ฮีโร่ผู้สร้าง!! 6 เรื่องราว ที่คุณวิชัย มอบให้ เลสเตอร์ ตั้งแต่ตั้งไข่จนดังไกลโพ้น

ภายหลังจากโครงการ ‘Fox Hunt’ รุ่น 4 ได้เฟ้นหาเยาวชนไปฝึกซ้อมที่ประเทศอังกฤษ กับสโมสร เลสเตอร์ ซิตี้ ไปเรียบร้อยเมื่อไม่นานมานี้ ซึ่งเป็นโครงการน้ำดีที่คุณวิชัย ศรีวัฒนประภา อดีตประธานสโมสร “จิ้งจอกสีน้ำเงิน” ทิ้งไว้ให้กับคนรุ่นหลัง

ก็เลยมานั่งนึกๆดูว่ายังมีอีกหลายๆเรื่องที่คุณวิชัย และ กลุ่มบริษัท คิง เพาเวอร์ ได้สร้างอะไรขึ้นมาให้กับ “เดอะ ฟ็อกซ์” ตั้งแต่เริ่มต้นตั้งไข่ จนกลายเป็นที่รู้จักไปทั่วโลก และ ไม่เพียงเท่านั้น ด้วยชีวิตอันแสนเรียบง่ายของชายคนนี้ ทำให้กลายเป็นที่รักของผู้คนได้ไม่ยาก โดยนี่คือเรื่องราวที่คุณวิชัย ได้สร้างเอาไว้ให้กับเมืองและสโมสร เลสเตอร์ ซิตี้

  1. ปลดหนี้มหาศาลให้กับสโมสร

ย้อนกลับไปช่วงซัมเมอร์ปี 2011 คุณวิชัย ศรีวัฒนประภา ได้ก้าวขึ้นมาเป็นประธานสโมสร เลสเตอร์ ซิตี้ แบบเต็มตัว แทนที่ มิลาน มันดาริช เจ้าของคนเก่า หลังทุ่มเงินเทคโอเวอร์ไปประมาณ 40 ล้านปอนด์ … แรกๆเจ้าสัววิชัย โดนดูถูกดูแคลนว่า สาเหตุที่เข้าฮุบกิจการ “เดอะ ฟ็อกซ์” ก็เพื่อผลประโยชน์ทางธุรกิจเท่านั้น ไม่ได้หวังพัฒนาทีมอย่างจริงจัง

อย่างไรก็ตาม คุณวิชัย พร้อมกับ คุณต๊อบ อัยยวัฒน์ ศรีวัฒนประภา ลูกชาย ซึ่งทำหน้าที่เป็นรองประธานสโมสร ใช้การกระทำให้เห็นมากกว่าคำพูด เดินหน้าสานฝันลุยงานอย่างมืออาชีพ ให้เห็นว่าเขารักฟุตบอลมากจริงๆ เริ่มจากปลดภาระหนี้สโมสรที่เคยแบกรับอยู่ถึงราวๆ 100 ล้านปอนด์ พร้อมกับเปลี่ยนใช้ชื่อสนามที่ทั่วโลกคุ้นหูกันว่า “คิงเพาเวอร์ สเตเดี้ยม”

  1. นโยบายการสร้างทีม ที่ผู้คนมองว่าฝันลมๆแล้งๆ

ช่วงที่ คุณวิชัย เข้ามาเทคโอเวอร์สโมสร เลสเตอร์ ซิตี้ ใหม่ๆ เคยป่าวประกาศเอาไว้ว่า “ตั้งใจที่จะพา เลสเตอร์ ซิตี้ กลับมาสู่เวที พรีเมียร์ลีก อังกฤษ อีกครั้ง เพราะกลุ่มของเรามีกลยุทธ์ และ รากฐานที่ร่างเอาไว้อย่างชัดเจน ไม่ได้เข้ามาเทคโอเวอร์สโมสร เพราะแค่ความสนใจในกีฬาฟุตบอล แต่เพราะมีความมุ่งมั่นจริงๆที่จะพาทีมกลับขึ้นมาสู่ พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ให้ได้”

แน่นอนว่าก็ยังมีผู้คน ที่มองว่านโยบายการสร้างทีมเลื่อนชั้นขึ้นสู่ พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ในเวลาอันรวดเร็ว เป็นเรื่องของการฝันลมๆแล้งๆ อาจใช้เวลาไม่ต่ำกว่า 5 ปี หรืออาจลากยาวไปถึง 10 ปี ด้วยซ้ำ แต่ คุณวิชัย ใช้เวลาเพียงแค่ 3 ปีเท่านั้น ก็นำ เลสเตอร์ ขยับจาก เดอะ แชมเปี้ยนชิพ ก้าวขึ้นสู่ลีกสูงสุดแดน “ผู้ดี” ได้เป็นครั้งแรกในรอบ 10 ปี

