1 ปีมีเพียง 10 คืน ที่จะได้ไปเดินชมวังยามค่ำคืนที่ พระนครคีรีเมืองเพชร

ในช่วงนี้หลายคนมีการเปลี่ยนแผนการเดินทางการท่องเที่ยวและคงอยากเดินทางใกล้ ๆ ซึ่งจังหวัดเพชรบุรี ก็เป็นอีกหนึ่งจังหวัดที่ใกล้กรุงเทพฯนิดเดียวใช้เวลาการเดินทางชั่วโมงกว่าๆก็ถึงแล้วแถมมีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจมากมาย ประกอบกับช่วงนี้ 1 ปี มีเพียง 10 คืนเท่านั้น ที่เราจะได้ เข้าไปชมวัง ยามค่ำคืน ภายในงาน "วิมานฟ้าพระนครคีรี อัญมณีแห่งสยาม" หรืองาน พระนครคีรีเมืองเพชร ซึ่งปีนี้ จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 34 ระหว่างวันที่ 6-15 มีนาคม 2563 นี้ 

การเดินทางของเราครั้งนี้ เริ่มจากการแวะพักดื่มเครื่องดื่มเย็นๆ และหาของว่างรองท้องกันที่ ร้านยุ้งเกลือ บางแหลม อากาศค่อนข้างร้อนแต่ยังดีที่มีลมพัดโชยมาบ้าง แวะถ่ายรูป

นั่งกินนั่งดื่มเสร็จแล้ว เราเดินทางไปเป้าหมายต่อไป เดินทางกันต่อไปยัง วัดในกลาง วัดเก่าแก่ที่มีอายุกว่า 250 ปี เชื่อกันว่าสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ทรงสร้างวัดแห่งนี้ ถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระมารดาหรือ แม่นกเอี้ยง ซึ่งเป็นคนบ้านแหลม

จุดเด่นของวัดนี้ อยู่ที่สถาปัตยกรรม ศาลาการเปรียญซึ่งทำจากไม้สักทั้งหลังลักษณะการก่อสร้างแบบโบราณ โดยใช้ลูกสลักเป้นเดือยในการยืดไม้

และไม่ไกลจากที่วัดใช้เวลาเดินทางไม่กี่นาที เราก็มาถึงร้านอาหาร ครัวบ้านต้นไม้ บรรยากาศสบายๆ บ้านๆ โดยมีซุ้มไม้ให้เลือกนั่ง เน้นอาหารสดใหม่ รสชาติจัดจ้านแบบถึงเครื่อง

เมนูที่มาถึงแล้วอยากให้ลิ้มลอง กรรเชียงปูผัดพริกเหลือง เนื้อปูก้อนโตแน่นๆ ผัดกับพริกเหลืองรสชาติเผ็ดร้อน ,ยำสามไข่ มีทั้งไข่ปู ไข่แมงดา ไข่ปลาริวกิว กินรวมกันแล้วเข้ากันได้ดี รสชาติเปรี้ยวหวานมัน

จากนั้นเราเดินทางมาเยี่ยมชมโครงการศึกษาวิจัยและพัฒนาสิ่งแวดล้อมแหลมผักเบี้ย อันเนื่องมาจากพระราชดำริ อ.บ้านแหลม แหล่งเรียนรู้เรื่องการบำบัดน้ำเสียและการกำจัดขยะด้วยวิธีธรรมชาติ ถ้าโทรจองเป็นหมู่คณะล่วงหน้าจะมีวิทยากร ทีร่วมนั่งเดินทางไปกับรถราง เพื่อเล่าถึงประวัติที่มาที่ไปแห่งนี้

ชมเทคโนโลยีที่ใช้น้ำเสีย-น้ำที่ผ่านการบำบัดมาปลูกข้าว ,ชมเส้นทางป่าโกงกางศึกษาธรรมชาติ รวมถึงชมนกที่สวยงามและหายากและช่างภาพสามารถมาฝึกถ่ายรูปนกได้ ได้ทั้งความรู้และความสนุกสนานไปพร้อมๆ กัน โครงการศึกษาวิจัยและพัฒนาสิ่งแวดล้อมแหลมผักเบี้ย ตั้งอยุ่ที่ ต.แหลมผักเบี้ย อ.บ้านแหลม จ.เพชรบุรี เบอร์โทรติดต่อ 032706264 เปิดให้เข้าชมทุกวัน เวลา 06.00 - 18.00 น. เข้าชมฟรี

