10 สถานที่ธรรมชาติอันน่าทึ่ง

Blogpost โดย Greenpeace Australia Pacific


เราได้รวบรวมภาพธรรมชาติที่สวยงามมาให้คุณได้ดูกัน

© ULET IFANSASTI

มีธรรมชาติอันสวยงามอยู่ทั่วโลกที่เราควรช่วยกันปกปักรักษา ธรรมชาติแต่ละแห่งก็สวยงามแตกต่างกันไป จากป่าฝนที่มีพืชเป็นยารักษาโรคจนถึงสายน้ำลำธารที่หล่อเลี้ยงชีวิตมนุษย์ ไม่ต้องสงสัยเลยว่าชีวิตของพวกเราล้วนเป็นส่วนหนึ่งของธรรมชาติ อย่างไรก็ตามผลกระทบจากน้ำมือของมนุษย์ไม่ว่าจะเป็นการก่อมลพิษ การทำเหมือง การตัดไม้ทำลายป่า และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ กำลังคุกคามธรรมชาติอันสวยงามเหล่านี้

10 สถานที่ที่คุณจะได้เห็นต่อไปนี้ล้วนมีความสวยงามและความหลากหลายทางชีวภาพ นอกจากนี้สถานที่แต่ละแห่งยังคงอุดมสมบูรณ์เนื่องจากมีประชากรไม่มากและอยู่ห่างจากเมืองใหญ่

ในวันนี้ สถานที่เหล่านี้ยังคงอยู่ในสภาพที่สมบูรณ์ แต่ใครจะรู้ถึงอนาคตของธรรมชาติเหล่านี้ว่าจะเป็นเช่นไร หากเราไม่ร่วมกันปกป้องธรรมชาติเหล่านี้ก่อนที่จะสายเกินไป

เพื่อปกป้องความสวยงามและความสมบูรณ์ของธรรมชาติ เราต้องร่วมกันเป็นเจ้าของของแหล่งอนุรักษ์และสิ่งแวดล้อมนั้นๆ เริ่มตั้งแต่หลีกเลี่ยงการใช้พลาสติกที่ใช้ครั้งเดียวแล้วทิ้งและร่วมเรียกร้องให้ผู้ประกอบการพลาสติกทำอะไรสักอย่างเพื่อสร้างความเปลี่ยนแปลง อนาคตของสิ่งแวดล้อมอยู่ในมือของพวกเรา

1.ป่าฝนในปาปัวนิวกินี

© Markus Mauthe / Greenpeace

เนื่องจากมีพื้นที่ที่ถูกคุ้มครองมากมาย พื้นที่ป่าฝนในปาปัวนิวกินียังคงอยู่ในสภาพที่สมบูรณ์และยังไม่ถูกรุกรานจากฝีมือมือมนุษย์ ชุมชนท้องถิ่นได้เริ่มให้มีการควบคุมการใช้ทรัพยากรธรรมชาติ และส่งผลให้ความหลากหลายทางชีวภาพของป่าฝนนี้เกิดความอุดมสมบูรณ์เพิ่มทุก ๆ ปี

เป็นที่น่าเศร้า ในปัจจุบันกว่าร้อยละ 60 ของป่าฝนโบราณในปาปัวนิวกินีกำลังถูกทำลายจากการตัดไม้เพื่อการทำอุตสาหกรรมกระดาษและน้ำมันปาล์ม 

2.เกาะกาลาปากอส

© John Goldblatt / Greenpeace

เกาะกาลาปากอสเป็นแหล่งของความหลากหลายของชีวภาพอันน่าทึ่ง ไม่ว่าจะเป็นทั้งบนบกและในน้ำ สัตว์เฉพาะถิ่นหลายสายพันธุ์บนเกาะนี้ได้ถูกศึกษาโดย ชาลส์ ดาร์วิน นักวิทยาศาสตร์ชื่อดัง สัตว์บนเกาะนี้ไม่สามารถพบเจอได้ตามพื้นที่ต่าง ๆ แต่พบได้ที่เกาะนี้ที่เดียว รัฐบาลของเอกัวดอร์ได้ริเริ่มโครงการต่าง ๆ เพื่อปกป้องระบบนิเวศอันมีคุณค่า เช่น ระบบการจัดการผู้เยี่ยมชมที่จะช่วยจับตาและหยุดการรุกรานของสัตว์ในพื้นที่

