ผนึก 5 เครือข่ายพันธมิตรผลักดันเด็กไทย จากหนูน้อยยอดนักเล่าสู่หนูน้อยรักการอ่าน เปิดประตูสู่ประเทศสิงคโปร์

  เมื่อเร็วๆนี้ องค์กรภาคีเครือข่ายทั้ง 5 หน่วยงาน ได้แก่ สถาบันอาหาร กระทรวงอุตสาหกรรม, สำนักงานอุทยานการเรียนรู้ (TK park), สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ, มูลนิธิหนังสือเพื่อเด็ก และนิตยสาร Mother&Care ร่วมกันจัดงานแถลงข่าว “เปิดตัวหนูน้อยยอดนักเล่านิทานตะลุยแดนสิงคโปร์” ในโครงการ  ลับสมอง ประลองปัญญา สรรหาหนูน้อยนักเล่านิทาน ครั้งที่ ๙ ก้าวสู่อาเซียน ณ อุทยานการเรียนรู้ TK park ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ชั้น 8 ภายในงานมีการเสวนาหัวข้อ “เตรียมความพร้อมเด็กไทยก่อนก้าวเข้าสู่ AEC” และพูดคุยประเด็น “เปิดประสบการณ์การเดินทางไปประเทศสิงคโปร์”

เผยโฉม12 หนูน้อยยอดนักเล่านิทานในโครงการลับสมอง ประลองปัญญา สรรหาหนูน้อยนักเล่านิทาน ครั้งที่ 9 กับการเป็นตัวแทนเด็กไทย เปิดประตูการเรียนรู้สู่ประเทศสิงคโปร์ ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นประเทศต้นแบบแห่งสังคมรักการอ่าน มีนโยบายด้านส่งเสริมการอ่านอย่างจริงจัง ทั้งห้องสมุดที่พร้อมด้วยเทคโนโลยีสารสนเทศ และการบริการที่สะดวก การส่งเสริมให้ประชาชนรักการอ่าน รู้จักวิธีการเลือกหนังสือ เพื่อส่งเสริมความรู้และการพัฒนาตัวเอง ทำให้ประชาชนมีสถิติการอ่านหนังสือเฉลี่ยคนละ 50 เล่มต่อปี

องค์กรภาคีเครือข่ายทั้ง 5 หน่วยงาน ได้แก่ สถาบันอาหาร กระทรวงอุตสาหกรรม, สำนักงานอุทยานการเรียนรู้ (TK park), สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ, มูลนิธิหนังสือเพื่อเด็ก และนิตยสาร Mother&Care ได้เล็งเห็นความสำคัญของการส่งเสริมศักยภาพของเด็กไทย ที่มีความสามารถในการเป็นหนูน้อยยอดนักเล่านิทาน สู่เป้าหมายการเป็นหนูน้อยรักการอ่านในอนาคต

 ดร.เพ็ชร ชินบุตร ผู้อำนวยการสถาบันอาหาร กระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวถึงจุดเริ่มต้นสำคัญของการเปิดประตูสู่อาเซียน เริ่มต้นที่การอ่าน

                “ผมจำได้ว่าสมัยเด็กๆ เรามักจะอ่านในสิ่งที่เราชอบ หรือส่วนที่เราได้รู้ ได้สัมผัส เกี่ยวข้องกับตัวเองก่อน แต่วันนี้โลกกว้างทางการเรียนรู้มีมากมาย และเราก็สามารถเรียนรู้ได้โดยการอ่าน ฉะนั้น ถ้าเราสนใจสิ่งรอบข้างอย่างเรื่องอาเซียน เพื่อนบ้านหรือเรื่องอื่นๆ ก็สามารถหยิบนิทาน หนังสือที่เราสนใจ มาช่วยเติมความรู้ได้อย่างง่ายๆ และก็ยังสนุก เรียนรู้ทั้งภาพ ตัวอักษร และภาษาของเพื่อนบ้าน เมื่ออ่านมาก ก็จะเกิดการจดจำ เรียนรู้ และถ่ายทอดออกมาในรูปแบบต่างๆ ได้”

