นักบอลที่เก่งที่สุดอาจทำได้แค่เพียงเตะบอล แต่"เดอะคิง"ทำได้ถึงขั้นเตะแฟนบอล!


เอริค คันโตน่า ตลอดระยะเวลา 17 ปี ในวงการฟุตบอลเขาสร้างเรื่องราวมากมาย เขาเป็นขวัญใจตลอดการของแฟนบอลแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด ฝีเท้าและบุคลิกของเขา เป็นคำนิยาม "ศิลปินลูกหนัง" อย่างแท้จริง เขาอาจจะไม่ใช่กองหน้าจอมถล่มประตู แต่ลีลา และการเล่นบนจินตนาการบนสนาม ไม่ว่าจะเป็นกองเชียร์ หรือกองแช่ง มักจะเห็นด้วยกับฉายา "เดอะ คิง" ที่สาวก red army ยกให้เขา



เลอ รัว, เลอ ดิเยอ ฯลฯ ตามแต่จะเรียกกัน แต่ไม่ว่าคุณจะเรียก เอริค คันโตน่า ว่าอย่างไร สิ่งหนึ่งที่แน่นอนสำหรับดาวเตะเฟร้นช์แมนที่เล่นในโอลด์ แทรฟฟอร์ด 4 ฤดูกาลครึ่งคนนี้ก็คือความเป็นตำนาน


เสื้อหมายเลข 7 พร้อมปกคอตั้งคือเครื่องหมายการค้าของเขา คันโตน่า เกิดมาเพื่อแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด อย่างแท้จริง เขาเริ่มต้นประสบความสำเร็จในอาชีพค้าแข้งด้วยการคว้าแชมป์กับมาร์กเซยในปี 1991 และมีโอกาสติดทีมชาติเกือบ 50 เกม เขามาทดสอบฝีเท้ากับเชฟฟิลด์ เว้นส์เดย์ ตอนอายุ 25 ปี ก่อนที่จะได้รับความสนใจจาก ฮาเวิร์ด วิลกินสัน ผู้จัดการทีมลีดส์ ยูไนเต็ด ในเวลานั้น และการพาทีมยูงทองคว้าแชมป์ลีกสูงสุดได้ในฤดูกาล 1991/92 ก็น่าจะบ่งบอกอะไรได้บ้างถึงฝีเท้าของเขา


ช่วงเปิดฤดูกาลต่อมา เขาทำแฮตทริคใส่ลิเวอร์พูลในเกมแชริตี้ ชิลด์ จากนั้น เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ก็คว้าตัวเขามาร่วมทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ช่วงปลายปี 1992 ด้วยค่าตัว 1.2 ล้านปอนด์ ซึ่งถือว่าคุ้มค่ามาก เพราะคันโตน่าพร้อมลงสนามสร้างผลงานทันที


อีก 4 ฤดูกาลครึ่งหลังจากนั้นเขาก็ได้สร้างชื่อขึ้นมาเป็นนักเตะระดับตำนานของทีมปีศาจแดง เขาสร้างความตื่นตาตื่นใจในสนามได้ในแบบเดียวกับที่ จอร์จ เบสต์ เคยทำเอาไว้เมื่อ 2 ทศวรรษก่อนหน้านั้น เขาถือเป็นจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญที่ขาดหายไปของทีม และการเข้ามาของคันโตน่าพร้อม 9 ประตูที่เขาทำได้จากการลงเล่น 22 เกมในลีกก็ช่วยให้คว้าแชมป์พรีเมียร์ ลีก ได้ในฤดูกาล 1992/93



ด้วยการที่มีเขาอยู่ในทีม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ก็พลาดคว้าแชมป์ลีกเพียงแค่ครั้งเดียวเท่านั้นตลอดทั้ง 4 ฤดูกาล คันโตน่าไม่ได้มีแค่ความสามารถทางเทคนิคที่มาพร้อมกับความคิดสร้างสรรค์เท่านั้น เขายังมีคุณสมบัติของความเป็นผู้นำด้วย เขามีอิทธิพลต่อทุกคนทั้งกับนักเตะ และแฟนบอล หากเขาคิดว่าอะไรเป็นไปได้แล้ว คุณก็จะเชื่อมั่นอย่างนั้นตามเขาไปด้วย




หลังจากที่ถูกแบน 9 เดือนจากเอฟเอ กรณีกระโดดกังฟูคิกใส่แฟนบอลคริสตัล พาเลซ ที่เซลเฮิร์สท พาร์ค เพราะแมททิว ซิมม่อน ด่าทอคันโตน่า ด้วยถ้อยคำที่ไม่เหมาะสมถึงผู้เป็นแม่ของเขา จึงทำให้เขาก็ต้องไปบำเพ็ญประโยชน์ต่อสาธารณะเป็นเวลา 120 ชั่วโมง และเมื่อเขากลับมาลงเล่นในเกมกับลิเวอร์พูลที่โอลด์ แทรฟฟอร์ด เมื่อเดือนตุลาคม เขาก็ทำประตูได้จากลูกจุดโทษ 


คันโตน่านั้นประสานงานได้อย่างลงตัวกับนักเตะรุ่นน้องอย่าง เดวิด เบ็คแฮม, ไรอัน กิ๊กส์ รวมถึง รอย คีน และแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ก็กลายเป็นทีมที่ยากจะต้านทานในฤดูกาล 1995/96 คันโตน่าทำประตูไป 19 ลูกรวมทุกรายการ เขาทำสถิติยิงในพรีเมียร์ ลีก ได้ 6 เกมติดต่อกันช่วงเดือนมีนาคมถึงเมษายนด้วย โดยตอนนั้นทีมปีศาจแดงกำลังขับเคี่ยวแย่งแชมป์กับนิวคาสเซิล ยูไนเต็ด และก็เป็นคันโตน่าอีกครั้งที่มาสร้างชื่อที่เวมบลีย์ เป็นนัดชิงชนะเลิศ เอฟเอ คัพ กับลิเวอร์พูล เขาทำประตูชัยให้ทีมคว้าดับเบิ้ลแชมป์ได้เป็นสมัยที่ 2 ถือเป็นช่วงเวลาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของเขาในการค้าแข้งที่โอลด์ แทรฟฟอร์ด เลยก็ว่าได้



ช่วงจบฤดูกาล 1996/97 ทีมคว้าแชมป์ลีกได้อีกครั้ง แต่ก็ต้องพบกับความผิดหวังในถ้วยยุโรปเมื่อร่วงตกรอบรองชนะเลิศ และคันโตน่าก็ออกมาประกาศแขวนสตั๊ดแบบช็อคแฟนบอล จนถึงตอนนี้เขาได้อำลาทีมไปนานแล้ว แต่แฟนๆ ก็ไม่เคยลืมเขาลงเลย



ที่มา : ข่าวฟุตบอล / วิเคราะห์บอล วิจารณ์บอล