คิงเพาเวอร์มอบ‘สุขาสุขใจ’จ.น่าน หนุนท่องเที่ยว‘เมืองรอง’

อุตสาหกรรมท่องเที่ยวมีส่วนสำคัญทำให้เกิดรายได้หมุนเวียนในท้องถิ่น และผลักดันการเติบโตเศรษฐกิจประเทศ การสร้างพัฒนาการท่องเที่ยวและการสร้างมาตรฐานบริการระดับสากล ถือเป็นปัจจัยสำคัญที่จะส่งเสริมภาพลักษณ์และความยั่งยืนของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย

ไม่เว้นกระทั่งเรื่องเล็กๆ แต่มีความสำคัญต่อภาพลักษณ์และความประทับใจต่อการท่องเที่ยงอย่าง บริการด้าน “สุขา” ที่ถือเป็นสิ่งอำนวยความสะดวกขั้นพื้นฐานที่สำคัญ โดยเฉพาะสุขา ที่สะอาด มีคุณภาพ สามารถอำนวยความสะดวกให้นักท่องเที่ยวทุกเพศ ทุกวัย รวมทั้งผู้พิการ ได้ใช้ประโยชน์อย่างเท่าเทียม อีกทั้งยังแสดงให้เห็นถึงความพร้อมของประเทศไทยในการเป็น “จุดหมายปลายทาง” ของนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก

คิงเพาเวอร์ สุขาสุขใจ

ด้วยเหตุนี้ กลุ่มบริษัทคิงเพาเวอร์ จึงเลือกดำเนินโครงการเพื่อสังคม (ซีเอสอาร์) ภายใต้ KING POWER THAI POWER พลังคนไทยในด้านชุมชน มีนโยบายเพื่อสนับสนุนศักยภาพของชุมชนไทยให้มีความเข้มแข็งอย่างยั่งยืน โดยร่วมมือกับกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา จัดทำโครงการ “คิง เพาเวอร์ ไทย เพาเวอร์ พลังคนไทย สุขา สุขใจ” มอบห้องน้ำให้กับชุมชนในแหล่งท่องเที่ยวจำนวน 10 แห่ง รวมมูลค่า 10 ล้านบาท

ห้องน้ำจัดทำขึ้นเป็นรูปแบบสากล หรือ Universal Design สำหรับชาย หญิง และผู้พิการ มีทางลาดสำหรับผู้พิการ ประตูบานเลื่อน และปุ่มช่วยเหลือฉุกเฉิน เพื่อให้เป็นห้องน้ำของทุกคน ที่สะอาด สะดวก และปลอดภัย ได้เอกลักษณ์และยั่งยืน ใช้งานได้สำหรับทุกคน  ซึ่งตามหลักสากล ถือว่าประเทศนั้นๆ มีการพัฒนาและมีความพร้อมที่จะดูแลบุคคลทุกเพศ ทุกวัย

คิงเพาเวอร์ สุขาสุขใจ

ก่อนหน้านี้ คิงเพาเวอร์ ได้มอบสุขา สุขใจ ไปแล้ว 2 แห่ง ได้แก่ สุขา สุขใจ สวนพฤกษศาสตร์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ อำเภทแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ เมื่อวันที่ 20 เมษายน 2561  และสวนสาธารณะ ทุ่งศรีเมือง จังหวัดอุบลราชธานี เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม 2561

ปัจจุบันเข้าสู่ช่วงไฮซีซันท่องเที่ยวฤดูหนาวของแหล่งท่องเที่ยวสำคัญในภาคเหนือ ซึ่งเป็น “จุดหมายปลายทาง” ยอดนิยมช่วงปลายปี โดยเฉพาะจังหวัดน่าน ที่ในแต่ละปีมีนักท่องเที่ยวเดินทางมาเยี่ยมเยือนจำนวนมาก กลุ่มคิงเพาเวอร์ จึงได้ส่งมอบห้องน้ำชุมชนในแหล่งท่องเที่ยว แห่งที่ 3 ณ สวนสาธารณะศรีเมือง จังหวัดน่าน เมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน 2561 เพื่อยกระดับคุณภาพสาธารณูปโภคและสร้างมาตรฐานด้านความสะอาดของห้องน้ำในแหล่งท่องเที่ยวทั่วประเทศในระดับสากล

