“ซื้อไปทำแมวน้ำอะไร” หนังโฆษณาจบ แต่แคมเปญไม่จบให้คนคิดต่อ จาก CJ WORX

“ซื้อไปทำแมวน้ำอะไร” ...เช็คลิสต์ 3 ข้อกับของที่ซื้อ ก่อนจะโดนถามแบบนี้ 

หนังโฆษณาจบ แต่แคมเปญไม่จบให้คนคิดต่อ จาก CJ WORX

สงครามชอปปิงออนไลน์ 11.11 เพิ่งสงบไปหมาดๆ แต่เชื่อว่า คงจะปะทุขึ้นอีกอย่างแน่นอน เพราะเม็ดเงินจากการชอปปิงออนไลน์พุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง มาจากพฤติกรรมของคนที่เปลี่ยนไป

แต่ของที่ซื้อมาใหม่ แรกๆก็รู้สึกเห่อ รู้สึกตื่นเต้น แต่เมื่อเวลาผ่านไปก็รู้สึกชินชา จนต้องหาสิ่งใหม่เร้าใจความตื่นเต้นกว่าเดิม สิ่งที่ใหญ่ขึ้นเพิ่มระดับขึ้นเรื่อยๆ สุดท้ายเลี้ยงแมวน้ำไว้เต็มบ้าน ทั้งที่ของเก่าได้ใช้งานบ้าง หรือไม่เคยได้ใช้งานอีกเลยก็มี

“ซื้อไปทำแมวน้ำอะไร” อินไซต์จากวงการฟุตบอล เปรียบเปร่ยการซื้อตัวนักเตะเข้าทีมโดยคิดว่าไม่น่ามีประโยชน์ “แมวน้ำ” จึงกลายเป็นอินไซต์โดนๆมาสู่สิ่งของอื่นๆที่มองว่า ซื้อมาก็ไม่ได้ใช้งาน...หรือสร้างประโยชน์ให้เจ้าของ คุณสหรัฐ สวัสดิ์อธิคม Managing Director จาก บริษัท CJ WORX ชี้ว่านี่คือ ตัวจุดประกายไอเดีย ของแคมเปญ คิดก่อนควักชะงักก่อนเปย์ ที่ธนาคารกรุงไทย มอบโจทย์ให้ CJ WORX ต่อยอดไอเดีย

“จากที่ในเฟสแรกเป็น HI-SA-TI Shop ที่มีสินค้า 6 ชนิดที่มีชื่อเตือนใจคนเวลากำลังจะตัดสินใจซื้อ แต่พอมาเฟส 2 “แมวน้ำ” มุ่งเน้นสำหรับคนที่ซื้อของมาแล้ว แต่ไม่เกิดประโยชน์ โดยใช้แมวน้ำเป็นสัญลักษณ์แทนสิ่งของเหล่านั้น”

คลิป : https://goo.gl/9R3yjV

ไม่ใช่แค่ของไม่มีประโยชน์เท่านั้นที่เป็นแมวน้ำ ของมีประโยชน์ อาทิ หนังสือ โดรน จักรยาน เครื่องออกกำลังกาย ฯลฯ ก็ล้วนกลายร่างเป็นแมวน้ำได้ทั้งนั้น เช็คลิสต์ 3 ปัจจัยกันว่า บ้านใครมีแมวน้ำบ้าง  

 1 แมวน้ำต้องไม่ได้ใช้งาน แม้จะไม่มีค่า แต่ถ้าเราใช้งานมันบ่อยครั้ง ก็ถือว่า มันไม่ใช่แมวน้ำแน่นอน เพราะแมวน้ำต้องไม่ได้ใช้งานเลย หรือใช้งานแค่ในช่วงนี้ แต่ช่วงหลังไม่ได้ใช้งาน

2 แมวน้ำไม่มีคุณค่าทางจิตใจ แมวน้ำไม่ได้ขึ้นอยู่กับราคาว่าตัวนี้แพงหรือถูก แต่ขึ้นอยู่กับคุณค่าทางจิตใจ ซึ่งมันจะต้องสร้างพลังเชิงบวก แม้อาจไม่ได้หยิบจับใช้งาน แค่เราได้เห็นแค่นี้ ก็สร้างความรู้สึกดีทางใจได้ เป็นแรงผลักดันเชิงบวก สร้างแรงบันดาลใจ แบบนี้ไม่ใช่แมวน้ำเช่นกัน

