มนต์เสน่ห์กรุงศรีมิเสื่อมคลาย

"อยุธยา" ราชธานีแห่งประวัติศาสตร์และวัดวาอาราม ใกล้กรุงเทพฯเดินทางสะดวก ใช้เวลาเพียงไม่นานก็สามารถเข้าไปสัมผัสมนต์เสน่ห์ของเมืองกรุงเก่า ที่ยังคงดึงดูดใจนักท่องเที่ยวให้แวะเวียนเข้ามาเยือนได้อย่างไม่เสื่อมคลาย 

วัดมหาธาตุ ตั้งอยู่ภายในเกาะเมือง ถ.ชีกุน ติดกับวัดราชบูรณะ เปิดทำการ ทุกวัน เวลา 08.00-18.00 น.โบราณสถานแห่งนี้เป็นที่รู้จักไปทั่วโลกด้วยภาพเศียรพระในโคนต้นไม้ ทำให้มีนักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างชาติ แวะเวียนมาเยี่ยมชมไม่ขาดสาย เดิมเป็นพระอารามหลวงที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุและที่พำนักของสมเด็จพระสังฆราช เมื่อปี พ.ศ.2499

กรมศิลปากรได้ขุดค้นพบกรุสมบัติล้ำค่าจำนวนมากที่วัดแห่งนี้ โดยเฉพาะพระพุทธรูป พระเครื่องและเครื่องทอง 

พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติเจ้าสามพระยา ตั้งอยู่ภายในเกาะเมือง ถ.โรจนะ เยื้องมหาวิทยาลัยราชภัฎพระนครศรีอยุธยา เปิดทำการ วันพุธ-วันอาทิตย์ เวลา 09.00-16.00 น.จัดแสดงโบราณวัตถุสมัยอยุธยาที่ถูกขุดค้นพบจำนวนมากมาย จุดหลักคืออาคารเจ้าสามพระยา ที่มีห้องนิทรรศการพิเศษ 3 ห้อง จัดแสดงโบราณวัตถุที่เป็นไฮไลท์นั่นคือ เครื่องทอง สมบัติล้ำค่าที่ค้นพบจากกรุวัดราชบูรณะและวัดมหาธาตุ อาทิ พระแสงขรรค์ชัยศรี พระคชาธารทองคำ สถูปอัญมณีบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ ซึ่งสร้างความตื่นตาตื่นใจในความวิจิตรบรรจงของงานฝีมือชาวกรุงศรีอยุธยาเป็นอย่างยิ่ง

นอกจากนี้ยังมีอาคารเรือนไทยที่จัดแสดงเครื่องใช้สมัยโบราณ อาทิ เครื่องกรองน้ำโบราณ ซึ่งเราเคยได้เห็นในละครบุพเพสันนิวาสมาแล้ว

วัดนิเวศน์ธรรมประวัติ ตั้งอยู่บนเกาะกลางแม่น้ำเจ้าพระยา ต.บ้านเลน อ.บางปะอิน ฝั่งตรงข้ามพระราชวังบางปะอิน เริ่มต้นทริปด้วยการนั่งกระเช้าลอยฟ้าข้ามแม่น้ำ สัมผัสเสน่ห์วัดไทยสไตล์ฝรั่งด้วยอาคารสถาปัตยกรรมแบบโกธิคประดับประดาด้วยกระจกสีที่งดงามโดดเด่น เป็นการผสมผสานกันได้อย่างลงตัวของศิลปะไทยและตะวันตก กราบสักการะพระพุทธนฤมลธรรโมภาส พระประธานในอุโบสถ

และอีกจุดหนึ่งที่เป็นไฮไลท์คือภาพประดิษฐ์กระจกสี พระบรมฉายาลักษณ์ของรัชกาลที่ 5 ที่ฝาผนังโบสถ์ด้านหน้าพระประธาน