           ดร.อภิชาติ ดำดี อดีตสมาชิกวุฒิสภา แนะนำเทคนิคให้พ่อแม่ และเด็ก ควรจะเรียนรู้อะไร เรียนรู้อย่างไร ก่อนที่ไทยจะก้าวเข้าสู่ AEC

"สิ่งที่พ่อแม่และเด็กควรเรียนรู้ ก่อนที่ไทยจะเข้าสู่ AEC ก็คือ 1. เรียนรู้ผลกระทบจากความเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้น 2. เรียนรู้วัฒนธรรมของเพื่อนบ้านอาเซียน 3. เรียนรู้การใช้ภาษาอังกฤษในชีวิตประจำวันให้มากขึ้น โดยวิธีการเรียนรู้ร่วมกันของพ่อแม่ลูก ผ่านกระบวนการ "อ่าน-พูด-ฟัง-เขียน" แลกเปลี่ยนซึ่งกันและกันในครอบครัว เพื่อสร้างเด็กไทยให้เป็นคนดี มีความรู้ อยู่อย่างไทยที่ เข้าใจเพื่อนบ้านและรู้เท่าทันความเปลี่ยนแปลง" 

ดร.ทัศนัย วงศ์พิเศษกุล รองผู้อำนวยการสำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ และผู้อำนวยการสำนักงานอุทยานการเรียนรู้ (TK park) กล่าวถึงความสำคัญของห้องสมุดที่ช่วยเปิดโลกการเรียนรู้ของเด็กไทย รวมถึงการเรียนรู้จากห้องสมุดที่สิงคโปร์

“กิจกรรมการประกวดหนูน้อยนักเล่านิทานครั้งนี้ ช่วยจุดประกายให้เด็กๆ เปิดโลกอันน่ารื่นรมย์ของการอ่านหนังสือ และบ่มเพาะอุปนิสัยรักการอ่านให้แก่เด็กๆ ตั้งแต่วัยเยาว์ รวมทั้งทำให้เด็กๆ รู้จักความสำคัญของห้องสมุด อันเป็นพื้นที่แห่งการอ่าน และการแสวงหาความรู้ด้วยตนเอง…..นอกจากนั้น การนำเด็กๆ ไปทัศนศึกษาที่ประเทศสิงคโปร์ก็นับเป็นการเพิ่มประสบการณ์การเรียนรู้ด้วยตนเองอีกรูปแบบหนึ่ง ที่จะมาช่วยสร้างแรงบันดาลใจ และเพิ่มพูนต้นทุนทางปัญญาที่จะติดตัวเยาวชนเหล่านี้ไปตลอดชีวิต” 

ด้าน คุณสรวงมณฑ์ สิทธิสมาน บรรณาธิการบริหาร นิตยสาร Mother&Care กล่าวถึงสิ่งที่เด็กๆ จะได้เรียนรู้จากการไปทัศนศึกษาที่สิงคโปร์ในครั้งนี้

“การเดินทางไปทัศนศึกษาที่สิงคโปร์ของหนูน้อยยอดนักเล่านิทานทั้ง 12 คนในครั้งนี้ เพื่อเป็นการพัฒนาต่อยอดจากการเป็นหนูน้อยนักเล่านิทาน ไปสู่การเป็นหนูน้อยรักการอ่าน และเรียนรู้ทักษะเรื่องอื่นๆ ในประเทศสิงคโปร์ อีกทั้งยังเป็นการสอดรับกับการเปิดประชาคมอาเซียนในปีหน้าด้วย โดยเริ่มจากประเทศต้นแบบรักการอ่านอย่างสิงคโปร์ที่เฉลี่ยอ่านหนังสือปีละ 50 เล่ม นอกจากนี้ ภาครัฐเขายังสนับสนุนให้มีห้องสมุดที่เหมาะสำหรับเด็กและเยาวชนที่น่าสนใจ จึงนับเป็นโอกาสอันดีที่หนูน้อยนักเล่านิทานจากบ้านเรา จะได้ไปเปิดโลกทัศน์ และแสวงหาแรงบันดาลใจต่อไปในอนาคตค่ะ“ 

