มท.3 สั่งการเร่งช่วยเหลือฟื้นฟูผู้ประสบอุทกภัย

นายนิสิต จันทร์สมวงศ์ อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน เผยว่า จากสถานการณ์ภัยพิบัติน้ำท่วมที่เกิดขึ้นในประเทศไทย ได้สร้างความเสียหายในพื้นที่ 29 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดอุบลราชธานี แพร่ ลำปาง น่าน แม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ อุตรดิตถ์ สุโขทัย พิษณุโลก เพชรบูรณ์ พิจิตร อุดรธานี หนองบัวลำภู ยโสธร นครพนม มุกดาหาร ร้อยเอ็ด สกลนคร อำนาจเจริญ ชัยภูมิ ศรีสะเกษ ขอนแก่น สุรินทร์ มหาสารคาม สระแก้ว ตราด กาฬสินธุ์ ระนอง และชุมพร ส่งผลให้พี่น้องประชาชนในพื้นที่ดังกล่าวได้รับความเดือดร้อน พื้นที่การเกษตรได้รับความเสียหาย การคมนาคมถูกตัดขาด น้ำท่วมในเขตพื้นที่ชุมชน ส่งผลกระทบทั้งระบบเศรษฐกิจและสังคมในภาพรวม

นายทรงศักดิ์ ทองศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้มีความห่วงใยประชาชนในพื้นที่ที่ได้รับความเดือดร้อน จึงได้สั่งการให้กรมการพัฒนาชุมชน กำหนดแนวทางให้ความช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยโดยด่วน ซึ่งกรมฯ ได้กำหนดให้มีการสำรวจพื้นที่ เก็บข้อมูลปัญหา/ความต้องการของประชาชนให้แล้วเสร็จ ภายในวันที่ 15 ตุลาคม 2562 โดยเฉพาะในส่วนภารกิจที่กรมฯ รับผิดชอบ และได้กำหนดแนวทางรวมทั้งงบประมาณส่วนหนึ่งในการให้ความช่วยเหลือฟื้นฟูภายหลังน้ำลด มีแนวทางในการดำเนินการอย่างเร่งด่วน ดังนี้

1. การสนับสนุนทุนในการประกอบอาชีพผ่านกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี กำหนดให้มีการพักชำระหนี้ จำนวน 6 เดือน สำหรับสมาชิกที่กู้ยืมเงินประเภทเงินทุนหมุนเวียน และฝึกอบรมให้ความรู้ พัฒนาทักษะ ในการประกอบอาชีพ โดยใช้เงินประเภทเงินอุดหนุน ก่อนการรวมกลุ่มกู้ยืมเงินกองทุน 

2. การสนับสนุนช่วยเหลือกลุ่มผู้ผลิต ผู้ประกอบการ OTOP โดยส่งเสริมช่องทางการตลาด (โครงการตลาดประชารัฐ คนไทยยิ้มได้ / โครงการ OTOP Mobile /งาน OTOP ภูมิภาค / งาน OTOP CITY 2019 /งาน Moto GP 2019) ให้กับผู้ประสบอุทกภัยและที่ร่วมกันทำสัมมาชีพ/สินค้า OTOP ในการจำหน่ายผลผลิตที่เหลืออยู่ และผลิตภัณฑ์ที่จัดทำขึ้นใหม่ รวมถึงสนับสนุนงบประมาณแก่กลุ่มผู้ผลิต ผู้ประกอบการ OTOP ที่ได้รับความเสียหาย เพื่อจัดซื้อวัสดุ อุปกรณ์ เครื่องมือ ครุภัณฑ์ ในการประกอบอาชีพของกลุ่มที่ชำรุดสูญหายจากอุทกภัย และ/หรือเข้ารับการพัฒนาผลิตภัณฑ์ในกลุ่มประเภท Quadrant D

3. การสนับสนุนช่วยเหลือชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี ที่ได้รับความเสียหาย เพื่อนำมาเป็นกลุ่มเป้าหมายในการพัฒนาต่อยอดให้กลับมาพร้อมเปิดให้บริการได้อีกครั้ง

4. การสนับสนุนวัสดุ อุปกรณ์ เครื่องมือในการประกอบอาชีพแก่กลุ่มอาชีพในหมู่บ้านเป้าหมายตามโครงการสัมมาชีพชุมชน

5. การสนับสนุนงบประมาณเพื่อดำเนินกิจกรรมรักษาและพัฒนาคุณภาพความเป็นหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียง และส่งเสริมสนับสนุนการจัดการขยะ ตลอดจนการแปรรูปขยะให้เป็นรายได้ 

6. การสนับสนุนช่วยเหลือครัวเรือนเป้าหมายที่ยืมเงินทุนตามโครงการแก้ไขปัญหาความยากจน (กข.คจ.) สามารถขอยื่นผ่อนผันระยะเวลาการส่งใช้คืนเงินยืมต่อคณะกรรม กข.คจ. หมู่บ้านที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติ

โดยกรมฯ ได้กำชับให้สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดทั้ง 29 จังหวัดที่ประสบภัย ดำเนินการสำรวจความเสียหายในส่วนที่เกี่ยวข้อง และระดมทรัพยากรที่มีอยู่ เข้าไปช่วยเหลือฟื้นฟูในเบื้องต้น พร้อมทั้งนำข้อมูลมาจัดทำแผนงานช่วยเหลือฟื้นฟูตามแนวทางดังกล่าวอย่างเร่งด่วน เพื่อให้ประชาชนเกิดรายได้ มีงานทำ สร้างรอยยิ้ม สร้างความสุข กลับมาอีกครั้ง อธิบดีกล่าว