ได้เที่ยวกันอิ่มทั้งบุญ อิ่มทั้งประวัติศาสตร์แล้ว ก็ต้องไม่ลืมอิ่มท้องและหาของฝากด้วย

ตลาดโก้งโค้ง บ้านแสงโสม ตั้งอยู่ที่ 68/12 หมู่ 5 ต.ขนอนหลวง อ.บางปะอิน เปิดทำการ วันพฤหัสบดี-วันอาทิตย์ เวลา 10.00-16.00 น. ตลาดชุมชนเล็กๆที่เปิดมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2549 จากแนวคิดในการรื้อฟื้นบรรยากาศตลาดด่านขนอนในสมัยกรุงศรีอยุธยา โดยคำว่าตลาดโก้งโค้ง มีที่มาจากคนขายที่นั่งขายสินค้าบนพื้นแบบไม่ถือตัว ส่วนคนซื้อก็โน้มตัวลงไปเลือกซื้อสินค้าด้วยความอ่อนน้อมถ่อมตน ในวันที่เราไปเยือน มีผู้เข้ามาเยี่ยมชมเป็นหมู่คณะ จึงได้เห็นบรรยากาศขบวนกลองยาวของชาวตลาด ออกมารำต้อนรับกันอย่างครึกครื้นด้วย

และนอกจากนี้ทางตลาดฯ ยังมีบริการพิเศษในการจัดเลี้ยงอาหารสำหรับหมู่คณะ รวมทั้งรับจัดพิธีสมรสแบบไทยในราคาประหยัด สามารถเข้าไปดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.talardkongkhong.net 

มาถึงเมืองอู่ข้าวอู่น้ำทั้งที แวะพักเติมความสดชื่นที่คาเฟ่กลางทุ่งข้าวเขียวขจีกันที่ 

รักษ์นาคาเฟ่ ตั้งอยู่เลขที่ 88/8 หมู่ 8 ทางหลวงหมายเลข 347 ต.บ้านป้อม อ.พระนครศรีอยุธยา (800 เมตรจากสี่แยกวรเชษฐ์) เปิดบริการทุกวัน ตั้งแต่ 07.30-19.00 น.

ร้านกาแฟกลางทุ่งนาบรรยากาศธรรมชาติ มีสะพานไม้ทอดยาวเป็นทางเดินไปสู่จุดถ่ายรูปสวยๆหลายจุด ภายในโดมไม้ไผ่หลังคามุงจากแบ่งเป็นโซนกาแฟและอาหาร มีให้บริการทั้ง กาแฟ ชา น้ำผลไม้ปั่น อาหารจานเดียว และอาหารทานเล่น

เที่ยวกันจนเย็นค่ำ ถ้าเหนื่อยจนไม่อยากขับรถกลับ ลองหาที่พักสไตล์บ้านไทยติดริมน้ำนอนเล่นซักคืน

บ้านคุ้งธารา ตั้งอยู่เลขที่ 7 หมู่ที่ 6 ต.บ้านป้อม อ.พระนครศรีอยุธยา บูทีครีสอร์ทเล็กๆติดริมแม่น้ำ ทำเลที่ตั้งอยู่ไม่ไกลจากวัดไชยวัฒนาราม ที่พักแบ่งเป็นโซนวิลล่าที่เป็นบ้านเรือนไทยทั้งหลัง และโซนห้องพักซึ่งเป็นอาคาร 2 ชั้น

ที่นี่บริการอาหารเช้าแบบบุฟเฟ่ต์เล็กๆ มีชา กาแฟ ขนมปังปิ้ง สลัดผัก ผลไม้สด ส่วนจานหลักให้เลือกระหว่างข้าวต้ม กับอาหารเช้าแบบอเมริกัน แต่ที่พิเศษออกไปคือเมนูขนมไทย ซึ่งในวันที่เราไปเยือนมีขนมตาล ขนมต้ม และขนมด้วงที่หาทานได้ค่อนข้างยากด้วย