รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน สั่งการบรรเทาผลกระทบ COVID-19 ปรับลดอัตราเงินสมทบประกันสังคมเหลือร้อยละ 4 ระยะเวลา 6 เดือน

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน สั่งการบรรเทาผลกระทบ COVID-19

ปรับลดอัตราเงินสมทบประกันสังคมเหลือร้อยละ 4 ระยะเวลา 6 เดือน



หม่อมราชวงศ์จัตุมงคล โสณกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เปิดเผยว่า จากสถานการณ์เชื้อไวรัสโควิด-19 ในส่วนของกระทรวงแรงงานได้จัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการรองรับสถานการณ์การว่างงานจากผลกระทบดังกล่าว เพื่ออำนวยการประสานงาน และพิจารณามาตรการเพื่อบรรเทาผลกระทบเยียวยาลูกจ้าง และนายจ้าง




ในการนี้ นายสุทธิ สุโกศล ปลัดกระทรวงแรงงาน ในฐานะประธานกรรมการประกันสังคม เปิดเผยว่าในการประชุมคณะกรรมการประกันสังคมและที่ปรึกษา เมื่อวันที่ 10 มีนาคม 2563 คณะกรรมการฯ มีมติเห็นชอบในหลักการให้ปรับลดอัตราเงินสมทบกองทุนประกันสังคมให้กับนายจ้าง และผู้ประกันตน ทั้งมาตรา 33 และมาตรา 39 โดยนายจ้าง และผู้ประกันตนมาตรา 33 ปัจจุบันจ่ายฝ่ายละ ร้อยละ 5 ของค่าจ้าง ลดเหลือฝ่ายละ ร้อยละ 4 ของค่าจ้าง สำหรับผู้ประกันตนเองโดยสมัครใจมาตรา 39 จากปัจจุบันจ่าย 432 บาทต่อเดือน เป็นจ่าย 336 บาทต่อเดือน การลดอัตราเงินสมทบดังกล่าวมีกำหนดระยะเวลา 6 เดือน นับแต่งวดค่าจ้างประจำเดือนมีนาคม ถึงเดือนสิงหาคม 2563 ทั้งนี้ การปรับลดอัตราเงินสมทบดังกล่าวจะไม่กระทบต่อสิทธิประโยชน์ที่ผู้ประกันตนจะได้รับแต่อย่างใด และสามารถช่วยเหลือลดค่าใช้จ่ายในการส่งเงินสมทบให้กับนายจ้าง และผู้ประกันตน เป็นเงินประมาณ 17,000 ล้านบาท

     


นายทศพล กฤตวงศ์วิมาน เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม และในฐานะกรรมการและเลขานุการคณะกรรมการประกันสังคม กล่าวว่า ขั้นตอนในการบังคับใช้ตามมติคณะกรรมการดังกล่าว เป็นไปตามกฎหมายประกันสังคม มาตรา 46/1 การลดหย่อนอัตราเงินสมทบในกรณีประสบภัยพิบัติที่ส่งผลกระทบต่อสถานการณ์ทางเศรษฐกิจ ซึ่งจะต้องออกเป็นประกาศกระทรวงแรงงานโดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี ตนจึงได้สั่งการให้เร่งยกร่างประกาศกระทรวงแรงงาน เพื่อเสนอกระทรวงแรงงาน และครม. พิจารณาให้ความเห็นชอบ เพื่อให้มีผลบังคับใช้โดยเร็ว ทันต่อสภาวะภัยพิบัติฉุกเฉินอันส่งผลกระทบต่อสถานการณ์ทางเศรษฐกิจ ในช่วงนี้ และตอบสนองนโยบายรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ในการเร่งบรรเทาผลกระทบนายจ้าง ลูกจ้าง และผู้ประกันตน จากสถานการณ์ โควิด-19


ความเห็นที่ 1
kaonakub.eiei

ติดตามข่าวสารนี้อยู่ตลอด เริ่มน่ากลัวมากแล้ว

slotxo

ความเห็นที่ 2
tanyarat

การประเมินให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งครู มีวิทยฐานะและเลื่อนวิทยฐานะ สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน

สำนักงาน ก.ค.ศ. ได้จัดทำคู่มือการประเมินให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งครู มีวิทยฐานะและเลื่อนวิทยฐานะฉบับนี้ขึ้น โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อใช้เป็นแนวทางในการประเมินวิทยฐานะ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งครู มีวิทยฐานะและเลื่อนวิทยฐานะ ตามหนังสือสานักงาน ก.ค.ศ. ที่ ศธ 0206.3/ว 21 ลงวันที่ 5 กรกฎาคม 2560 โดยมีเนื้อหาประกอบด้วย บทนำ สาระสำคัญของหลักเกณฑ์และวิธีการ การประเมินผลงานที่เกิดจากการปฏิบัติหน้าที่และผลงานทางวิชาการ ขั้นตอนการดำเนินการขอมีวิทยฐานะและเลื่อนวิทยฐานะ และแนวปฏิบัติการขอมีวิทยฐานะและเลื่อนวิทยฐานะในช่วงระยะเวลาเปลี่ยนผ่าน การกำหนดชั่วโมงการปฏิบัติงาน ตัวชี้วัด และคำชี้แจงการประเมิน รวมทั้ง แบบเสนอขอรับการประเมิน แบบรายงาน แบบสรุปผลการตรวจสอบและประเมิน เพื่อช่วยให้การประเมิน วิทยฐานะของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาบรรลุผลเป็นไปตามเจตนารมณ์ของหลักเกณฑ์ และวิธีการดังกล่าว


โดยทาง หจก.ครุศาสตร์ปัญญาได้จัดทำหลักสูตร การจัดประสบการณ์บูรณาการโครงงานวิทยาศาสตร์ระดับปฐมวัยรหัส 621161001 ระดับ พื้นฐาน สาระ ปฐมวัย ระดับช่วงชั้น ปฐมวัยระยะเวลา 14 (ชม.) เพื่อให้ ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งครู ที่สนใจในคุปองครูหลักสูตรดังกล่าว ได้ศึกษาตามหลักสูตรที่จัดทำขึ้นเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของตนเอง

 

หากข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งครูสนใจในหลักสูตรสามารถติดต่อได้ที่ https://karusatpanya.org/ หรือสามารถสอบถามได้ที่ Line : @trainingobec ( มี @ ).