  1. สร้างโครงการ ‘Fox Hunt ตามล่าจิ้งจอก สายพันธุ์สยาม’

ต้องบอกเลยว่า คุณวิชัย คือผู้ให้ที่แท้จริง เพราะโครงการ Fox Hunt นับว่ามีประโยชน์ต่อเด็กไทยมากเหลือเกิน เพราะโครงการนี้จะเฟ้นหาเยาวชนไทย ฝีเท้าดี อายุประมาณ 15 ปี ไปฝึกซ้อมและใช้ชีวิตอยู่ที่ประเทศอังกฤษ เพื่อไปเรียนรู้อย่างมืออาชีพ ตามแบบฉบับของสโมสร เลสเตอร์ ซิตี้ เป็นระยะเวลา 2 ปีครึ่ง

ถึงแม้อาจจะไม่ได้ไปร่วมฝึกซ้อมกับอะคาเดมี่สโมสรโดยตรง แต่กระนั้นประโยชน์และประสบการณ์ต่างๆ ที่เด็กๆจาก “ฟ็อกซ์ ฮันท์” จะได้รับนั้น มันประเมินค่าไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องภาษา, ทักษะการเล่นฟุตบอล และ ความเป็นมืออาชีพ เรียกว่าเหมือนมีใบปริญญาติดตัว เพราะช่วงที่กลับมาไทยเมื่อไหร่ ก็มีสโมสรจาก ไทย ลีก จับจองตัวกันหมดเรียบร้อย โดยมี Fox Hunt รุ่นแรก ถึง 3 คน ที่ไปค้าแข้งอยู่กับ โอเอช ลูเว่น ทีมดังในลีกรองเบลเยี่ยม สโมสเดียวกันกับ กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์ ผู้รักษาประตูทีมชาติไทย

  1. สร้างมูลนิธิ ฟ็อกซ์ ฟาวน์เดชั่น

สิ่งสำคัญที่สุด ที่จะทำให้สโมสร, ผู้บริหาร และ แฟนบอล เดินก้าวหน้าไปพร้อมๆกัน ก็คือการเอาใจเขา มาใส่ใจเรา และ เรียนรู้ไปพร้อมๆกัน .. คุณวิชัย และ กลุ่มบริษัท คิงเพาเวอร์ ได้รักษาขนบธรรมเนียมประเพณีของสโมสรแบบดั้งเดิมเอาไว้ พร้อมมาผสมผสานในสไตล์ความเป็นไทย เรียกว่ายังคงประวัติศาสตร์และค่านิยมของสโมสรเอาไว้ไม่ให้เสื่อมคลาย .. เหมือนอย่างที่เราเคยเห็นกิจกรรม Bike for Dad

เมื่อคุณวิชัย กลายเป็นที่รักของผู้คนและแฟนบอล เลสเตอร์ ยิ่งกว่าความสำเร็จสโมสร เพราะเจ้าของทีม เลสเตอร์ ซิตี้ ไม่เคยทำตัวสูงกว่าใครๆ เพราะท่านจะมีเวลาให้กับทุกคนอยู่เสมอ ภาพรอยยิ้มอันแสนเอ็นดูยังฝังอยู่ในใจของทุกคน

นอกจากนี้ คุณวิชัย ยังได้ทุ่มเทพัฒนาเมืองเลสเตอร์, สร้างสาธารณสุขในเมือง และ การศึกษาของเมืองให้ดียิ่งขึ้น ถึงแม้ไม่ได้เป็นคนท้องถิ่นตั้งแต่เกิด ทว่าก็ได้มีการสร้างมูลนิธิ เดอะ ฟ็อกซ์ ฟาวน์เดชั่น เพื่อระดมทุนจากการประมูลหรือเงินส่วนตัว มาช่วยเหลือองค์กรต่างๆอยู่สม่ำเสมอ

อาทิ เมื่อโรงพยาบาลขาดแคลนอุปกรณ์การแพทย์ ก็จะนำเงินตรงนี้มาช่วยเหลือผู้ป่วยทั้งเด็กและผู้ใหญ่ รวมถึงไปช่วยเหลือคนยากไร้ในแทบเลสเตอร์เชียร์ ที่ไม่ได้มีโอกาสดีๆแบบคนอื่น ปัจจุบันได้เปลี่ยนชื่อเป็น “มูลนิธิวิชัย ศรีวัฒนประภา” เพื่อเป็นเกียรติให้กับอดีตประธานผู้ยิ่งใหญ่

