML (ปัจจุบันเปลี่ยนเป็นโครงการชุมชนพอเพียง) อย่างนี้ไม่เรียกว่าประชานิยมแล้วจะให้เรียกว่าอะไรดี

 

4. โครงการ 6 เดือน 6 มาตรการ
            โครงการ 6 เดือน 6 มาตรการเป็นโครงการที่เกิดขึ้นในสมัยที่นายสมัครเป็นนายกรัฐมนตรี นายอภิสิทธิ์และคนของพรรคประชาธิปัตย์สมัยเป็นฝ่ายค้านได้ออกมาสับโครงการนี้จนเละไม่มีชิ้นดีแต่พอนายอภิสิทธิ์มาเป็นรัฐบาลนอกจากไม่ยอมยกเลิกโครงการ 6 เดือน 6 มาตรการ แล้วนายอภิสิทธิ์กลับขยายโครงการดังกล่าวออกไปอย่างน้อยก็2 ครั้ง และมีแนวโน้มว่าจะขยายไปเรื่อยๆประชาชนจึงเกิดความสับสนว่าตกลงแล้วโครงการ 6 เดือน 6 มาตรการ ของนายสมัครเป็นโครงการที่ดีหรือไม่ดีกันแน่

 

5. ปราสาทเขาพระวิหาร
            ตอนเป็นฝ่ายค้านนายอภิสิทธิ์เคยอภิปรายเรื่องประสาทเขาพระวิหารว่า ศาลโลกตัดสินให้เฉพาะตัวปราสาทพระวิหารเท่านั้นที่เป็นของกัมพูชา ส่วนพื้นที่ใต้ปราสาทยังคงเป็นของไทยแล้วทำไมเมื่อนายอภิสิทธิ์ มาเป็นรัฐบาลจึงไม่ไปเรียกร้องเอาพื้นที่ใต้ปราสาทคืนจากกัมพูชาอย่าว่าแต่เอาพื้นที่ใต้ปราสาทคืนเลยแม้กระทั่งพื้นที่ 4.6 ตร.กม. รอบๆ ตัวประสาท รัฐบาลของนายอภิสิทธิ์ ยังปล่อยให้กัมพูชาสร้างถนนขึ้นมาโดยรัฐบาลไม่ได้ดำเนินการปกป้องอธิปไตยใดๆ เลย  การปล่อยวางเฉยของรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ในครั้งนี้ไม่เท่ากับปล่อยให้พื้นที่ 4.6 ตร.กม. รอบๆ ปราสาทเป็นของกัมพูชาไปโดยปริยายกระนั้นหรือ

 

6. การทุจริตคอร์รัปชั่น
            นายอภิสิทธิ์สมัยเป็นฝ่ายค้านชอบโจมตีรัฐบาลที่ผ่านมาว่ามี “การทุจริตคอรัปชั่น”แต่ขณะนี้นายอภิสิทธิ์เป็นรัฐบาลเอง...  กลับปล่อยให้มีการดำเนินการที่ส่อไปในทางทุจริตคอร์รัปชั่นมากมายไม่ว่าจะเป็นโครงการชุมชนพอเพียง โครงการไทยเข้มแข็งที่ประธานแพทย์ชนบททนไม่ไหว จึงได้ออกมาเปิดโปงเรื่องนี้ หรือแม้กระทั่งเรื่องปลากระป๋องเน่าของ “วิฑูรย์ นามบุตร” และทุกครั้งที่มีปัญหาเกี่ยวกับทุจริตคอร์รัปชั่นในรัฐบาลนี้ นายอภิสิทธิ์ก็จัดการเฉพาะพวกปลาซิว ปลาสร้อย เพื่อเป็นการฆ่าตัดตอน

 

7. แทรกแซงการทำงานของข้าราชการ
            สมัยนายอภิสิทธิ์เป็นฝ่ายค้าน นายอภิสิทธิ์ได้เคยออกมาโจมตี พ.ต.ท.ทักษิณ ว่า แทรกแซงการทำงานของข้าราชการและองค์กรอิสระอยากทราบว่า...  แล้วตอนที่นายอภิสิทธิ์ เป็นนายกรัฐมนตรีอยู่ในขณะนี้นายอภิสิทธิ์ได้ทำเช่นเดียวกับที่เคยโจมตีคนอื่นไว้หรือไม่?

กรณีการแต่งตั้งปลัดกระทรวงพาณิชย์ “ยรรยง พวงราช” ซึ่งเป็นอำนาจของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ โดยตรง กว่าจะตั้งได้ก็เล่นชักเย่อกันอยู่หลายรอบ แต่ที่ค่อนข้างจะชัดเจนมาก...  คงจะหนีไม่พ้นเรื่องที่นายอภิสิทธิ์บีบให้“พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ” ไปปฏิบัติราชการที่ประเทศจีน และสามจังหวัดชายแดนภาคใต้และแต่งตั้ง “พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี” ขึ้นมารักษาราชการแทน ผบ.ตร.โดยหลายคนสงสัยว่า...  จะมีจุดมุ่งหมายซ่อนเร้นเพื่อเข้ามาแทรกแซงการแต่งตั้งโยกย้ายนายตำรวจระดับรองผู้บังคับการลงมาหรือไม่อย่างนี้ไม่เรียกว่าเป็นการแทรกแซงการแต่งตั้งโยกย้ายตำรวจแล้วจะให้เรียกว่าการล้วงลูกหรืออย่างไร