คิงเพาเวอร์ สุขาสุขใจ

หนุนท่องเที่ยวเมืองรอง

เนตรชนก ทวีศรี ที่ปรึกษากลุ่มคิงเพาเวอร์ กล่าวว่าจากนโยบายของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ที่ต้องการส่งเสริมภาพลักษณ์ที่ดีของแหล่งท่องเที่ยวให้แก่ชาวไทยและต่างชาติ โดยให้ชุมชนเป็นผู้ดูแล ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของกลุ่มบริษัทคิงเพาเวอร์ ที่พร้อมส่งเสริมการท่องเที่ยวของไทย

โดยกลุ่มคิงเพาเวอร์ ได้สนับสนุนการสร้างห้องน้ำในแหล่งชุมชน เพื่อสะท้อนให้นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติได้เห็นถึงศักยภาพของคนไทย ในการต้อนรับนักท่องเที่ยวได้เป็นอย่างดี พร้อมทั้งสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชน จึงเป็นที่มาของความร่วมมือในครั้งนี้ เพื่อสร้างห้องน้ำชุมชนในแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ และยกระดับภาพลักษณ์การท่องเที่ยวไทย โดยเฉพาะเมืองรอง จึงเลือกจังหวัดน่าน เป็นแห่งที่ 3 ในการสร้าง “สุขา สุขใจ” จากทั้งโครงการรวม 10 แห่ง

เนตรชนก ทวีศรี ที่ปรึกษากลุ่มคิงเพาเวอร์เนตรชนก ทวีศรี ที่ปรึกษากลุ่มคิงเพาเวอร์

โครงการ “สุขา สุขใจ” ของกลุ่มคิงเพาเวอร์ ได้พัฒนาต้นแบบมาจากการร่วมกันคิดและพัฒนาจากความเห็นของทุกฝ่าย โดยรัฐมนตรีกระทรวงการท่องเที่ยวฯ ได้ช่วยออกความคิดเห็นในการปรับปรุงแต่ละแห่งให้ดีขึ้น เพื่อให้เหมาะกับการใช้งานของบุคคลทั่วไป ผู้สูงวัย และผู้พิการ ซึ่งเป็นต้นแบบห้องน้ำมาตรฐาน ที่ทุกหน่วยงานสามารถนำแบบไปพัฒนาและสร้างเพื่อใช้งานในพื้นที่ต่างๆ ได้ โดยประชาชนและนักท่องเที่ยวจะได้ใช้ห้องน้ำที่เป็นมาตรฐานสากล และท้องถิ่นแต่ละแห่งจะช่วยกันดูแลบำรุงรักษาต่อไป

ปัจจุบันภาครัฐมีเรื่องจำเป็นเร่งด่วนที่ต้องมีนโยบายการลงทุนหลายด้านและมีงบประมาณจำกัด ดังนั้นหากภาคเอกชนที่มีความพร้อมสามารถช่วยสนับสนุนได้อีกทาง จะช่วยสนับสนุนอุตสาหกรรมท่องเที่ยวเติบโต ซึ่งมีอีกหลากหลายโปรเจคที่สามารถภาคเอกชนสามารถเข้ามาร่วมกันสนับสนุนได้

“เรื่องความประทับใจในการใช้บริการสาธารณะของประชาชนทั่วไปและนักท่องเที่ยว ไม่สามารถตีกลับมาเป็นมูลค่าได้ แต่ความประทับใจแล้วบอกต่อถือเป็นการสื่อสารที่จะสร้างภาพลักษณ์ให้การท่องเที่ยวไทย ที่จะเติบโตอย่างยั่งยืนต่อไป”

คิงเพาเวอร์ สุขาสุขใจ

เสริมแกร่งเมืองสะอาดแห่งอาเซียน

ทางด้าน วีระศักดิ์ โควสุรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่าทันทีที่ประกาศนโยบายในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ด้านท่องเที่ยว โดยมีเรื่องหลัก คือ ความสะดวก สะอาด ปลอดภัย และได้เอกลักษณ์ ในเรื่องความสะดวก นอกจากการเดินทางที่สะดวก ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญแล้ว เรื่อง ความสะอาด ก็ไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน เพราะไม่ได้มีเพียงเรื่อง “อาหาร” เท่านั้น แต่รวมถึง “ห้องน้ำ” 

