เครือซีพีชูนโยบายบรรจุภัณฑ์ยั่งยืน เร่งเครื่องยุทธศาสตร์ ‘5Rs’ ลดขยะและพลาสติกล้นโลก

3 ก.ค. วันปลอดถุงพลาสติกสากล (International Plastic Bag Free Day)



วันนี้หากคุณคิดจะเดินเข้าร้านเซเว่น หรือไปซื้อของในซูเปอร์มาร์เก็ต ห้างร้านต่าง ๆ อย่าลืมพกถุงผ้าติดมือไปด้วย เพราะร้านค้าจะไม่หยิบยื่นถุงพลาสติกให้คุณ ด้วยว่าวันนี้ทุกประเทศทั่วโลกต่างรณรงค์งดใช้ถุงพลาสติก เพื่อบรรเทาปัญหาขยะพลาสติกล้นโลก 


สัปดาห์นี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้เชิญชวนคนไทยงดใช้ถุงพลาสติกเช่นกัน เพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลที่ให้ความสำคัญกับปัญหาขยะพลาสติก ซึ่งเป็นปัญหาใหญ่ระดับโลก โดยได้จัดทำโรดแมปจัดการขยะพลาสติก ปี 2561-2573 ตั้งเป้าหมายลด ละ เลิก ใช้พลาสติก มาใช้สิ่งที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมแทน โดยในปี 2565 หรืออีก 3 ปีข้างหน้านี้ ประเทศไทยจะเลิกใช้พลาสติก 4 ชนิด คือ 1. ถุงหูหิ้วที่หนาน้อยกว่า 36 ไมครอน 2. กล่องโฟมบรรจุอาหาร 3. หลอดพลาสติก 4. แก้วน้ำพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียว 


ฟากฝั่งภาคเอกชน องค์กรขนาดใหญ่อย่างเครือเจริญโภคภัณฑ์ หรือซีพี ซึ่งเป็นผู้นำเครือข่ายโกลบอล คอมแพ็ก ของสหประชาชาติในประเทศไทย หรือ GCNT ได้ดำเนินนโยบายด้านการลดปัญหาสิ่งแวดล้อมมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายสี่เสาหลัก (Four Pillars) ของสหประชาชาติ ด้านการปกป้องสิ่งแวดล้อม โดยซีอีโอ ศุภชัย เจียรวนนท์ ประกาศบนเวทีสากล Social Business Day 2019 เมื่อวันก่อนว่า เครือซีพีมี “นโยบายบรรจุภัณฑ์ยั่งยืน” ที่กำหนดทิศทางและกรอบการดำเนินงานด้านการบริหารจัดการของเสีย (Waste) ทั้งจากกระบวนการผลิตและกระบวนการอื่น ๆ ตลอดห่วงโซ่คุณค่า ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของนโยบายความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อมของเครือฯ ด้วยการส่งเสริมให้ทุกหน่วยธุรกิจ คิดและดำเนินการอย่างมีความรับผิดชอบ โดยใช้บรรจุภัณฑ์ที่สามารถ นำกลับมาใช้ซ้ำ นำมาใช้ใหม่ และย่อยสลายได้ และยังได้บรรจุโครงการนี้ไว้ในเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืนของเครือฯ ในปี 2563 อีกด้วย



คุณศุภชัย กล่าวว่า ยุทธศาสตร์การขับเคลื่อนนโยบายดังกล่าวเป็นไปตามหลักการ ‘5Rs’ คือ การสร้างความตระหนักรู้ เพื่อให้ผู้บริโภคลดการสร้างของเสีย (Re-educate), การลดใช้พลาสติก (Reduce), การรีไซเคิลพลาสติก (Recycle), การใช้วัสดุทดแทน (Replace), และ การค้นคว้าวิจัยและนวัตกรรม (Reinvent)


ปัจจุบันทุกหน่วยงานในเครือซีพีต่างขานรับนโยบาย นำไปวางแผนกำหนดกลยุทธ์ที่สอดคล้องกับธุรกิจของตน เพื่อมุ่งสู่เป้าหมายที่ตั้งไว้ เป็นต้นว่า ซีพีเอฟ หรือ บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) ได้ใช้บรรุจุภัณฑ์รักษ์โลกเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยนำ ถาดบรรจุภัณฑ์ชีวภาพ PLA (Polylactic acid) ซึ่งเป็นถาดอาหารชีวภาพที่ผลิตจากพืช (Renewable resource) และสามารถย่อยสลายได้ 100% ทดแทนการใช้ถาดพลาสติกใส PET (Polyethylene terephthalate) ซึ่งเป็นพลาสติกที่ผลิตจากปิโตรเลียมและไม่สามารถย่อยสลายเองได้ทางชีวภาพ


หรืออย่าง 7-eleven ภายใต้ บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) ซึ่งประสบความสำเร็จอย่างมาก ในการดำเนินนโยบายลดเลิกการใช้พลาสติก จากโครงการ ‘ลดวันละถุง คุณทำได้’ ทีมีนักร้องขวัญใจมหาชน ตูน-อาทิวราห์ คงมาลัย เป็นพรีเซนเตอร์ ถือเป็นผลงานชิ้นโบว์แดงของบริษัทฯ ที่ส่งผลกระทบในทางบวก สร้างแรงกระเพื่อมในการปฏิเสธไม่รับถุงอย่างได้ผล ด้วยการ ‘เปลี่ยนถุงเป็นเงิน’ นั่นคือ เมื่อลูกค้าปฏิเสธการรับถุง 1 ครั้ง เซเว่นฯ จะเปลี่ยนเป็นเงินบริจาค 20 สตางค์ ซึ่งจะรวบรวมเพื่อสมทบทุนซื้ออุปกรณ์การแพทย์ มอบให้อาคารนวมินทรบพิตร ๘๔ พรรษา โรงพยาบาลศิริราช 


นอกจากนี้ เครือซีพียังได้ขยายนโยบายเดียวกันไปยังผู้มีส่วนได้เสียของเครือฯ ไม่ว่าจะเป็นพันธมิตร คู่ค้า ซัพพลายเออร์ หรือผู้จัดจำหน่าย เพื่อเป็นตัวกระตุ้นให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในเชิงบวกต่อสังคม 


ทั้งนี้ จากข้อมูลของธนาคารโลกเมื่อปีที่แล้วพบว่า ประชากรโลกได้สร้างขยะปีละมากกว่า 2 พันล้านตัน ซึ่งหากไม่มีการดำเนินการแก้ไขปัญหาอย่างทันท่วงที โลกของเราจะต้องเผชิญกับของเสียเพิ่มขึ้น 70% หรือ 3,400 ล้านตันภายในปี 2593 ซึ่งขยะที่มีมากที่สุด 3 ประเภทแรก คือ อาหาร 44%, กระดาษและกระดาษแข็ง 17% และ พลาสติก 12% โดย 60% ของขยะทั่วโลกมาจากเอเชียและยุโรป 


การต่อสู้กับปัญหาเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องของใครคนใดคนหนึ่ง แต่เป็นเรื่องของเราทุกคน ดังนั้น การงดหรือลดขยะ หรือการใช้ถุงพลาสติกเพียงวันเดียวคงไม่พอ แต่ต้องทำอย่างต่อเนื่องทุก ๆ วันไปยาว ๆ จนกว่าปัญหาจะเบาบางลง เพื่อให้โลกของเราน่าอยู่ยิ่งขึ้น



ที่มา: MGR Online