3 แมวน้ำสร้างมูลค่าไม่ได้ เพราะอะไรเปลี่ยนเป็นรายได้ สร้างมูลค่าเพิ่มขึ้น ก็ถือว่า เป็นการลงทุน อย่างของเล่น ของสะสม เราอาจไม่ได้ใช้ประโยชน์จากมัน แต่นับวันราคาสูงขึ้นตามความต้องการของนักสะสม อาทิ ของเล่นโบราณ แสตมป์ หุ่นฟิกเกอร์ ฯลฯ

“ยอดวิวแค่เฉพาะจากแฟนเพจKTB สูงถึงเกือบ 4 ล้านวิว ที่ส่วนใหญ่เป็นออร์แกนิก ตามด้วยยอดEngagement ล้นหลาม ที่เฉพาะคอมเมนต์ 100% Positive ทั้งโดนใจ เพราะเคยมีประสบการณ์ซื้อแมวน้ำกันมาแล้วทั้งนั้น แถมด้วยประโยคฮิต ซื้อไปทำแมวน้ำอะไร กลายเป็นคำฮิตไว้ถามถึงพฤติกรรมการซื้อของที่ส่อแววว่าจะเป็นแมวน้ำแน่ๆด้วย” ในฐานะ หัวหอกหลักด้าน ครีเอทีของ CJ WORX อธิบายถึงความสำเร็จเบื้องหลัง

 อะไรทำให้คนโดนใจ เพราะอาจไม่ได้มีสิ่งของจับต้องได้ เหมือนตอนเฟสแรก Hi Sa Ti Shop แต่นี่เน้นบนออนไลน์ล้วนๆกลับมากระแสตอบรับดีมาก คุณสหรัฐ เล่าว่า...

คลิปนี้ไม่ได้เน้นขายของหรือภาพลักษณ์ของแบรนด์ตรงๆ แถมยังสื่อสารในแง่มุมที่ดี ไปพร้อมกับการไม่ได้เฉลยว่าทุกอย่างคืออะไร แมวน้ำคืออะไร แต่ชวนให้คนดูสงสัย และติดตามชมจนจบ ที่สำคัญกระบวนท่าในการสร้างสรรค์ผลงานที่เป็นภาพยนตร์ของคลิปนี้ สร้างให้เกิดการจดจำว่า “ซื้อไปทำแมวน้ำอะไร” ไม่ใช่เน้นแค่ดูคลิปจบแล้วจบกัน แต่ต้องการให้คิดต่อ ต้องการให้ย้อนไปถึงพฤติกรรมการซื้อของตัวเองที่ผ่านมา และตั้งคำถามกับสิ่งของรอบๆตัวด้วย

“ช่วงนี้มีแต่ภาพยนตร์โฆษณามากมาย แต่ภาพยนตร์ที่สร้างให้คนคิดต่อเนื่องไปนั้น มีไม่มากและไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะส่วนใหญ่เป็นเรื่องที่จบในตัว แต่เรื่องนี้ต้องการให้คนดูไปคิดต่อว่า แมวน้ำคืออะไร เคยซื้อแมวน้ำกันไปบ้างไหม แมวน้ำจึงกลายเป็นสัญลักษณ์ของสิ่งของที่ไม่ใช้งาน

หนังโฆษณาชิ้นนี้ทรงพลังมากกว่าทั่วไป เพราะผลลัพธ์คือ ผู้ชมต่างคิดต่อ และวิเคราะห์ถึงของในบ้านตัวเอง จนกลายเป็นคอมเมนต์เล่าถึงประสบการณ์ของตัวเองและเพื่อนที่ล้วนเคยเลี้ยงแมวน้ำ รวมถึงการส่งต่อคลิปในกรุ๊ปไลน์ครอบครัว และวงสนทนาอื่นๆเพื่อเตือนสติให้คนที่รักว่า ซื้อแมวน้ำกันมาบ้างหรือเปล่า”


ภาพยนตร์โฆษณาแคมเปญนี้ จึงไม่ใช่แค่เรื่องของตัวละครในคลิปเท่านั้น แต่สุดท้ายอาจกลายเป็นเรื่องของทุกคนที่ชมนั่นเอง