IEA คาดดีมานด์ “ไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนทั่วโลก”พุ่งไม่ต่ำกว่า 5%

IEA ประเมินภาพรวมความต้องการการใช้พลังงานทั่วโลกช่วงโควิด 19 ลดลง 3.8% สวนทางปริมาณความต้องการใช้ไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนที่โตขึ้นกว่า 3% คาดทั้งปีอาจะขยับเป็น 5 % หวั่นโควิดระลอก 2 กลับมาอาจส่งผลให้ดีมานด์การใช้พลังงานลดลงกว่า6 % สอดคล้องกับแผน กทม.ที่เตรียมเพิ่มปริมาณการกำจัดมูลด้วยเทคโนโลยีเตาเผาอีกเท่าตัวหนุนการใช้พลังงานหมุนเวียนในประเทศ

สำนักงานพลังงานสากล (The International Energy Agency: IEA) คาดการณ์เมื่อเร็ว ๆ นี้ว่า สถานการณ์แพร่ระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 จะทำให้ความต้องการพลังงานทั่วโลกในปีนี้ลดลงถึง 6% ซึ่งถือเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 70 ปี หรือนับตั้งแต่หลังสงครามโลกครั้งที่สอง 

การคาดการณ์นี้มาจากสมมติฐานที่ว่า มาตรการทิ้งระยะห่างทางสังคมจะค่อยๆ ผ่อนคลายลงในไม่กี่เดือนข้างหน้า และสภาพเศรษฐกิจจะค่อยๆ ฟื้นตัวขึ้น  ซึ่งหากธุรกิจฟื้นได้เร็ว ภาพรวมความต้องการพลังงานในปีนี้อาจจะลดลงแค่ 3.8% แต่หากสถานการณ์ COVID-19 กลับมาแพร่ระบาดอีกระลอก ความต้องการพลังงานทั่วโลกก็อาจจะลดลงมากกว่า 6%

รายงานของ IEA ระบุว่า ในช่วงไตรมาสแรกของปีนี้ความต้องการพลังงานทั่วโลกได้ปรับตัวลดลง 3.8 % โดยความต้องการน้ำมันดิ่งลงประมาณ 60 % ของความต้องการน้ำมันดิบทั่วโลกจากปัจจัยที่มีผู้คนหันมาอยู่บ้านมากขึ้น ในขณะที่สายการบินหยุดให้บริการ จึงส่งผลให้ความต้องการน้ำมันลดลงอย่างมาก

ในส่วนของความต้องการใช้ไฟฟ้าก็หดตัวลงเช่นกัน โดย IEA คาดว่า ความต้องการไฟฟ้าจะลดลง 5% ในปีนี้ ซึ่งจะทำให้ความต้องการก๊าซธรรมชาติที่ใช้ในการผลิตกระแสไฟฟ้าลดลงตามไปด้วย หลังจากที่เติบโตต่อเนื่องมาตลอด 10 ปี

ความต้องการพลังงานหมุนเวียนพุ่ง

อย่างไรก็ตามพลังงานที่คาดว่าจะเติบโตในปีนี้ก็คือแหล่งพลังงานหมุนเวียน (Renewable Energy)ซึ่งมีต้นทุนต่ำและสามารถเข้าถึงได้จากหลายแหล่ง อีกทั้งยังมีกำลังการผลิตที่เพิ่มขึ้นจากโครงการใหม่ๆ โดยในช่วงไตรมาสแรกของปีนี้ การผลิตกระแสไฟฟ้าจากแหล่งพลังงานหมุนเวียนเติบโตขึ้น 3% คิดเป็นสัดส่วนเกือบ 28% ของกำลังการผลิตไฟฟ้าทั้งหมด ซึ่งเพิ่มขึ้นจากระดับ 26% ของปีก่อนหน้านั้น

สำหรับในปีนี้ IEA คาดว่าการผลิตกระแสไฟฟ้าจากแหล่งพลังงานหมุนเวียนจะเติบโตขึ้น 5% โดยการใช้พลังงานหมุนเวียนทั่วโลกจะเพิ่มขึ้น 1% ซึ่งยังต่ำกว่าตัวเลขคาดการณ์ก่อนการแพร่ระบาดของ COVID-19

ทั้งนี้แหล่งพลังงานหมุนเวียน คือพลังงานจากแหล่งที่สามารถนำมาใช้โดยไม่มีวันหมด เช่น พลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานน้ำ พลังงานลม และพลังงานที่เกิดจากขยะมูลฝอยทั้งจากภาคเกษตรกรรม,ครัวเรือนและอุตสาหกรรม โดยขยะเป็นพลังงานหมุนเวียนที่นำมาใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิตไฟฟ้าและพลังงานความร้อนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

กทม.เพิ่มพลังงานหมุนเวียนจากขยะ

ในส่วนของกทม.ในช่วงที่ผ่านมาได้นำระบบกำจัดมูลฝอยผลิตไฟฟ้าเพื่อสิ่งแวดล้อมมาใช้ในโรงกำจัดมูลฝอยขนาด 500 ตันต่อวัน ที่ศูนย์กำจัดมูลฝอยหนองแขม สามารถนำพลังงานหมุนเวียนกลับมาใช้ผลิตไฟฟ้าประมาณ 7-8 เมกะวัตต์ จากกำลังการผลิต 9.8 เมกะวัตต์ และเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการกำจัดมูลฝอยของกทม.ซึ่งมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นตามการขยายตัวของเศรษฐกิจและสังคมเมือง กทม.จึงได้ เปิดให้ภาคเอกชนเข้ามามีส่วนร่วมลงทุนในการดำเนินการกำจัดขยะมูลฝอยโดยระบบเตาเผา  ภายใต้โครงการกำจัดมูลฝอยด้วยวิธีการเผาไหม้ เพื่อผลิตพลังงานไฟฟ้า ที่ศูนย์กำจัดมูลฝอยหนองแขมโดยมีขนาดไม่น้อยกว่า 1,000 ตัน/วัน และโครงการกำจัดมูลฝอยด้วยวิธีการเผาไหม้ เพื่อผลิตพลังงานไฟฟ้า ที่ศูนย์กำจัดมูลฝอยอ่อนนุช  โดยมีขนาดไม่น้อยกว่า 1,000 ตัน/วัน เพิ่มขึ้นอีกสองโครงการ ซึ่งทั้งสองโครงการจะช่วยเพิ่มพลังงานหมุนเวียนจากขยะเข้าสู่ระบบเพิ่มขึ้น ยังเป็นการสนับสนุนการใช้พลังงานหมุนเวียนในประเทศไทยได้อีกทางหนึ่ง

นางสาววรรณ์รัฎร์ สมรรคนัฎ ผู้จัดการมวลชนสัมพันธ์ บริษัท ซีแอนด์จี เอ็นไวรอนเมนทอล โปรเท็คชั่น (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ดำเนินโครงการกำจัดมูลฝอยด้วยวิธีเผาไหม้เพื่อผลิตไฟฟ้า ขนาด 1,000 ตันต่อวัน   ศูนย์กำจัดมูลฝอยหนองแขม กล่าวว่า เทคโนโลยีที่จะนำมาใช้ในการกำจัดมูลฝอยด้วยวิธีการเผาไหม้ของโครงการนี้จะเป็นเทคโนโลยีเดียวกับที่ใช้ในโครงการต้นแบบเตาเผาเพื่อผลิตไฟฟ้าขนาด 300-500 ตันต่อวัน (ที่เปิดดำเนินการแล้ว) โดยมีกระบวนการเผา 3 ระยะ ประกอบด้วย การอบแห้ง การเผา และมอดดับแล้ว ขยะมูลฝอยถูกเผาภายใต้อุณภูมิสูงประมาณ 850 -1100 องศาเซลเซียส ซึ่งถูกควบคุมอัตโนมัติโดยระบบคอมพิวเตอร์ สภาวะและระยะเวลาของการเผาไหม้ขยะ มูลฝอยในเตาเผาสามารถตรวจสอบและปรับเปลี่ยนได้ เพื่อให้แน่ใจว่าสามารถควบคุม การเผามูลฝอยได้ตลอดเวลาและเพื่อหลีกเลี่ยงการสูญเสียความร้อน ก๊าซซึ่งมีอุณหภูมิสูง ที่เกิดในเตาเผาสามารถนํามาเปลี่ยนสภาพเป็นไอร้อน เพื่อนําไปขับเคลื่อนเครื่องปั่นไฟฟ้า เพื่อการผลิตกระแสไฟฟ้าได้ เป็นการเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้ทรัพยากร ขยะมูลฝอยให้ เกิดประโยชน์สูงสุด ก๊าซที่ได้จากการเผาไหม้ในกระบวนการกําจัดขยะมูลฝอยโดยใช้เตาเผาจะถูกบําบัด ด้วยอุปกรณ์บําบัดมลพิษทางอากาศ รวมทั้งปูนขาว ผงถ่าน และสารอื่น ๆ เพื่อดูดซับมวลสาร ทําให้อากาศที่ปล่อยออกมาได้มาตรฐาน ส่วนน้ำเสียที่ไหลมาจากการกองขยะจะได้รับการบําบัดโดยเทคโนโลยีที่ทันสมัยเพื่อนํามาใช้หมุนเวียนได้อีก สําหรับขยะมูลฝอย จากการกําจัดในเตาเผาจะเหลือน้ำหนักเพียงแค่ 15-20% ภายหลังจากการเผาซึ่งสามารถนําเถ้าที่เกิดขึ้นบางส่วนไปใช้ให้เกิดประโยชน์ได้อีกด้วย

พลังงานไฟฟ้าที่ได้จากการกำจัดมูลฝอยนั้นบางส่วนจะใช้ในกระบวนการจัดการภายในโรงงาน และส่วนที่เหลือจะส่งขายให้การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) โดยโครงการดังกล่าวเลือกใช้เทคโนโลยี Hitachi Zosen Von Roll Stoker-Type Track Record ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม