“ว่านสาวหลง” ยอดสมุนไพรมหาเสน่ห์แห่งเขาหินซ้อน แตกยอดงอกงามจากเถ้าชีวมวล


ปัจจุบันเป็นที่ยอมรับแล้วว่าสมุนไพรไทยให้คุณประโยชน์และสรรพคุณมากมาย มีการนำไปใช้ในการแพทย์แผนไทยในงานสาธารณสุขมูลฐาน คือใช้ในการส่งเสริมสุขภาพ และการรักษาโรค อาการเจ็บป่วยเบื้องต้น เพื่อให้ประชาชนสามารถพึ่งตนเองได้มากขึ้น ตลอดจนภาครัฐมีนโยบายการส่งเสริมให้มีการใช้ประโยชน์สมุนไพรให้มากขึ้น โดยสนับสนุนให้เป็นเศรษฐกิจแบบพึ่งพาตนเอง เป็นการเพิ่มรายได้ให้กับเกษตรกรและผู้ประกอบการ ซึ่งในพื้นที่ของ ต.เขาหินซ้อน อ.พนมสารคาม จ.ฉะเชิงเทรา ก็เป็นพื้นที่ผลิตพืชสมุนไพรแหล่งสำคัญอีกแห่งหนึ่งในภาคตะวันออกของประเทศ

สำหรับสมุนไพรที่นิยมปลูกและเจริญเติบโตได้ดีในสภาพดินแถบเขาหินซ้อน ซึ่งเป็นดินทราย ได้แก่ ว่านสาวหลง ว่านรางจืด ไพร เสลดพังพอน หญ้าหนวดแมว อัญชัญ ฯลฯ โดยเฉพาะว่านสาวหลง เป็นพืชที่หายาก ในตำรา 108 ว่านมหัศจรรย์บันทึกไว้ว่าเป็นว่านเมตตามหานิยม เป็นยอดแห่งมหาเสน่ห์ สามีภรรยาบ้านใดปลูกไว้จะรักกันไม่จืดจาง หรือพกไว้ในกระเป๋าแล้วเงินไม่ขาดมือ และมีสรรพคุณหลายอย่าง เช่น ต้มน้ำดื่มเพื่อขับลมในลำไส้ ทุกส่วนของต้นนำมาต้มอาบบำรุงผิวพรรณ ทำให้สดชื่น อีกทั้งยังเป็นสมุนไพรเพื่อความงาม โดยส่วนที่นำมาใช้ประโยชน์ คือไหล โดยนำมาสกัดทำเป็นน้ำมันหอมระเหย ใช้เป็นส่วนผสมในการผลิตผลิตภัณฑ์จากสมุนไพรบำรุงผิวพรรณ เช่น สบู่ โลชั่น ฯลฯ

สวนพฤษศาตร์เขาหินซ้อน เป็นหน่วยงานหนึ่งในศูนย์ศึกษาการพัฒนาเขาหินซ้อนอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ต.เขาหินซ้อน อ.พนมสารคาม จ.ฉะเชิงเทรา ดำเนินงานเกี่ยวกับอนุรักษ์ ขยายพันธุ์ ศึกษาวิจัยพืชพรรณไม้ต่างๆ และเป็นแหล่งเรียนรู้ของนักเรียน นักศึกษา ประชาชน นอกจากนั้นยังมีสวนป่าสมุนไพร สวนพฤกษา แปลงรวบรวมพรรณไม้วงศ์ต่าง ๆ ผลิตผลิตภัณฑ์จากสมุนไพร การนวดแผนไทย และการเพาะชำกล้าสมุนไพรสำหรับแจกจ่ายแก่เกษตรกรและหน่วยงานที่สนใจ 

ว่าที่ร้อยตรีวรศักดิ์ เต็งชู ประจำงานบรรยายสวนสมุนไพร งานสารนิเทศและพัฒนาแหล่งเรียนรู้ สวนพฤษศาตร์เขาหินซ้อน กล่าวถึงการแจกจ่ายกล้าสมุนไพรให้แก่เกษตรกรและหน่วยงานที่สนใจนำไปปลูกนั้น ได้ดำเนินการมาเป็นระยะเวลากว่า 20 ปีแล้ว วัตถุประสงค์เพื่อประชาชนได้ใช้ประโยชน์ในครัวเรือน ใช้ในการรักษาพยาบาลในเบื้องต้นก่อนที่จะนำส่งไปรักษาที่สถานพยาบาลต่อไปได้ เช่น ต้นรางจืดสามารถช่วยลดและบรรเทาอาการที่ร่างกายได้รับสารพิษ  หรือฟ้าทะลายโจร ที่ช่วยลดอาการไข้ และยังมีการแจกจ่ายให้กับกลุ่มเกษตรกรและชุมชนที่รวมตัวกันปลูกพืชสมุนไพรเพื่อแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ออกขายสร้างรายได้ให้กับสมาชิกอีกด้วย


