น้อง “ออม-อั่งเปา” จิ๋วแต่แจ๋ว...คว้าแชมป์นักเล่านิทานประจำปี 2556

การประกวดหนูน้อยนักเล่านิทานประจำปี 2556 ชิงถ้วยรางวัล พร้อมทุนการศึกษากว่า 200,000 บาท ในโครงการ “ลับสมอง ประลองปัญญา สรรหาหนูน้อยนักเล่านิทาน ครั้งที่ 8”  ที่จัดขึ้น ณ อุทยานการเรียนรู้ TK park ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ชั้น 8 กรุงเทพฯ เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ยังตราตรึงอยู่ในใจของผู้ใหญ่หลายๆคน  เพราะไม่ว่าจะเป็นน้ำเสียง ลีลา ความสดใส ความน่ารัก และความเก่งของบรรดาหนูน้อยนักเล่านิทานที่พากันมาวาดลวดลายบนเวที  สร้างรอยยิ้ม เสียงหัวเราะ และความประทับใจให้แก่ผู้พบเห็น

 

ผลการประกวดเล่านิทานระดับอายุ 4 – 6 ปี

ด.ญ.ธัญลักษณ์ ตันติสุธนารมย์ (น้องออม) หนูน้อยจากโรงเรียนอนุบาลทานตะวัน จังหวัดกรุงเทพฯ วัยเพียง 4ปี 9เดือน ได้นำนิทานเรื่อง “เจ้าชายกบ” มามัดใจกรรมการและผู้ชมจนเป็นผู้คว้าแชมป์หนูน้อยยอดนักเล่านิทานไปครอง   รางวัลรองชนะเลิศอันดับ1 ได้แก่ ด.ช.ภัทรกร ลันโทมรัตนะ (น้องกัปตัน) อายุ 5ปี 3เดือน โรงเรียนเด่นหล้า พระราม5  จังหวัดกรุงเทพฯ  เล่านิทานเรื่อง พ่อของฉันพาไปดูโขน  และรางวัลรองชนะเลิศอันดับได้แก่ ด.ญ.รดา ไชยวรรณ (น้องรดา) อายุ 5ปี 1เดือน โรงเรียนวชิรวุทย์ฝ่ายประถม จังหวัดเชียงใหม่ เล่านิทานเรื่อง กระรอกน้อย                                                     

 

ผลการประกวดเล่านิทานระดับอายุ 6 – 9 ปี

รางวัลชนะเลิศ ได้แก่ ด.ช.รุ่งฤทธิ์ พิพิธพัฒนากร (น้องอั่งเปา)  อายุ 7 ปี 5 เดือน  โรงเรียนอนุบาลปราณี             จังหวัดสุพรรณบุรี  เล่านิทานเรื่อง “ต้นแอ๊ปเปิ้ลกับเด็กน้อย“     รางวัลรองชนะเลิศอันดับ1 ได้แก่ ด.ญ.ศรัญปรียา ศรีสินรุ่งเรือง (น้องผิงผิง) อายุ 6ปี 4เดือน โรงเรียนพลวิทยาระบบสองภาษา จังหวัดสงขลา เล่านิทานเรื่อง หัวผักกาดยักษ์   รางวัลรองชนะเลิศอันดับ2(คนที่1) ได้แก่ ด.ญ.ธัญชนก ทัศนา (น้องไอซ์) อายุ 6ปี 2เดือน โรงเรียนเทศบาล4 ธนวิถี จังหวัดยะลา เล่านิทานเรื่อง ย.ยักไม่ยอมยิ้ม   รางวัลรองอันดับ2(คนที่2) ได้แก่ ด.ช.จิรทีปต์ มะจันทร์ (น้องต้นกล้า) อายุ 6ปี 4เดือน โรงเรียนอนุบาลเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่  เล่านิทานเรื่อง เด็กชายอ๊อดแอ๊ดกับเสือ

 