3.หมู่เกาะเซเชลส์ 

รูปโดย Alin Meceanu จาก Unsplash

หาดทรายสีขาวบริสุทธิ์บนเกาะเซเชลส์สามารถอธิบายได้เป็นอย่างดีถึงสภาพภูมิประเทศที่งดงามที่หมู่เกาะเซเชลส์ตั้งอยู่บริเวณชายฝั่งตะวันออกของแอฟริกา รัฐบาลท้องถิ่นได้จัดตั้งเขตคุ้มครองทางทะเลหลายแห่งซึ่งประสบความสำเร็จในการหยุดการประมงที่ผิดกฎหมาย

4.นามิเบีย

รูปโดย jean wimmerlin จาก Unsplash

นามิเบีย ประเทศที่ตั้งอยู่ในแอฟริกาตอนใต้ นามิเบียเป็นประเทศเดียวที่มีพันธะสัญญาต่อการการอนุรักษ์และปกป้องว่าด้วยรัฐธรรมนูญ ด้วยความพยายามขององค์กรรัฐบาลและภาคเอกชนที่ร่วมปกป้องสิ่งแวดล้อม นามิเบียได้ประสบความสำเร็จในการต่อสู้กับผู้ลักลอบล่าสัตว์

5.แอนตาร์กติกา

© Paul Hilton / Greenpeace

แอนตาร์กติกาเป็นทวีปเดียวที่ไม่มีประชากรดั้งเดิมอาศัยอยู่ แต่เป็นพื้นที่ที่สัตว์พื้นเมืองและจำนวนของนักวิทยาศาสตร์อาศัยอยู่ ด้วยสภาพภูมิประเทศที่ยังไม่ถูกความเจริญเข้าครอบครอง แอนตาร์กติกาจึงเป็นแหล่งอาศัยของสัตว์สายพันธุ์พื้นเมือง เช่น แมวน้ำช้าง วาฬหลังค่อม และเพนกวินจักรพรรดิ์ นอกจากนี้ยังมีความหลากหลายของพืชนานาพันธุ์ รวมถึงมอสและตะไคร่น้ำหลากชนิด

น่าเศร้าที่การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและการประมงอุตสาหกรรมขนาดยักษ์กำลังคุกคามระบบนิเวศอันเป็นเอกลักษณ์แห่งนี้ พวกเราสามารถร่วมกันสร้างแหล่งคุ้มครองทางธรรมชาติได้ที่นี่

6.อ่าวเกรทออสเตรเลียไบท์

© Ella Colley / Greenpeace

เกรทออสเตรเลียไบท์ อ่าวเปิดที่ตั้งอยู่บริเวณตะวันตกและตอนใต้ของออสเตรเลีย อ่าวนี้เป็นบ้านของกลุ่มสัตว์น้ำ วาฬ สิงโตทะเล และหน้าผายาวเป็นร้อยกิโลเมตร สถานที่นี้ถือเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ของสายพันธุ์สัตว์หายาก และร้อยละ 85 ของสัตว์น้ำที่พบที่นี่ไม่สามารถพบได้ในสถานที่อื่น ๆ

อ่าวเกรทออสเตรเลียไบท์กำลังถูกคุกคามจากการขุดเจาะน้ำมันใต้ทะเลลึก คุณสามารถร่วมปกป้องอ่าวเกรตออสเตรเลียไบท์ได้ที่นี่

