บุรุษผู้สร้างตำนาน "จิ้งจอกสยาม" กับโอกาสที่แทบเป็นไปไม่ได้

news-header



ผลงานที่ผ่านมาทั้งหมดกลบเสียงหัวเราะและคำพูดที่เคยถากถาง สิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมดทั้งมวลเป็นความหาญกล้าของชายทีชื่อว่า "วิชัย ศรีรัตนประภา" และไม่ใช่แค่เม็ดเงินที่ลงทุนไป แต่เขาได้ทุ่มใจลงไปด้วย


เสาร์ที่ 27 ต.ค.ที่ผ่านมา ทันทีที่สิ้นเสียงนกหวีดยาวจากผู้ตัดสินกลางสนาม ผลการแข่งขันระหว่าง เลสเตอร์ ซิตี้ ที่เปิดรัง คิงพาวเวอร์ สเตเดี้ยม 

รับการมาเยือนของเวสต์แฮม จบลงด้วยการเสมอ 1-1 แบ่งแต้มกันไป ผู้ชมนับหมื่นทยอยเดินออกจากสนาม 'คิง พาวเวอร์ สเตเดี้ยม' หลงเหลือเพียงไฟสปอตไลท์บางดวงที่ยังคงส่องสว่างมาตรงใจกลางพื้นหญ้า


เฮลิคอปเตอร์จอดนิ่ง...รอรับผู้ชมชุดสุดท้ายออกจากสนาม หนึ่งในนั้นคือ "เจ้าสัว" วิชัย ศรีรัตนประภา เจ้าของสโมสรที่เข้าร่วมชมเกมนี้ด้วย 

เหตุการณ์ทุกอย่างดูเหมือนจะดำเนินปกติเหมือนไม่มีไรเกิดขึ้น แต่แล้วเฮลิคอปเตอร์ที่ลำเลียงผู้ชมชุดท้ายออกจากสนามเกิดขัดข้องและสูญเสียการควบคุมหลังจากขึ้นบินไปได้ไม่นานนัก...


และแล้วเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น สร้างความสะเทือนใจไปทั่ววงการโลกลูกหนัง


จากแถลงการณ์ที่ออกมานั้นสร้างความโศกเศร้าแก่บรรดานักเตะทัพจิ้งจอกสยาม รวมถึงครอบครัว "ศรีรัตนประภา" อย่างยิ่งยวด 

เมื่อผู้ที่เป็นทุกอย่างของสโมสรและครอบครัว ผู้ที่สร้างตำนานบทใหม่จารึกลงบนหน้าประวัติศาสตร์ฟุตบอล ผู้ที่นำทัพจิ้งจอกสยามผงาดคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกได้เป็นครั้งแรกในฤดูกาล 2015/16 ต้องจากไปอย่างไม่มีวันกลับ


ก่อนหน้านี้มีการเปิดเผยบทสัมภาษณ์ของเจ้าสัววิชัยผ่านนักข่าวผู้ใกล้ชิดกับสโมสรอย่าง เอียน สตรินเกอร์ โดยเจ้าตัวระบุว่า ก่อนที่เกมวันเสาร์

จะเริ่มต้นขึ้นเข้าและเจ้าสัววิชัยได้มีการพูดคุยทักทายกันตามปกติ โดยที่ไม่คาดคิดมาก่อนเลยว่านี้จะเป็นการพูดคุยกันเป็นครั้งสุดท้าย


"ผมเห็นทีมงานร้องไห้ที่นี่เมื่อคืนนี้ แผนกต้อนรับเงียบงัน ผู้คนมองไปรอบๆและร้องไห้ พวกเขาไม่รู้ว่าจะทำอะไรและเข้าปลอบโยนซึ่งกันและกัน 

นี่คือสโมสรฟุตบอลที่มีความใกล้ชิดกันมาก มันเป็นกลุ่มคนที่มีความแน่นแฟ้น ผู้คนรักชายผู้นี้ พวกเขาประสบความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่ เป็นหนึ่งในเรื่องราวที่เหลือเชื่อที่สุดของวงการกีฬาเท่าที่เคยมีมาที่สนามแห่งนี้ " สตรินเกอร์เผยถึงคำพูดที่ตัวเขารับรู้และรู้สึกเมื่อนึกถึงประธานสโมสรที่เป็นที่รักยิ่ง


แน่นอนว่าไม่มีใครต้องการที่จะให้เกิดเหตุการณ์ลักษณะนี้ และความสูญเสียนี้เกิดขึ้น แต่ในเมื่อเลือกไม่ได้ สิ่งเดียวที่จะทำให้เจ้าสัววิชัยยังคงอยู่ในความทรงจำตลอดไป คือ การต่อยอดความสำเร็จที่ประธานสโมสรคนนี้ผลักดัน และสร้างเอาไว้ให้ก้าวหน้าต่อไปอย่างยิ่งใหญ่


ย้อนกลับไปในวันที่เลสเตอร์ ซิตี้ ยังดิ้นรนกระเสือกกระสนอยู่ในเวทีเดอะ แชมป์เปี้ยนชิพ ในเวลานั้นสภาพภายในทีมค่อนข้างย่ำแย่ 

ไม่มีสตาร์หรือผู้นำทัพเลย สโมสรติดหนี้จนเกือบล้มละลาย และมีอัศวินขี่ม้าขาวจากประเทศไทยที่ชื่อว่า "วิชัย ศรีรัตนประภา" ยื่นมือเข้ามาช่วย ทั้งๆที่รู้ดีว่านี่คือความเสี่ยงครั้งสำคัญในการลงทุน


มีหลายคนมองว่ามันเสี่ยงและไม่คุ้ม และหลายคนคิดว่าที่เจ้าสัวมาซื้อสโมสรฟุตบอลคิดเพียงแค่ของเล่นของคนรวย และจะตักตวงผลประโยชน์เหมือนเจ้าของสโมสรบางทีมที่ทำลักษณะเช่นนี้ แต่เจ้าสัววิชัยไม่คิดเป็นเช่นนั้น เขามองออกว่านี่คือการลงทุนที่คุ้มค่า 

แม้ว่าจะมีคนในครอบครัวคอยเตือนเสมอ แต่ในเมื่อตัดสินใจแล้วก็ต้องทำให้ได้อย่างที่มุ่งหวัง เจ้าสัววิชัยได้เริ่มลงทุนปรับเปลี่ยนทุกอย่างจากรากไปสู่ยอด ปรับทีมเลสเตอร์เสียใหม่ทั้งหมด ทั้งสนามซ้อม การนำวิธีการใหม่มาใช้ ด้วยวิสัยทัศน์ที่กว้างไกล 


"ผมจะนำทีมคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก" มันคือคำพูดที่แฝงไปด้วยความมั่นใจว่าต้องทำได้ แม้จะมีคนมองว่าเป็นคำพูดเพ้อฝัน ไม่มีวันเป็นจริงหรอก 

แค่พาทีมขึ้นชั้นมาเล่นพรีเมียร์ลีกก็ถือว่าเก่งแล้ว แต่เจ้าสัววิชัยไม่คิดจะหยุดอยู่แค่นั้น และระยะเวลาแค่ 2 ปีนับตั้งแต่นั้นมา เขาก็ทำได้จริง

และสำเร็จอย่างน่าทึ่งด้วย เป็นปรากฏการณ์ที่ไม่รู้ว่าอีก 50 ปี หรือ 100 ปี จะมีทีมไหนสร้างเทพนิยายแบบนี้ได้อีก ในที่สุด เลสเตอร์เป็นแชมป์พรีเมียร์ลีก!


ผลงานที่ผ่านมาทั้งหมดกลบเสียงหัวเราะและคำพูดที่เคยถากถาง สิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมดล้วนเป็นความจริง เป็นความหาญกล้าของชายที่ชื่อว่า 

วิชัย ศรีรัตนประภา และไม่ใช่แค่เม็ดเงินที่ลงทุนไป แต่เขาได้ทุ่มเททั้งแรงกายและแรงใจลงไปอย่างเต็มความสามารถ


ท้ายที่สุดด้วย “ ความรัก” อย่างสุดซึ้งที่มีให้กับ "ฟุตบอล" ชายผู้นี้ได้สร้างตำนานสุดยิ่งใหญ่แก่วงการลูกหนัง ให้โลกได้จดจำ ให้คำว่า "จิ้งจอกสยาม" เป็นที่ประจักษ์อยู่ในความทรงจำไปตราบนานเท่านาน


ขอแสดงความเสียใจกับ ครอบครัวศรีรัตนประภา มา ณ โอกาสนี้ด้วยครับ



ที่มา : ข่าวฟุตบอล