เมื่อพูดถึงนโยบายด้านความสะอาด ผู้บริหารกลุ่มคิงเพาเวอร์ ได้ตอบรับทันที พร้อมแจ้งความจำนงว่าขอลงนามร่วมกับกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา เพื่อสร้างห้องน้ำสาธารณะรองรับนโยบายเรื่องความสะอาดให้กระทรวงฯ เพื่อสนับสนุนการท่องเที่ยวไทยอย่างน้อย 10 แห่ง รวมทั้งในแหล่งท่องเที่ยว “เมืองรอง”  โดยค้นหาสถานที่ท่องเที่ยวและทำงานร่วมกับท้องถิ่น เพราะโครงการนี้ ไม่ใช่การให้ห้องน้ำฟรี แต่ต้องมีการร่วมลงทุนของพื้นที่ในการดูแลรักษาห้องน้ำต่อไป โดยไม่เก็บค่าใช้จ่ายในการใช้บริการ

วีระศักดิ์ โควสุรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา

นั่นเท่ากับว่า “ผู้รับ” หรือท้องถิ่น ไม่ต้องลงทุนสร้างสิ่งปลูกสร้าง แต่จะต้องจัดสรรงบประมาณบางส่วน เพื่อบำรุงรักษาเพราะถือเป็นอีกภารกิจที่สำคัญและท้าทายไม่แพ้กัน

ดังนั้นเมื่อมีนโยบายนี้เกิดขึ้นและเริ่มดำเนินการ ได้นำไปสู่ความสุข ไม่เพียงแต่นักท่องเที่ยวและผู้มาเยือนเท่านั้น แต่เป็นความสุขของคนเมืองในพื้นที่นั้นๆ ที่มีห้องน้ำมาตรฐานสากลใช้งาน ซึ่งมาจากการออกแบบและรักษาจะต้องคำนึงถึง “การท่องเที่ยวที่ดูแลคนทุกกลุ่ม” ทั้งคนทั่วไป เด็ก ผู้สูงวัย รวมทั้งผู้พิการ ที่จะได้ใช้งาน “ห้องน้ำมาตรฐานสากล” มีระบบฉุกเฉินขอความช่วยเหลือเมื่อผู้ใช้มีความจำเป็น ซึ่งมาตรฐานต่างๆ ถือเป็นต้นแบบที่จะก้าวไปสู่ “เมืองมาตรฐาน” ที่มีความมั่นคงมากขึ้น

การมีห้องน้ำมาตรฐานสากล ถือเป็นการส่งเสริมการได้รางวัลของ “เมืองน่าน” ที่ถือเป็นหนึ่งในสองจังหวัดของประเทศไทย ที่ได้รับการโหวตในระดับอาเซียน ให้เป็นเมืองสะอาดในระดับอาเซียน ให้มีความมั่นคงมากยิ่งขึ้น ช่วยส่งเสริมความก้าวหน้าและความยั่งยืนของการท่องเที่ยวจังหวัดน่านต่อไป

พัฒนาสู่เมืองมาตรฐานท่องเที่ยว

ในอดีตเมืองน่าน มีความรุ่งเรืองมายาวนาน เชื่อมั่นว่าความเป็น “เมืองรอง” ของเมืองน่าน จะสามารถพัฒนาโดยไม่เน้นเรื่องปริมาณ แต่พัฒนาในเชิงคุณภาพที่ทำให้คนที่เดินทางมาเมืองน่าน มุ่งเห็นผลด้านวัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ และโบราณคดี รวมทั้งเรื่องราวที่เป็นเสน่ห์ของเมืองน่านที่สามารถนำไปเล่าต่อได้

ปัจจุบันรัฐบาลได้สร้างถนนเชื่อมระหว่าง “น่านกับหลวงพระบาง” สปป.ลาว เมืองมรดกโลกที่นักท่องเที่ยวรู้จักดี เมื่อนักท่องเที่ยวเดินทางท่องเที่ยวระหว่างสองเมือง จะนำเสน่ห์ของเมืองน่านไปเล่าขานต่อไป

การพัฒนาพื้นฐานแหล่งท่องเที่ยว สะดวก สะอาด ปลอดภัยและมีเอกลักษณ์ ซึ่งจังหวัดน่านมีครบทุกองค์ประกอบ โดยมีเอกลักษณ์ที่โดดเด่นอยู่แล้ว การเดินทางสะดวก เมื่อเสริมความสะอาดด้านมาตรฐานห้องน้ำเข้ามา จะทำให้จังหวัดน่านก้าวไปสู่ เมืองท่องเที่ยวมาตรฐานสากล ในด้านอื่นๆ เพิ่มขึ้น

คิงเพาเวอร์ สุขาสุขใจ

“โครงการสุขา สุขใจ ถือเป็นก้าวเล็กๆ ที่มีความสำคัญและมีความหมาย ที่ทำให้เข้าใจได้ว่า สิ่งที่เราต้องใช้ และมีใช้ประจำวัน หากยกมาตรฐานขึ้นไป จะเป็นเรื่องบ่งชี้ ที่จะช่วยทำให้ความก้าวหน้าในด้านอื่นๆ ที่ต้องการเห็นการท่องเที่ยวในจังหวัดน่าน ที่ไม่ใช่เชิงปริมาณ แต่เป็นเชิงคุณภาพมีความยั่งยืนมากขึ้น”

การให้ความสำคัญกับห้องน้ำสะอาดและมีมาตรฐาน วันนี้เห็นแล้วว่ามีนักท่องเที่ยวผู้หญิงมากขึ้น กลุ่มครอบครัว สูงวัย และคนพิการ สามารถใช้ห้องน้ำได้อย่างสะดวก

การที่คิงเพาเวอร์ เห็นความสำคัญด้วยการสร้างห้องน้ำมาตรฐานสากล ทั้งในเมืองหลักและเมืองรองของประเทศไทย ทำให้เกิดความสนใจและตื่นตัวของพื้นที่ท่องเที่ยวต่างๆ เพราะการมีห้องน้ำมาตรฐานสากลสูง เป็นการยกระดับเมืองท่องเที่ยวในพื้นที่ เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวเข้ามามากขึ้น อีกทั้งนักท่องเที่ยวที่ได้ใช้บริการห้องน้ำที่ดี ยังเป็นกลุ่มที่จะไป “บอกต่อ” ถึงบริการสาธารณะที่เป็นระดับสากล โดยเฉพาะการท่องเที่ยว “เมืองรอง” ที่มาเยือนแล้วได้รับบริการที่เกิดคาด ซึ่ง “ความประทับใจ” เหล่านี้ มีคุณค่ามากกว่าการโฆษณามากมาย

การที่เอกชนมาช่วยรัฐลงทุน เป็นการอุดช่องว่างการลงทุนรัฐที่มีระเบียบจำนวนมาก แต่การลงทุนของเอกชนจะเห็นการเนรมิตเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว อีกทั้งจะมีการติดตามการทำงานจากการลงทุนของภาคเอกชนเอง

การใช้ประโยชน์จากประสิทธิภาพที่สามารถสร้างได้จากภาคเอกชน จึงเป็นส่วนสำคัญในการช่วยภาครัฐทำงาน ขณะที่ชุมชนพื้นที่ ได้เห็นว่ามีเอกชนเข้ามาลงทุนให้ ดังนั้นจึงมีหน้าที่ในการช่วยบำรุงรักษา ทำให้เกิดความเป็นเจ้าของร่วมกันในห้องน้ำมาตรฐานสากล เป็นสิ่งอำนวยความสะดวกสำคัญที่ทุกคนได้ใช้งานไม่ว่าจะเป็นคนไทยหรือชาวต่างประเทศ

“เชื่อว่าความร่วมมือของกระทรวงท่องเที่ยวและคิงเพาเวอร์ จะเป็นแรงบันดาลใจให้เอกชนรายอื่นๆ ทำงานกับภาครัฐมากขึ้น โดยไม่จำเป็นต้องมาทำงานกับกระทรวงท่องเที่ยวเท่านั้น เพื่อทำให้เกิดการลงทุนและความร่วมมือร่วมกันระหว่างรัฐ เอกชน และประชาชน สร้างมาตรฐานการครองชีพ การเดินทาง และการพัฒนาประเทศให้ดียิ่งขึ้น”

