คิง เพาเวอร์ ศักยภาพธุรกิจไทยที่โลกยอมรับ

    กว่าสามทศวรรษของการดำเนินธุรกิจดิวตี้ฟรี คิง เพาเวอร์ ได้ก้าวขึ้นไปเป็นบริษัทระดับโลกที่น่าจับตามองอย่างยิ่ง การันตีด้วยรางวัลระดับโลก และขยายกิจการไปสู่สนามบินใหญ่ๆ อีกหลายแห่ง ล่าสุดชนะการประมูลการบริหารพื้นที่ในส่วนของร้านค้าปลอดอากร (Duty Free) ภายในท่าอากาศยานนานาชาติฮ่องกง (Chek Lap Kok Airport)

    อาณาจักรคิง เพาเวอร์ ก่อตัวจากความคิดเล็กๆ ของ วิชัย ศรีวัฒนประภา ตอนเรียนอยู่ที่ประเทศไต้หวัน สมัยที่ยังไม่มีเที่ยวบินตรงสู่ไต้หวันต้องแวะเปลี่ยนเครื่องที่ฮ่องกง ทุกครั้งที่กลับไทยต้องมีคนฝากซื้อของจากร้านปลอดภาษีที่ฮ่องกงเสมอ เลยเกิดไอเดียว่าทำไมเมืองไทยถึงไม่มีแบบนี้บ้าง

    วิชัย ศรีวัฒนประภา เริ่มต้นด้วยการเป็นหุ้นส่วนธุรกิจดิวตี้ฟรีกับเพื่อนที่ฮ่องกง และภายในสองปีกลายเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ ขณะนั้นความคิดทำธุรกิจร้านค้าปลอดอากรที่ประเทศไทยยังคงอยู่ถึงแม้ว่าจะมีความสลับซับซ้อนและเงื่อนไขหลายอย่างที่ไม่เอื้อต่อภาคเอกชน เท่าใดนัก

    อาณาจักรคิง เพาเวอร์ เริ่มต้นในปี 2532 โดยได้รับใบอนุญาตให้เปิดร้านค้าปลอดอากร (Duty Free) ในเมืองแห่งแรกของไทยที่อาคารมหาทุนพลาซ่า และก้าวกระโดดครั้งสำคัญเกิดขึ้นเมื่อปี 2549 ได้รับสัมปทานให้บริการร้านค้าปลอดอากร และพื้นที่เชิงพาณิชย์ ( บริการจุดรับส่งสินค้า อยู่ในสัญญาพื้นที่เชิงพาณิชย์) ที่สนามบินสุวรรณภูมิ เชียงใหม่ ภูเก็ต และหาดใหญ่ หลังจากนั้นได้ก่อตั้ง King Power Duty Free Downtown Complex ร้านค้าปลอดอากรในเมืองแห่งแรกบนถนนรางน้ำ ใจกลางกรุงเทพมหานคร

    ที่นี่เองเป็นต้นแบบให้กับการขยายสาขาสู่หัวเมืองต่างๆ อย่าง พัทยา ศรีวารี และภูเก็ต ซึ่งผลประกอบการเติบโตคู่ขนานไปกับจำนวนนักท่องเที่ยวต่างประเทศที่มากขึ้นทุกปี เป็นไปตามวิสัยทัศน์ของ วิชัย ศรีวัฒนประภา ที่ต้องการเป็นบริษัทชั้นนำด้านธุรกิจค้าปลีกและธุรกิจต่อเนื่องกับธุรกิจท่องเที่ยวที่ได้มาตรฐานระดับนานาชาติ


    การต่อยอดทางธุรกิจได้ขยายไปสู่กิจการโรงแรมพูลแมน คิง เพาเวอร์ กรุงเทพฯ โรงละครอักษรา และ ล่าสุดได้ลงทุนกว่า 1.4 หมื่นล้านบาท ซื้อทรัพย์สินบางส่วนของโครงการมหานคร คือ โรงแรม จุดชมวิว Observation Deck  และร้านค้าปลีกบริเวณพื้นที่รีเทล 4 ชั้น อาคารรีเทลมหานครคิวบ์ และเปลี่ยนชื่อเป็น คิง เพาเวอร์ มหานคร ต่อยอดธุรกิจโรงแรม ดิวตี้ฟรีและการท่องเที่ยวเต็มรูปแบบ รองรับจำนวนนักท่องเที่ยวที่เพิ่มมากขึ้นทุกปี

    ได้พิสูจน์ให้เห็นว่าธุรกิจดิวตี้ฟรีต้องเป็นมืออาชีพทำ ไม่ใช่แค่เพียงมีใบอนุญาตก็จะทำธุรกิจได้ กระทั่งปัจจุบันอาณาจักร คิง เพาเวอร์ ยิ่งใหญ่มีศักยภาพทางธุรกิจถึงระดับโลก ประสบการณ์เหล่านี้ช่วยให้คิง เพาเวอร์ ได้รับการยอมรับในระดับสากล สามารถขยายธุรกิจไปในพื้นที่สนามบินใหญ่ในต่างประเทศ

    ล่าสุดสามารถชนะประมูลคว้าดิวตี้ฟรี ท่าอากาศยานนานาชาติฮ่องกง (Chek Lap Kok Airport) ตอกย้ำศักยภาพธุรกิจดิวตี้ฟรีของคนไทยที่ระดับโลกให้การยอมรับ

    ปี 2561 คิง เพาเวอร์ ได้รับรางวัลชนะเลิศ ผู้ประกอบการดิวตี้ฟรีสนามบินยอดเยี่ยม ประจำปี 2561 จาก World Travel Awards ซึ่งเป็นรางวัลที่ได้รับการยอมรับระดับโลก ก่อนหน้านี้ก็ได้รับรางวัลชนะเลิศ ผู้ประกอบการดิวตี้ฟรีสนามบินยอดเยี่ยมแห่งภูมิภาคเอเชียประจำปี พ.ศ. 2561 การันตีความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่ของธุรกิจไทย

    และเป้าหมายสำคัญของ คิง เพาเวอร์ คือการผลักดันธุรกิจดิวตี้ฟรีไทยก้าวขึ้นสู่ท็อป 5 ของธุรกิจดิวตี้ฟรีระดับโลกให้ได้ภายใน 5 ปีจากนี้

    ศักยภาพของ คิง เพาเวอร์ ทำให้คำกล่าวที่ว่า “ธุรกิจของคนไทย ทำไมต้องให้ต่างประเทศทำ มีพลังมหาศาล.”


ที่มา https://www.matichon.co.th/bullet-news-today/news_1396509