ตัวแทนหนูน้อยยอดนักเล่านิทานตะลุยแดนสิงคโปร์ 12 คน

ประเภทเดี่ยว ระดับอายุ 4-6 ปี

·        ด.ช. ภควพจน์ อิโตะ (น้องฮิโระ) โรงเรียน เฮงฮั้ว จ.ชลบุรี

·        ด.ช. พีรวัชญ์ จันทรา (น้องนิวตั้น) โรงเรียนโกวิทธำรงเชียงใหม่ จ.เชียงใหม่

·        ด.ญ. เมธาพร อิ่มบำรุง (น้องข้าวฟ่าง) โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยรามคำแหง จ.กรุงเทพฯ

·        ด.ญ. พอฤทัย มณีพรม (น้องพอใจ) โรงเรียนเปรมประชาวัฒนา จ.นนทบุรี

·        ด.ญ. อนัญญา เอี่ยมวิจารณ์               (น้องสายน้ำผึ้ง) โรงเรียนเทพมิตรศึกษา จ.สุราษฎร์ธานี

·        ด.ญ. จุฑาพร ประสพสุข (น้องโมเม) โรงเรียนบ้านดงมะกรูด จ.อุดรธานี

ประเภทเดี่ยว ระดับอายุ 6-9 ปี

·     ด.ญ.วรปรียา ไทยสวัสดิ์ (น้องพอดี) โรงเรียนปรินส์รอยแยลส์วิทยาลัย จ.เชียงใหม่

·     ด.ญ.กานต์พิชชา ชุนหะศรี (น้องลูกอิน) โรงเรียนอนุบาลวัดปิตุลาธิราชรังสฤษฎ์ จ.ฉะเชิงเทรา

·     ด.ญ.อินท์นรี มิ่งขวัญ (น้องอิ๊นท์) โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยรามคำแหง จ.กรุงเทพฯ

·     ด.ญ.ซอนเนีย โรมักโนลิ (น้องซอนญ่า) โรงเรียนอักษรพัทยา จ.ชลบุรี

·     ด.ญ.นริศศา เบิร์น (น้องเอมี่) โรงเรียนดอนบอสโกวิทยา จ.อุดรธานี

·     ด.ญ. ปัญชรัศม์ อัมรนันท์ (น้องพลอยขวัญ) โรงเรียนราชวินิต จ.กรุงเทพฯ 

หนูน้อยยอดนักเล่านิทานทั้ง 12 คน จะร่วมเปิดโลกกว้างแห่งการเรียนรู้ ที่ประเทศสิงคโปร์ ในวันที่ 21 – 23 พฤศจิกายน 2557 โดยสัมผัสประสบการณ์การอ่านของประเทศสิงคโปร์ กับการทัศนศึกษาที่ My Tree House. World’s 1st Green Library for Kids ห้องสมุดสีเขียวสำหรับเด็กแห่งแรกของโลก เปิดโลกธรรมชาติสัตว์โลกที่สวนสัตว์สิงคโปร์ (Singapore Zoological Gardens) ที่ได้ชื่อว่าเป็น "สวนสัตว์ที่สวยที่สุดในโลกแห่งหนึ่ง" และเรียนรู้วิถีชีวิตชาวสิงคโปร์ผ่านสถานที่สำคัญต่างๆ

สามารถติดตามความเคลื่อนไหวของการจัดกิจกรรม ได้ที่ www.motherandcar.in.th และ facebook/motherandcare สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมโทร. 02-241-8000 ต่อ  326, 330,341