น่าน

 “น่าน”ก้าวสู่เมืองหลักท่องเที่ยว

จังหวัดน่าน ถือเป็นพื้นที่เชื่อมทั้งล้านนาและล้านช้างเข้าด้วยกัน จากสิ่งที่เป็นทรัพยากรดั้งเดิมของจังหวัดน่าน ตั้งแต่ยุคเกลือสินเทา ที่ยังเป็นประโยชน์ถึงปัจจุบัน วีระศักดิ์ ย้ำว่าวันนี้คนน่านไม่ได้ขายเกลือ แต่ขายวัฒนธรรมของเกลือ ที่ทำให้เกิดกระแสการใช้งานด้านอื่นๆ ตามมา ทั้งการเป็นศูนย์กลางแลกเปลี่ยนเรียนรู้วัฒนธรรมต่างๆ

ปัจจุบันได้เห็นบรรยากาศการทำงานของคนรุ่นใหม่ ได้ใช้วัฒนธรรมเก๋ไก๋ อยู่ร่วมกับวัฒนธรรมดั้งเดิม ตัวอย่าง ร้านกาแฟ ที่นำเมล็ดกาแฟมาจากทุกดอย ซึ่งแต่ละดอยมีดินไม่เหมือนกัน ทำให้ได้รสชาติที่ต่างกัน ถือเป็นการพัฒนาจุดหมายที่นักท่องเที่ยวต้องมาเยี่ยมเยือนที่ผสานไปกับวัฒนธรรมเดิมได้อย่างลงตัว

ร้านกาแฟ จังหวันน่าน

“น่านไม่ได้ขายแค่ความเก่า แต่น่าน ขายความเป็นปัจจุบันและความร่วมสมัยของเมือง และเป็นพื้นที่สำคัญเชื่อมต่อเมืองเก่าน่าน โบราณสถานและเมืองโบราณ อย่างหลวงพระบางที่เป็นมรดกโลก ทำให้เมืองคู่แฝด “น่านและหลวงพระบาง” กำลังปรากฎเข้าไปอยู่ในแผนที่โลกชัดเจนขึ้น และสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างประเทศ รวมทั้งประเทศเพื่อนบ้านเดินทางเข้ามามากขึ้น

ปี 2560 จังหวัดน่าน มีนักท่องเที่ยวเข้ามาจำนวน 9 แสนคน ปีนี้น่าจะเพิ่มได้ราว 10% ถือเป็นอัตราเติบโตที่ไม่เร่งมากเกินไป เพราะไม่ต้องการให้จังหวัดน่าน ซึ่งมีความเงียบสงบ กลายเป็นเมืองที่อึกทึก จากผู้คนที่เดินทางเข้ามาจำนวนมากเกินกว่าที่แหล่งท่องเที่ยวจะรองรับได้ โดยต้องให้เวลาพื้นที่ได้บริหารจัดการปริมาณนักท่องเที่ยวที่กำลังเพิ่มขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไป เพื่อกระจายออกจากเมืองไปสู่เพื่อที่รอบนอกได้มากขึ้น เพื่อทำให้ความสามารถในการรองรับดีขึ้น เชื่อว่าหลังจากนั้นปริมาณจะเข้ามาเอง

น่าน

แผนการสร้างความยั่งยืนให้กับแหล่งท่องเที่ยวจังหวัดน่าน คือ ต้องมีความเชื่อใจในชุมชน ในฐานะ ประธาน องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (องค์การมหาชน) อพท. ซึ่งได้รับมอบหมายให้ดูแลพื้นที่พิเศษเพื่อพัฒนาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน ได้พัฒนาแหล่งท่องเที่ยวจังหวัดน่านมากว่า 10 ปี ได้เรียนรู้ทำงานร่วมกับชาวบ้าน โดยต้องให้ “ท่องเที่ยว” มารับใช้ชุมชน ซึ่งจะทำให้เกิดความยั่งยืน เพราะเป็นสิ่งที่เจ้าบ้านเป็นผู้กำหนดรูปแบบที่ต้องการให้เกิดขึ้น เพราะชาวบ้านไม่ต้องเปลี่ยนวิถีชีวิต แต่ใช้วิถีชีวิตแบบที่ตัวเองมีความสุข โดยให้ผู้เยี่ยมเยือนมาศึกษาวิถีการใช้ชีวิตของชุมชน มาร่วมสร้างประสบการณ์กับท้องถิ่น

“สิ่งที่แต่ละชุมชนมี คือ ฐานรากที่ลึกอยู่แล้ว จะช่วยทำให้แต่ละท้องถิ่นมีที่ยืน คนที่เข้ามาจะได้เรียนรู้ฐานรากนั้น และกลับไปด้วยความประทับใจจากการท่องเที่ยวที่ชุมชนที่แท้จริง”

คิงเพาเวอร์ ผ้าคราม

คิงเพาเวอร์ดันผ้าย้อมครามสู่สากล

อีกนโยบายส่งเสริมการท่องเที่ยวท้องถิ่น คือการพัฒนาสินค้าชุมชน โดยเฉพาะด้านแพ็คเกจจิ้งและมาร์เก็ตติ้ง ด้วยจุดเด่นดีไซน์ของท้องถิ่น โดยรัฐและเอกชนได้เข้ามาช่วยสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง ซึ่งพบว่ามีโอกาสเติบโตได้อีกมาก

ตัวอย่าง ผ้าย้อมคราม อีกโครงการที่ คิง เพาเวอร์ สนับสนุน การท่องเที่ยว ด้วยการนำผ้าย้อมคราม จากสกลนคร ซึ่งมีเอกลักษณ์ในแบบของตัวเองไปแจ้งเกิด ในฐานะของที่ระลึกของสโมสรเลสเตอร์ ซิตี้ เพราะทันทีที่ถูกส่งเข้าไปจำหน่ายเป็นสินค้าที่ระลึกของสโมสรเลสเตอร์ ซิตี้ ถือเป็น “จุดเปลี่ยน” ของผ้าย้อมคราม จากสินค้าท้องถิ่นไปสู่ความเป็น “สากล” และมีส่วนในความภาคภูมิใจในการสนับสนุนการเป็น “ฐานราก” ของท้องถิ่น

“สีของคราม” ได้กลายเป็นสีที่มีความเป็นสากล ทำให้คนเริ่มศึกษาเรื่อง “สีคราม” โดยไม่ได้ศึกษาเพียงแค่ผ้าย้อมคราม แต่ศึกษาไปที่ “คราม” จะเริ่มมีความเข้าใจของแหล่งที่มาของท้องถิ่นที่มีวัฒนธรรมต้มสีคราม ว่ามาจากแหล่งใด ทำให้คนท้องถิ่นมีที่ยืนในระดับสากลทันที

“แพ็คเกจจิ้ง เป็นแค่สิ่งที่จับต้องแต่สิ่งที่เป็นรากฐาน คือ สินค้า ที่หากเล่าเรื่องอย่างมีที่มาที่ไป และวางจำหน่ายได้ถูแหล่ง จะเปลี่ยนวิธีคิดของคนที่กำลังบริโภคสินค้า”

หลังจากผ้าย้อมครามได้เข้าไปเป็นสินค้าที่ระลึกของสโมสรเลสเตอร์ ซิตี้ ทำให้ “ราคาของความเป็นครามกระโดดเพิ่มขึ้น” ดัชนีของราคาขยับขึ้นเป็น 100% ไม่ใช่เพียง 15-20% เหมือนสินค้าทั่วไป เพราะว่าเมื่อสินค้ามี “ความหมาย” ราคาจึงอยู่ที่ “คุณค่า” ไม่ใช่ต้นทุนราคา เพราะ “คราม” เป็นสินค้าที่มีเรื่องเล่าของชุมชนที่ผลิตครามโดยไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม เมื่อใช้สินค้าสีของครามจะยิ่งเข้มขึ้นเรื่อยๆ กลับกลายเป็นว่าวัตถุดิบที่มีในท้องถิ่นมีคุณค่าแซงหน้าเทคโนโลยีการผลิตผ้าในยุคใหม่ ซึ่งถือเป็นตัวอย่างที่ดีของเอกชนที่สนับสนุนสินค้าท้องถิ่นสู่เวทีระดับโลก


ที่มา https://www.thebangkokinsight.com/69862/