7.แทนซาเนีย

© Roberto Isotti / A.Cambone / Homo ambiens / Greenpeace

การคุ้มครองสัตว์ป่าของชุมชนในแทนซาเนียช่วยรักษาความหลากหลายทางชีวภาพของประเทศนี้ไว้ได้ รูปที่คุณเห็นคือช้างแอฟริกันที่กำลังเดินผ่านอุทยานแห่งชาติโกโรโกโร การจัดตั้งเขตรักษาพันธุ์สัตว์ช่วยปกป้องช้างและสัตว์ต่าง ๆ จากการล่าและการสูญเสียถิ่นที่อยู่อาศัย

8.เมืองคูคุย อาร์เจนติน่า

© Martin Katz / Greenpeace

เมืองคูคุยตั้งอยู่แถบเหนือสุดของประเทศอาร์เจนติน่า เมืองนี้เป็นที่ตั้งของภูมิประเทศแบบป่าดงดิบขนาดใหญ่ นาเกลือขนาดใหญ่ และเทือกเขาสูง ภาพที่เห็นคืออุทยานแห่งชาติคาลิเลกัว พื้นที่นี้เป็นพื้นที่ที่ มีความหลากหลายทางชีวภาพมากที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศและได้รับการคุ้มครองจากรัฐบาล โชคร้ายที่สถานที่นี้เป็นเป้าหมายของการสำรวจขุดเจาะน้ำมัน

9.อุทยานแห่งชาติแจสเปอร์ เมืองอัลเบอร์ต้า ประเทศแคนาดา

© Greenpeace

พื้นที่เต็มไปด้วยเทือกเขาสูงใหญ่ที่ถูกปกคลุมไปด้วยหิมะ อุทยานแห่งชาติแจสเปอร์เป็นอุทยานแห่งชาติที่ใหญ่ที่สุดในเทือกเขาแคเนเดี้ยนร็อกกี้ และยังเป็นบ้านของสัตว์หายาก เช่น หมีกริซลี กวางมูส กวางคาริบู และหมาป่า น่าเสียดายที่ท่อส่งก๊าซขนาดใหญ่กำลังจะถูกติดตั้งผ่านเมืองอัลเบอร์ต้า และท่อทรานส์เมาเท่นกำลังอยู่ในขั้นตอนเสนอแผนการ อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่

10.เกาะแบร์ ประเทศนอร์เวย์

© Mitja Kobal / Greenpeace

เกาะแบร์ เกาะที่อยู่ทางใต้สุดของหมู่เกาะนอร์วีเจี้ยน สฟาลบาร์ เกาะนี้เป็นพื้นที่ที่ได้รับการคุ้มครองจากรัฐบาล เกาะแห่งนี้ที่ไม่มีการอาศัยและการพัฒนาของมนุษย์ คุณสามารถพบสัตว์พื้นเมืองและอาณาจักรนกทะเลขนาดใหญ่ได้ที่เกาะแห่งนี้ หลายครั้งที่นกจะบินเหนือหน้าผาอันสูงชันของเกาะนี้ เกาะแบร์ยังคงถูกรายล้อมไปด้วยธารน้ำแข็ง ถ้ำ และเสาหินมากมาย

รูปของความมหัศจรรย์และความสวยงามของธรรมชาติไม่สามารถที่จะเอามาลงในบทความนี้ได้หมด แต่อย่างน้อยรูปในบทความนี้จะช่วยย้ำเตือนถึงสถานการณ์ของสิ่งแวดล้อม เราสามารถร่วมมือกันเพื่อเป็นพลเมืองที่ดีของโลกใบนี้ได้ เพียงแค่คุณร่วมเป็นกระบอกเสียงให้ผู้มีอำนาจในการตัดสินใจร่วมรักษาธรรมชาติอันสวยงามนี้ให้อยู่กับโลกนี้ตลอดไป


ที่มา : www.greenpeace.org/seasia/th/news/blog1/10/blog/61771

ติดตามกรีนพีซเพิ่มเติมที่