ความรู้สึกของคณะกรรมการ คณะผู้จัดโครงการ และภาคีเครือข่าย เริ่มจาก

ดร.ทัศนัย วงศ์พิเศษกุล รองผู้อำนวยการสำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ และผู้อำนวยการสำนักงานอุทยานการเรียนรู้ กล่าวว่า “การเล่านิทานอ่านหนังสือให้ลูกฟังเป็นกิจกรรมที่พ่อแม่สามารถทำได้ในบ้าน การเล่านิทานให้เด็กฟังเป็นประจำเป็นการปลูกฝังให้เด็กมีนิสัยรักการอ่าน รวมถึงการสร้างความรักความอบอุ่นภายในครอบครัว ซึ่งเป็นการวางรากฐานสังคมไทยให้เป็นสังคมที่เข้มแข็งด้วย วัฒนธรรมรักการอ่าน”

 

ทางด้านของ คุณเรืองศักดิ์ ปิ่นประทีป กรรมการผู้จัดการมูลนิธิหนังสือเพื่อเด็ก หนึ่งในภาคีเครือข่ายที่ร่วมจัดโครงการมาตั้งแต่ครั้งแรก ให้ความเห็นถึงประโยชน์ของการอ่านที่เป็นธรรมชาติว่า “เกิดจากเสียงธรรมชาติ เป็นเสียงอ่านที่ไม่ปรุงแปลงแต่งเสียง.ถือเป็นตัวตนคนอ่าน จริงๆ แล้วเสียงธรรมชาติ คือเสียงที่น่าฟังที่สุด เพราะเป็นเสียงที่ลูกอยากฟังจากพ่อ เป็นเสียงที่ลูกอยากฟังจากแม่ และเป็นเสียงที่เด็กๆ อยากฟังจากคุณครู”

 

ส่วน อ.ชีวัน วิสาสะ นักแต่งนิทาน นักเล่านิทาน และนักวาดภาพประกอบ ซึ่งได้เป็นกรรมการตัดสินโครงการมาโดยตลอด กล่าวถึงการอ่านที่เป็นธรรมชาติ จะช่วยปลุกสมองได้อย่างไร ว่า การปล่อยให้เด็กได้อ่านอย่างอิสระ คือ ไม่เน้นกฎเกณฑ์ ไม่ใช่เพื่อทดสอบ เด็กอาจจะอ่านถูกบ้าง ผิดบ้าง ก็เป็นการให้เด็กได้ใช้จินตนาการ เรียนรู้ผิดถูก เด็กจะสนุก แต่ก็จะค่อยๆ เรียนรู้ เด็กจะกล้าออกเสียง และเกิดความพยายามที่จะอ่านให้ถูกต้องต่อไป งานแบบนี้ต้องมีผู้ใหญ่คอยประคองคอยสอนควบไปด้วย เด็กก็จะไม่กลัวหนังสือ

 

สุดท้าย คุณสรวงมณฑ์ สิทธิสมาน บรรณาธิการบริหารนิตยสาร Mother&Care กล่าวถึงพัฒนาการ และหัวใจสำคัญของโครงการฯ ที่เน้นให้เด็กเล่านิทานอย่างเป็นธรรมชาติ ว่า “พัฒนาการที่เกิดขึ้นการจัดโครงการมาจนถึงครั้งที่ 8 คือพ่อแม่ผู้ปกครองและคุณครูเข้าใจเป้าหมายของโครงการประกวดหนูน้อยนักเล่านิทานที่เราต้องการคืนความเป็นธรรมชาติให้กับเด็ก มุ่งเปิดพื้นที่ให้เด็กแสดงความสามารถในการเล่านิทานในรูปแบบของตัวเอง ถือเป็นการส่งเสริมให้เด็กมีโอกาสทำกิจกรรมที่สร้างสรรค์ โดยมีเรื่องการอ่านเข้ามาเกี่ยวข้อง... ปีนี้การเฟ้นหาหนูน้อยนักเล่านิทานได้สัญจรไปที่เชียงใหม่ นครราชสีมา หาดใหญ่ และกรุงเทพมหานคร พบว่า เด็กที่เข้าร่วมโครงการมีความสามารถในการเล่านิทานมาก มีความน่ารักงดงามตามวัย  และสุดท้ายแล้วในการประกวดรอบชิงชนะเลิศที่มีตัวแทนจากแต่ละภูมิภาคมาร่วมด้วย ไม่ว่าใครจะชนะเลิศ แต่ตอนนี้พวกเราเรียกเด็กทุกคนที่เข้ารอบมาว่า หนูน้อยยอดนักเล่านิทานแล้วค่ะ 

 

ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.motherandcare.in.th , www.tkpark.or.th