8. การสลายการชุมนุม
            นายอภิสิทธิ์ และสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์สมัยเป็นฝ่ายค้านได้ยื่นเรื่องร้องเรียน ป.ป.ช.โดยมีประเด็นว่า...  นายสมชายได้สั่งการให้ตำรวจสลายการชุมนุมกลุ่มพันธมิตรฯ ที่ไปปิดล้อมรัฐสภาในวันที่นายสมชาย จะแถลงนโยบายรัฐบาลตามที่กฎหมายรัฐธรรมนูญกำหนดไว้แต่พอนายอภิสิทธิ์มาเป็นนายกรัฐมนตรี นายอภิสิทธิ์กลับสนับสนุนให้มีการใช้กำลังทหารพร้อมอาวุธครบมือเข้าปราบปรามกลุ่มคนเสื้อแดงที่ออกมาขับไล่รัฐบาลในช่วงเดือนเมษายนที่ผ่านมาซึ่งก็ไม่แตกต่างไปจากการสลายการชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรฯ ที่หน้ารัฐสภาแต่ประการใด

 

9. สองมาตรฐาน
            ถ้ายังจำกันได้คำว่า 2 มาตรฐานหรือ Double Standard น่าจะมาจากปากของ “นายอภิสิทธิ์” และคนของ “พรรคประชาธิปัตย์” สมัยเป็นฝ่ายค้านที่โจมตี พ.ต.ท.ทักษิณ ว่ามี 2 มาตรฐานแต่คำว่า 2 มาตรฐานกลับมาชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ สมัยที่นายอภิสิทธิ์เป็นนายกรัฐมนตรีไม่ว่าจะเป็นการดำเนินคดีกับกลุ่มคนเสื้อแดงหรือชาวนาที่ออกมาปิดถนนที่มีการดำเนินคดีอย่างรวดเร็วในขณะที่กลุ่มเสื้อเหลือง ซึ่งก่อเหตุวุ่นวายมาก่อนกลุ่มเสื้อแดงไม่ว่าจะเป็นการยึดทำเนียบ ยึดสนามบิน รัฐบาลนายอภิสิทธิ์กลับปล่อยให้กลุ่มคนเหล่านี้เป็นผู้ก่อการดีต่อไปเรื่อยๆไม่มีการดำเนินคดีแต่อย่างใด!เห็นแบบนี้คงไม่ต้องเรียกว่า “สองมาตรฐาน” อีกต่อไป...  แต่กลายเป็นว่าประเทศนี้ รัฐบาลนี้ กระทำการโดยที่ “ไม่มีมาตรฐาน” อันใดเลย

 

10. พ.ร.ก.ฉุกเฉิน
            พ.ร.ก. ฉุกเฉินที่นำมาใช้ในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ได้รับการคัดค้านอย่างรุนแรงจากนายอภิสิทธิ์และคนของพรรคประชาธิปัตย์สมัยเป็นฝ่ายค้านแต่พอนายอภิสิทธิ์มาเป็นนายกรัฐมนตรี...  กลับขยายเวลาการใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ออกไปหลายครั้งและมีแนวโน้มว่าจะขยายไปเรื่อยๆ ตลอดอายุรัฐบาลของนายอภิสิทธิ์บทสรุปที่กล่าวมาทั้งหมดนี้ก็เพื่อต้องการทบทวนความทรงจำให้ “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” ได้ตระหนักว่าเคยพูดอะไรไว้สมัยเป็น “ฝ่ายค้าน” เชื่อว่า...  นายอภิสิทธิ์คงซาบซึ้งวลีที่ว่า “ก่อนพูดเราเป็นนายคำพูด แต่หลังพูด คำพูดเป็นนายเรา” เป็นอย่างดีดังนั้น จึงไม่มีคำพูดใดจะแนะนำนายอภิสิทธิ์ ได้ดีเท่ากับคำพูดที่ว่า“อย่าว่าแต่เขา แล้วอิเหนาเป็นเอง

 

http://www.bangkok-today.com/node/3561

 

--------------------//-------------------- 

จำคำพูดของคุณได้มั๊ยอภิสิทธิ์

"ในทุกประเทศที่เป็นประชาธิปไตย เสียงข้างมากไม่ได้หมายความว่า ท่านทำได้ทุกสิ่ง และการที่จะมีประชาชนจะ 1 คน หรือจะ แสนคน ลุกขึ้นมาเรียกร้องให้รัฐบาลแสดงความรับผิ ดชอบ ทบทวนตัวเอง พิจารณาตัวเอง ไม่ได้ขัดกับหลักประชาธิปไตยครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้ามีข้อสงสัยว่า การบริหารราชการแผ่นดินของรัฐบาลนั้น อาจจะแค่บกพร่อง ผิดพลาด ถ้าร้ายแรงกว่านั้นก็คือละเมิดกฎหมาย ละเมิดสิทธิของประชาชน หรือเลวร้ายอีกเรื่องหนึ่งก็คือการทุจริต คอร์รัปชั่น"

"มีเพื่อนสมาชิกวุฒิสภาท่านหนึ่ง ท่านยกตัวอย่างกรณีของเกาหลี นั่นแค่คิดนโยบายนะครับ ว่าจะต้องเปิดการค้าเสรี เอาเนื้อวัวจากอีกประเทศเข้ามานะครับ คนลุกฮือขึ้นมาเป็นแสน เขาลาออกทั้งคณะ ผมว่าอายุรัฐบาลเขาสั้นกว่ารัฐบาลนี้นะครับ ตอนที่เขาตัดสินใจอย่างนั้น ใครเคยอยู่ในประเทศประชาธิปไตยในยุโรป ในสหรัฐฯ จะทราบอย่าว่าแต่รัฐมนตรีเลยครับ ส.ส. ส.ว. บางทีมีเรื่องอื้อฉาวส่วนตัว ลาออกครับ"

http://www.youtube.com/watch?v=SunS-wZs-mo

 

--------------------//--------------------