และสถานที่ไฮไลต์ที่สำคัญของทริปนี้ อยู่ที่พระราชวังฤดูร้อนในสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว(ร.๔) ที่เรียกว่า "พระนครคีรี" หรือเราจะคุ้นหูที่เรียกกันว่า "เขาวัง" สำหรับคนที่มาครั้งแรกจะมีทางขึ้นเขาจะมี 2 ทางด้วยกันคือ ทางรถไฟฟ้า และ ทางบันไดเดินขึ้นเขา ซึ่งครั้งนี้เราขอเดินออกกำลังกายเบาๆ เพราะครั้งนี้เราไปถึงประมาณห้าโมงเย็นแล้ว อากาศก็จะไม่ค่อยร้อนเท่าไหร่มีสายลมพัดผ่านมาบ้างทำให้คลายความร้อน และทางเดินขึ้นเขาก็ไม่ได้ไกลมากค่ะ

ซี่งอย่างที่เกริ่นไปตอนต้นว่า 1 ปี มีเพียง 10 วันเท่านั้นที่เราจะได้มาเดินเล่นที่เขาวังในยามเย็นจนถึงช่วงค่ำคืน และในเวลา 21.00 น. ก็จะมีการจุดพลุทุกคืน ซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถเก็บภาพสวยๆของพลุได้ในหลายจุดด้วยกัน อาทิ ตรงศาลหลักเมืองจังหวัดเพชรบุรี,วัดวิหารโบสถ์,วัดเขาบันไดอิฐ หรือใครเป็นสาย ชิมช้อป ก็สามารถเดินรอบบริเวณงานได้เลยมีของดีเมืองเพชรให้เลือกซื้อกันมากมาย

สำหรับในวันที่สอง เราไปเดินเล่นกันที่ ชุมชนริมน้ำชมวิถีชีวิตชาวเมืองเพชร ถ่ายรูป Street Art และ แวะทานของอร่อยไม่ว่าจะเป็น ชุมชนแห่งนี้เป็นตึกแถวโบราณที่ค้าขายมานานหลายสิบปี แถมมีภาพวาด Street Art น่ารักๆตามผนังบ้านให้ได้รู้ถึงวิถีชีวิตแถมได้ถ่ายรูปสวยๆอีกด้วย

และภายในซอยชุมชนตลาดน้ำ แห่งนี้ เราก็แวะทาน ข้าวแช่แม่อร เป็นทีเด็ดของชุมชนแห่งนี้ ยิ่งอากาศร้อนๆแบบนี้ ทานข้าวกับน้ำลอยดอกไม้หอมๆ ของแม่อรสุดแสนจะชื่นใจ

จากนั้นเดินเข้ามาในโซนตลาด เราจะพบกับ ลอดช่องสิงคโปร์ ร้าน เจ๊ไน๊ ที่ใช้น้ำตาลสดมาเคี่ยว เพิ่มความหอมหวานชื่นใจ และสำหรับใครที่ชอบทานหวานน้อยก็บอกทางร้านได้ค่ะ

และสถานที่สุดท้ายก่อนที่เราจะกลับกรุงเทพฯ เราไปกันต่อที่ สวนชมพู่ลุงไพฑูรย์ ซึ่งคุณลุงไพฑูรย์ น่ารักมากและมีมุขขำๆ ให้เราต้องงง และหัวเราะ กับวิธีการสอนให้เลือกชมพู่การดูแลชมพู่ การวัดระดับความหวานของชมพู่แถมคุณลุงยังใจดีอีกต่างหากทั้งชิมอิ่มแล้ว

ตอนซื้อกลับบ้านยังมีแถมให้อีกใครอยากได้ชมพู่ที่ดีมีคุณภาพ บอกเล่าอย่างตรงไปตรงมาไม่มีการยัดไส้ต้องมาที่สวนนี้เลยค่ะ โทรศัพท์สอบถามคุณลุงก่อนนะคะ ว่าช่วงนี้มีชมพู่พร้อมจำหน่ายหรือเปล่าค่ะ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม https://www.facebook.com/suanlungpaitul/