ข้อสงสัยเมื่อพบว่าU Drink I Drive มีศักยภาพการเติบโตที่ดี ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องขายบริษัทในราคา 3 ล้านเลย

ถ้าใครเคยได้อ่านข่าวความขัดแย้งจากผู้บริหารแอพฯ U Drink I Drive ก็จะพอทราบเหตุการณ์มาบ้างว่า หุ้นส่วน 1 ใน 3 คน ออกมาฟ้องศาลเป็นเรื่องเป็นราว ขอคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว ไม่ให้มีการซื้อขายกิจการ เพราะว่า หุ้นส่วนอีก 2 คน ได้ทำการร่วมกันบอกขายกิจการในราคามูลค่า 3 ล้านบาท จนทำให้ภาพลักษณ์ขององค์กรดูไม่ค่อยดีเท่าไหร่นัก

จากนั้นหุ้นส่วนอีก 2 คน ก็ขอยกเลิกคำสั่งคุ้มครองศาลดังกล่าว แล้วศาลก็ยกเลิกไปแล้ว และหุ้นส่วนก็ได้ชี้แจงเหตุการณ์ทั้งหมด โดยบอกด้วยอีกว่า พบความผิดปกติทางบัญชี พบว่าหุ้นส่วนคนแรกที่ออกมาให้ข่าวนั้น เคยรายงานสรรพากรว่าบริษัทแอพฯ U Drink I Drive มีรายได้มาก แต่บริษัทกลับมีปัญหาเรื่องสภาพคล่องทางการเงิน จนหุ้นส่วนอีก 2 คน ต้องเข้ามาแก้ไขปัญหานี้


เมื่อข้อสงสัยดังกล่าวเกิดขึ้น บวกกับข้อมูลจากบทความหนึ่ง ที่บอกว่า U Drink I Drive มีศักยภาพในการเติบโต

1. มีรายได้กว่า 5 ล้านบาท/เดือน

2. ผู้ใช้บริการราว 7,000 คน / เดือน

3. มีอัตราเติบโตเฉลี่ยปีละ 80%

4. มีการประเมินมูลค่าธุรกิจไว้ที่ราว 100 ล้าน


ทำให้เรารู้สึกว่า ข้อมูลของหุ้นส่วนอีก 2 คนจะมีน้ำหนักมากกว่า ก็ดูได้จากการประเมินศักยภาพของ U Drink I Drive ต่อให้ไม่ใช่นักลงทุนก็รู้แหละว่าธุรกิจนี้ไม่น่าจะประสบปัญหาสภาพคล่องทางการเงิน ถึงขนาดต้องขายบริษัทในราคา 3 ล้าน ซึ่งมันไม่เมกเซ้นเลย (แล้วประเด็นการขายบริษัทราคา 3 ล้าน หุ้นส่วนก็ได้มีอธิบายไว้แล้ว ว่ามันมีเงื่อนไขอื่นๆ อีก อ่านได้ที่นี่ https://mgronline.com/onlinesection/detail/9620000092226 ) จับต้นชนปลายแล้วก็ดูมีพิรุธจริงๆ คราวนี้ก็ต้องคอยตามข่าวกันต่อไปว่าทางฝั่งหุ้นส่วนอีก 2 คน จะหา ความกระจ่างให้กับข้อสงสัยทางการเงินได้หรือไม่? อยากรู้ตอนจบเร็วๆ เหมือนกัน