ชำแหละเน้นๆ 5 ข้อแมนซิตี้ เปิดซิงลิเวอร์พูล

 

เลรอย ซาเน่ ปีกทีมชาติเยอรมนี ทำให้ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ กลับคืนสู่การลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีก อีกครั้งหลังจากโชว์ฟอร์มหรูและยังสวมบทฮีโร่ซัดประตูชัยให้ทีมเฉือน ลิเวอร์พูล 2-1 ที่สนามเอติฮัด สเตเดี้ยม เกมพรีเมียร์ลีก อังกฤษ เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่าน รวมทั้งยัดเยียนพ่ายแพ้เกมลีกนัดแรกให้ "หงส์แดง" ในซีซั่นนี้


   สำหรับประตูที่ ลิเวอร์พูล เสียต้องยอมรับว่าเป็นการทำเกมที่ดุดันของเจ้าบ้าน แต่น่าเสียดายตรงนี้ เดยัน ลอฟเรน ดันแจกความสดใสให้กับคู่แข่ง เมื่อเสียสมาธิปล่อยให้ เซร์คิโอ อเกวโร่ วิ่งแซงหน้า ก่อนจะตะบันเต็มข้อบอลพุ่งราวจรวดชนิดที่ อลีสซง เบ็คเกอร์ ไม่มีทางป้องกันได้เลย วิเคราะห์บอลวันนี้

ซาเน่ เด็ด, แพ้แล้ว : ชำแหละเน้นๆ 5 ข้อแมนซิตี้ เปิดซิงลิเวอร์พูล


   ที่สำคัญแมตช์นี้ เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ แสดงให้เห็นแล้วว่าเขาต้องพัฒนาฝีเท้าอีก เพราะการเจอกับผู้เล่นระดับโลกอย่าง ซาเน่ ที่มีทั้งเทคนิค และความเร็ว ทำให้เขาไม่สามารถจัดการ ดาวเตะทีมชาติเยอรมนี ได้เลย นั่นจึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า เลือกที่จะเจาะทางฝั่งขวาคู่แข่ง 

ซาเน่ เด็ด, แพ้แล้ว : ชำแหละเน้นๆ 5 ข้อแมนซิตี้ เปิดซิงลิเวอร์พูล

   อย่างไรก็ตาม ความพ่ายแพ้ในเกมนี้ เป็นเพียง 1 แมตช์ที่ ลิเวอร์พูล เสีย 3 คะแนน แต่ยังไม่ได้ส่งผลกระทบต่ออันดับของพวกเขา และสิ่งสำคัญที่นักเตะ "หงส์แดง" ต้องจดจำเอาไว้ก็คือพวกเขายังนำอยู่ 4 คะแนน ฉะนั้นแค่ประครองตัวเอง และทำให้ดีที่สุดในเกมของตัวเอง แค่นั้นก็พอ

1. ซาเน่เล่นงานยับ

ซาเน่ เด็ด, แพ้แล้ว : ชำแหละเน้นๆ 5 ข้อแมนซิตี้ เปิดซิงลิเวอร์พูล


   เป๊ป กวาร์ดิโอล่า เคยตั้งข้อสงสัยเกี่ยวกับทัศนคติของ เลรอย ซาเน่ ในบางครั้ง แต่ ปีกทีมชาติเยอรมนี ยังคงตั้งหน้าตั้งตาสร้างผลงานดีมีคุณภาพอย่างต่อเนื่อง และในเกมพบ ลิเวอร์พูล คงทำให้ กุนซือชาวสแปนิช เห็นแล้วว่าเขาขาดนักเตะรายนี้ไม่ได้จริงๆ

   อดีตสตาร์ลูกหนังชาลเก้ 04 ที่จะอายุครบ 23 ปีในสัปดาห์หน้า โชว์สเต็ปกระชากลากเลื้อยจนทำให้ เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ ต้องปั่นป่วนเอาไม่อยู่ เช่นเดียวกับ เดยัน ลอฟเรน ที่ไม่สามารถรับมือกับความรวดเร็วของปีกหัวฟูได้เลย และเขาก็มีส่วนในจังหวะสำคัญก่อนที่ อเกวโร่ จะซัดประตูสุดสวยให้เจ้าบ้านขึ้นนำ 

ซาเน่ เด็ด, แพ้แล้ว : ชำแหละเน้นๆ 5 ข้อแมนซิตี้ เปิดซิงลิเวอร์พูล


   แน่นอนว่าเอกลักษณ์ที่แสนโดดเด่นของ ซาเน่ ก็คือการเลี้ยงบอลครองเท้าและยังรวดเร็วอีกต่างหาก ทำให้เขาสามารถขู่แนวรับกองหลังได้ตลอด ซึ่งนั่นแสดงให้เห็นถึงจุดอ่อนของแบ็กขวา "หงส์แดง" ว่าหากเจอผู้เล่นที่มีความคล่องตัว โอกาสจะโดนเจาะก็มีเยอะมาก 

   ที่สำคัญการเติมเกมที่รวดเร็วเวลาที่ทีมมีโอกาสสวนกลับเป็นจุดเด่นของ ซาเน่ อยู่แล้ว และประตูชัยของ แมนฯ ซิตี้ ก็มาจากจังหวะดังกล่าว ก่อนจะจับด้วยการยิงที่เฉียบคมของ ดาวเตะเลือดด๊อยท์ช 

2. เทคโนโลยีช่วยได้เยอะ 

ซาเน่ เด็ด, แพ้แล้ว : ชำแหละเน้นๆ 5 ข้อแมนซิตี้ เปิดซิงลิเวอร์พูล


   ต้องยอมรับว่าการนำเทคโนโลยีมาใช้ในวงการฟุตบอลถือว่าเป็นเรื่องดีมากๆ และสามารถช่วยให้การตัดสินของกรรมการมีความเที่ยงตรงยิ่งขึ้น เหมือนกับการใช้เทคโนโลยีที่เส้นประตู หรือ "โกลไลน์" เพราะหากไม่มีระบบนี้แน่นอนว่าสถานการณ์ของเกมอาจจะเปลี่ยนไป

   ในนาทีที่ 19 จากจังหวะที่ จอห์น สโตน เตะบอลอัด เอแดร์สัน ผู้รักษาประตูชาวบราซิเลียน ลูกบอลลอยหมุนติ้วบินถลาแล่นลมเข้าไปในประตู แน่นอนว่าหากใช้สายตามนุษย์ ท่านเปาแอนโทนี่ย์ เทย์เลอร์ คงเป่านกหวีดดังลั่นให้ลูกนี้เป็นประตูขึ้นนำของ "เดอะ เร้ดส์" 

ซาเน่ เด็ด, แพ้แล้ว : ชำแหละเน้นๆ 5 ข้อแมนซิตี้ เปิดซิงลิเวอร์พูล


   อย่างไรก็ตาม ด้วยการมี โกลไลน์ ทำให้ทุกอย่างมีความเที่ยงตรง เนื่องจากเมื่อได้ดูจากภาพช้าเห็นได้ชัดว่าลูกบอลลอยข้ามเส้นไปเกือบเต็มใบแล้ว โดยน่าจะประมาณ 99.99 เปอร์เซ็นต์ แต่ก็ยังถือว่าไม่เต็มร้อยเปอร์เซ็นต์ ทำให้ "เรือใบสีฟ้า" ไม่เสียประตู 

   ลองคิดดูเล่นหากจังหวะนั้นเป็นประตูขึ้นนำของทีมเยือน งานนี้เกมจะออกมาเป็นแบบไหน งานนี้แล้วแต่มุมมองของแต่ละคนก็แล้วกัน 

3. อเกวโร่คมกว่า ซาลาห์ 

ซาเน่ เด็ด, แพ้แล้ว : ชำแหละเน้นๆ 5 ข้อแมนซิตี้ เปิดซิงลิเวอร์พูล


   เซร์คิโอ อเกวโร่ ทำผลงานได้เฉียบคมเหนือกว่า โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ในเกมนี้ หลังจากที่เขาโชว์ฟอร์มให้เห็นถึงจังหวะการยิงประตูที่เด็ดขาด รวมทั้งการมีส่วนร่วมกับเกม ทำให้ แมนฯ ซิตี้ สามารถไล่กดดัน ลิเวอร์พูล ได้อย่างต่อเนื่องตั้งแต่ต้นเกมจนกระทั่งหมดเวลา

   หัวหอกชาวอาร์เจนไตน์ ยิงประตูในเกมพรีเมียร์ลีกไปแล้ว 250 ประตู โดยแมตช์นี้ "กุน" แสดงให้เห็นถึงพลังการทำลายล้างในการตะบันลูกหนังเต็มข้อ แถมที่เด็ดกว่านั้นก็คือเจ้าตัวยิงประตูทั้งๆ ที่มีมุมเหลืออยู่นิดเดียว แน่นอนว่านี่คือศักยภาพชั้นยอดของกองหน้าระดับโลกจริงๆ