  1. สนามฝึกซ้อมแห่งใหม่ ที่ไฮเทคสุดในสหราชอาณาจักร

อย่างที่ได้บอกไปแล้วก่อนหน้านี้ว่า คุณวิชัย, คุณอัยยวัฒน์ ไม่ได้เข้ามาทำ เลสเตอร์ เพียงเพราะความสนุก หรือ ธุรกิจ แต่เป็นเพราะใจรักล้วนๆ แล้วการสร้างสนามฝึกซ้อมแห่งใหม่ ก็ตัวบ่งชี้ชั้นดี เพราะเป็นโครงการนี้มาจากวิสัยทัศน์ในระยะยาวของ คิง เพาเวอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล ซึ่งมีหัวเรือใหญ่คือตระกูลศรีวัฒนประภา ตั้งแต่เข้ามาเทคโอเวอร์สโมสรใหม่ๆ

สนามฝึกซ้อมแห่งใหม่ของ เลสเตอร์ ซิตี้ จะเพียบพร้อมไปด้วยเทคโนโลยีไฮเทค กลายเป็นหนึ่งในศูนย์กลางการพัฒนาด้านกีฬาและการฝึกซ้อมระดับโลก, มีเครื่องอำนวยความสะดวกสำหรับทีมทุกระดับชั้น ไล่ตั้งแต่เยาวชน ไปจนถึง อะคาเดมี่ โดยจะมีการจะส่งเสริมให้ชุมชนโดยรอบได้มีส่วนร่วมและมีประสบการณ์ที่ดีกับทางสโมสรด้วย

สำหรับสนามซ้อมแห่งนี้ จะมีสนามแข่งขันขนาดย่อม ที่จุผู้ชมได้ราวๆ 500 คน, สนามฟุตบอลอีก 8 แห่ง , สนามฟุตบอลในร่ม อีกทั้งยังมีห้องนอนสำหรับนักฟุตบอล , ห้องฟื้นฟูสภาพร่างกาย และศูนย์ฝึกซ้อมโฉมใหม่ ซึ่งคาดว่าน่าจะแล้วเสร็จอย่างสมบูรณ์แบบ ก่อนฤดูกาล 2020-2021 จะเริ่มขึ้น

  1. สร้างประวัติศาสตร์คว้าแชมป์ พรีเมียร์ลีก อังกฤษ

คงเป็นเรื่องราวที่จะไม่ให้พูดถึงคงไม่ได้ เพราะไม่รู้ว่าอีกกี่ 10 ปี จะมีประวัติศาสตร์เกิดขึ้นแบบนี้อีก เพราะเมื่อครั้งที่ เลสเตอร์ ซิตี้ เลื่อนชั้นขึ้นมาสู่ พรีเมียร์ลีก อังกฤษ เมื่อปี 2014 .. คุณวิชัย ได้ให้สัมภาษณ์ไว้ว่าจะพา “จิ้งจอกสยาม” ไปโลดแล่นในเวที ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ให้ได้ หากใครได้ฟัง ก็คงคิดว่าเป็นเรื่องที่ “ไกลเกินเอื้อม” เพราะ เลสเตอร์ ซิตี้ ยังต้องหนีตกชั้นอยู่เลย ช่วงที่ขึ้นมาใหม่ๆ

แต่เรื่องราวปาฏิหาริย์ก็เกิดขึ้น เพราะ เลสเตอร์ ซิตี้ ใช้เวลาแค่ 3 ปี ตั้งแต่เลื่อนชั้นขึ้นมา สร้างประวัติศาสตร์หักปากกาเซียน คว้าแชมป์ พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ได้เป็นครั้งแรกของสโมสร เอาชนะบรรดาท็อปซิกซ์ อย่าง แมนเชสเตอร์ ซิตี้, แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด, เชลซี, ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์, อาร์เซน่อล และ ลิเวอร์พูล ไปอย่างยิ่งใหญ่

กลายเป็นว่า หลายคนที่ขำขันเรื่องไป ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ไม่ได้เป็นแค่เรื่องราวในฝัน แต่คุณวิชัย และ เลสเตอร์ ได้สร้างนิยายบทใหม่เอาไว้ว่าได้คว้าโควต้า “ยูซีแอล” ในฐานะแชมป์ พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ซึ่งนับตั้งแต่นั้น เลสเตอร์ และ แบรนด์ คิงเพาเวอร์ ก็กลายเป็นที่รู้จักของผู้คนไปทั่วโลก


credit https://www.khobsanam.com/column/78366