สวนพฤษศาสตร์เขาหินซ้อน สามารถผลิตต้นกล้าสมุนไพรประมาณเดือนละ 100,000 ต้น โดยใช้ดิน ขี้เถ้าแกลบ และปุ๋ยคอกมาผสมเป็นวัสดุเพาะต้นกล้า โดยในส่วนของเถ้านั้นได้รับการสนุนเถ้าชีวมวลจากโรงไฟฟ้าชีวมวลของ บริษัท เนชั่นแนล เพาเวอร์ ซัพพลาย จำกัด (มหาชน) หรือ เอ็นพีเอส ซึ่งใช้เชื้อเพลิงชีวมวลในการผลิตกระแสไฟฟ้า ตั้งอยู่ที่ ต.เขาหินซ้อน อ.พนมสารคาม จ.ฉะเชิงเทรา โดยเชื้อเพลิงชีวมวลนั้น เอ็นพีเอสได้รับซื้อวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรจากเกษตรกร เช่น แกลบ เปลือกไม้ เหง้ามันสำปะหลัง กะลาปาล์ม ฯลฯ รวมทั้งพืชพลังงานที่ส่งเสริมเกษตรปลูกสร้างเป็นรายได้เสริม อาทิ หญ้าเนเปียร์ และต้นพลังงาน ที่ใช้เวลาปลูกไม่นานเกษตรกรก็สามารถขายให้กับโรงไฟฟ้าไปเป็นเชื้อเพลิงในการผลิตไฟฟ้าได้ สร้างรายได้ให้กับเกษตรกรอีกทางหนึ่งด้วย

“คุณสมบัติของขี้เถ้านั้น สามารถระบายน้ำได้ดี เมื่อนำมาผสมกับดิน ปุ๋ยคอกแล้ว จะเป็นวัสดุปลูกที่เหมาะสมในในการเพาะต้นกล้าสมุนไพร ทำให้ต้นกล้าสมุนไพรเจริญเติบโตได้ดี”  ว่าที่ร้อยตรีวรศักดิ์กล่าว


สมุนไพรของกษตรกร เติบโตงอกงามจากเถ้าชีวมวล


ห่างออกไปจากโรงไฟฟ้าชีวมวล ในรัศมีประมาณ 2 กิโลเมตร ที่ ม.1 บ้านม่วงโพรง ต.เขาหินซ้อน มีสวนสมุนไพรป้าสำรวย กอกน้อย โดยในสวนของป้ามีต้นขมิ้นชัน ไพร ฟ้าทะลายโจร ว่านชักมดลูก และว่านสาวหลงที่เจริญเติบโตงอกงามทั่วทั้งสวน และป้าสำรวยได้เล่าถึงที่มาของต้นสมุนไพรที่เจริญงอกงามได้ดีในสวนนั้น เพราะได้เถ้าชีวมวลที่ป้าสำรวยขอการสนับสนุนจากโรงไฟฟ้าชีวมวลของเอ็นพีเอสมาใส่บำรุงดินนั่นเอง และเมื่อได้ผลผลิตแล้วจะส่งขายให้กับศูนย์ศึกษาพัฒนาเขาหินซ้อนฯ นำไปแปรรูปผลิตภัณฑ์สมุนไพร สร้างรายได้ให้กับครอบครัวอีกทางหนึ่งนอกเหนือจากการปลูกพืชอื่น

“ก่อนการปลูกสมุนไพรป้าจะเอาเถ้าไปปรับหน้าดิน ทำให้ดินร่วนซุยดีขึ้น ปลูกสมุนไพรก็งามมาก ขายก็ได้ราคา ” ป้าสำรวยกล่าว

เรื่องราวสมุนไพรว่านสาวหลง ที่กล่าวกันว่าเป็นว่านเมตตามหานิยม เป็นยอดแห่งมหาเสน่ห์ ก็คงจะไม่ผิดนัก  เพราะเป็นต้นเรื่องของการเชื่อมโยงความร่วมมือระหว่างหน่วยงานของภาครัฐ เอกชน และชุมชน มาร่วมด้วยช่วยกันพลิกฟื้นให้พื้นที่เขาหินซ้อนแห่งนี้เป็นแหล่งผลิตพืชสมุนไพรที่สำคัญ สร้างอาชีพและรายได้ให้กับคนในชุมชนอย่างยั่งยืน


เรื่องประกอบสกู๊ป

สัดส่วนการผสมวัสดุปลูกกล้าสมุนไพร 

ดิน + เถ้าแกลบ + ปุ๋ยคอก ในอัตรา  3:1:1