ซาเน่ เด็ด, แพ้แล้ว : ชำแหละเน้นๆ 5 ข้อแมนซิตี้ เปิดซิงลิเวอร์พูล


   นอกจากจะยิงประตูได้แล้ว อดีตสตาร์ "ตราหมี" แอตเลติโก มาดริด ยังสามารถสร้างความวุ่นวายให้กับ เฟอร์กิล ฟาน ไดค์ และแนวรับของ "หงส์แดง" ได้เรื่อยๆ โดยเฉพาะ ลอฟเรน ที่ดูเหมือนจะเอา อเกวโร่ ไม่อยู่ และแน่นอนประตูที่เสียก็มาจากการขาดสมาธิของ แนวรับเลือดโครแอต เต็มๆ ที่ปล่อยให้คู่แข่งวิ่งตัดหน้าเข้าไปยิงประตู

4. โรเบิร์ตสัน พิสูจน์คุณค่าได้อีกครั้ง 

ซาเน่ เด็ด, แพ้แล้ว : ชำแหละเน้นๆ 5 ข้อแมนซิตี้ เปิดซิงลิเวอร์พูล


   เห็นได้ชัดเลยว่า แมนฯ ซิตี้ ที่มีนักเตะซูเปอร์สตาร์ค่าตัวแพงระยับอยู่เต็มทีม แต่ไม่สามารถเอาชนะ แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน แบ็กซ้ายจอมขยันของ ลิเวอร์พูล ได้เลย แน่นอนว่า ดาวเตะเลือดสกอตติช แสดงให้เห็นแล้วว่าทำไม เจอร์เก้น คล็อปป์ ถึงเลือกเขาลงเล่นอย่างต่อเนื่อง 

   ดาวเตะค่าตัวแค่ 8 ล้านปอนด์ (ราว 344 ล้านบาท) ที่ย้ายมาจาก ฮัลล์ ซิตี้ เมื่อ 18 เดือนก่อน สามารถเล่นได้ดีเยี่ยมไม่ต่างจาก ฟาน ไดค์ ที่ย้ายมาอยู่กับ "หงส์แดง" ด้วยค่าตัว 75 ล้านปอนด์ (ราว 3,225 ล้านบาท) และเจ้าตัวมีส่วนทำให้เกมรับของทีมแข็งแกร่ง

ซาเน่ เด็ด, แพ้แล้ว : ชำแหละเน้นๆ 5 ข้อแมนซิตี้ เปิดซิงลิเวอร์พูล


   เรื่องพละกำลังและความขยันไม่ต้องพูดถึง โรเบิร์ตสัน สามารถวิ่งได้ไม่มีหมด โดยเฉพาะในเกมนี้การต้องสู้กับผู้เล่นที่มีความเร็วสูงอย่าง ราฮีม สเตอร์ลิง เจ้าตัวทำได้ดีมากๆ และจัดการ ปีกทีมชาติอังกฤษ อยู่หมัด ฉะนั้นไม่ต้องแปลกใจทำไม "เป๊ป" ถึงเลือกบุกทางฝั่งซ้ายของทีมเยือน เพราะ ซาเน่ จัดการ อาร์โนลด์ ได้สบายๆ 

5. ลิเวอร์พูล ยังได้ถือความได้เปรียบ 

ซาเน่ เด็ด, แพ้แล้ว : ชำแหละเน้นๆ 5 ข้อแมนซิตี้ เปิดซิงลิเวอร์พูล


   ความพ่ายแพ้ในเกมนี้อาจจะทำให้แฟนบอลแท้และเฉพาะกิจของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ได้เฮสนั่น เพราะทำให้พวกเขากลับขึ้นมาเป็นอันดับ 2 และมีแต้มไล่บี้ ลิเวอร์พูล จ่าฝูงเหลือ 4 คะแนนเท่านั้น แถมยังจัดการลบสถิติไร้แพ้ในเกมลีกฤดูกาลนี้ของพวกเขาลงได้สำเร็จ

ซาเน่ เด็ด, แพ้แล้ว : ชำแหละเน้นๆ 5 ข้อแมนซิตี้ เปิดซิงลิเวอร์พูล


   อย่างไรก็ตาม "หงส์แดง" ยังคงถือความได้เปรียบเพราะพวกเขามีแต้มนำอยู่ ฉะนั้นสิ่งสำคัญที่สุดก็คือทีมของเจอร์เก้น คล็อปป์ ต้องกลับมารวบรวมสมาธิ และมองไปที่เกมลีกแมตช์ต่อไป รวมทั้งลืมเกมที่แพ้ในถิ่นเอติฮัด สเตเดี้ยม ไปให้หมด แต่ที่สำคัญสิ่งที่สาวก "เดอะ ค็อป" หวั่นใจก็คือการแพ้คู่แข่งชิงแชมป์ลีก จะส่งผลกระทบต่อสภาพจิตใจ และทำให้นักเตะ "หงส์แดง" เกิดอาการเป๋หรือเปล่า ต้องลองดูกันไปยาวๆ 



ที่มา : Siamsport