ชี้แจงข้อเท็จจริง การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค

ตามที่ได้มีการนำเสนอข่าวกรณีวางแนวสายเคเบิลใต้ดินในพื้นที่โบราณสถานของวัดไชยวัฒนาราม จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ว่าเหตุใดต้องรื้อแนวกำแพงอิฐที่มีอายุเก่าแก่กว่า 300 ปี และทำไมไม่เลือกใช้วิธีอื่นเพื่อหลีกเลี่ยงความเสียหาย ซึ่งการดำเนินงานอยู่ภายใต้การควบคุมดูแลโดยกรมศิลปากร และกรมศิลปากรในฐานะเจ้าของโครงการดังกล่าวได้ชี้แจงกับสื่อมวลชนไปแล้วนั้น 

การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (PEA) ขอชี้แจงข้อเท็จจริงเพิ่มเติมว่า การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคในฐานะคู่สัญญาผู้ได้รับการว่าจ้างจากกรมศิลปากรในการก่อสร้างโครงการประดับไฟโบราณสถานเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพท่องเที่ยวในยามค่ำคืน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา มีจำนวนทั้งสิ้น 9 วัด ซึ่งได้รับการว่าจ้างให้ดำเนินการก่อสร้างโครงการมาตั้งแต่เดือน พฤษภาคม 2561 กำหนดแล้วเสร็จในเดือน พฤศจิกายน 2562 ภายใต้การควบคุมการทำงานร่วมกัน ของเจ้าหน้าที่กรมศิลปากร นักโบราณคดี และผู้ควบคุมงานของ PEA โดยในจุดที่มีปัญหาเกิดขึ้น เป็นจุดกำแพงที่เพิ่งผ่านการบูรณะขึ้นมาใหม่ ซึ่งไม่ใช่กำแพงอายุเก่าแก่กว่า 300 ปี และจุดดังกล่าวจะต้องมีท่อสายไฟฟ้าลอดผ่าน และมีความจำเป็นที่ต้องใช้เครื่องจักรกลตัดผ่านเพื่อวางระบบในบริเวณกำแพงดังกล่าว และได้มีการขออนุญาตจากทางกรมศิลปากรในจุดที่มีแนวกำแพงระดับต่ำที่สุด เพื่อจะได้ส่งผลกระทบต่อโบราณสถานให้น้อยที่สุด 

ตามแผนงานก่อสร้างของ PEA หลังจากได้ทำการขุดวางเคเบิลใต้ดินแล้วเสร็จ จะทำการคืนสภาพหน้างานให้มีสภาพสมบูรณ์ดังเดิมด้วยวัสดุใหม่ที่เป็นชนิดเดียวกัน 

ทั้งนี้ PEA และ กรมศิลปากร ได้ตระหนักถึงความสำคัญของโบราณสถานที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ของประเทศไทย ดังนั้น การดำเนินงานก่อสร้างโครงการดังกล่าวที่จะดำเนินการต่อไปให้แล้วเสร็จนั้น PEA และกรมศิลปากร จะหามาตรการควบคุมดูแลการก่อสร้างที่จะลดผลกระทบที่จะเกิดขึ้นให้น้อยที่สุด

จึงเรียนมาเพื่อโปรดทราบและขอความอนุเคราะห์ชี้แจงข้อเท็จจริงให้สาธารณชนรับทราบผ่านสื่อของท่านต่อไปด้วย จะขอบพระคุณยิ่ง

ขอแสดงความนับถือ

                      

  (นางเจริญศรี พลกำจร)

รองผู้อำนวยการกองสื่อสารองค์กร

รักษาการแทน ผู้อำนวยการกองสื่อสารองค์กร 

การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค