5G จะเป็นพระเอกเมื่อเปิดรายงาน OpenSignal ชี้ไทยมีปัญหาดูวิดีโอผ่านมือถือ ระบุเครือข่ายทรูโหลดเร็วปัญหาน้อยสุด

ผ่านไปแล้วสด ๆ ร้อน ๆ กับการประมูลเพื่อเข้ารับสิทธิ์จัดสรรคลื่นความถี่แรก 700MHz สำหรับใช้ในบริการ 5G ในประเทศไทยผู้ให้บริการรายใหญ่อย่าง เอไอเอส ทรูและดีแทคต่างเข้ามารับการจัดสรรได้ไปคนละ 10MHz สามารถเริ่มให้บริการได้ในเดือนตุลาคมปีหน้าเป็นต้นไป


คลื่นความถี่ต่ำย่าน 700MHz นับเป็นปฐมบทของคลื่นที่จะใช้ปูพื้นความครอบคลุมของ 5G ให้ใช้งานได้ทั่วประเทศได้ในเวลาอันรวดเร็วแต่โดยเนื้อแท้หรือแกนกลางอันเป็นสิ่งสำคัญและจุดเด่นของบริการ 5G นั้นไม่ได้อยู่ที่การใช้คลื่นต่ำให้บริการเป็นหลักหากแต่เป็นการใช้คลื่นสูงซึ่งมีจุดเด่นคือรองรับปริมาณการใช้งานได้เป็นปริมาณมากพร้อมกันแต่ข้อเสียคือรัศมีทำการของคลื่นสูงนั้นมีน้อยหรือไปได้ไม่ไกลจึงจำเป็นต้องมีคลื่นต่ำมารองรับเป็นรากฐานให้สามารถเข้าถึงบริการได้ก่อนนั่นเองในส่วนของคลื่นสูงและกลาง ทางกสทช.มีแผนจะนำมาเปิดประมูลเพิ่มเติมในปลายปีนี้และกลางปีหน้าเมื่อผู้ให้บริการมีคลื่นหลากหลายสูงกลางต่ำก็จะสามารถเปิดให้บริการ 5G ได้อย่างมีประสิทธิภาพซึ่งกรอบระยะเวลาคงก็หนีไม่พ้นอีก 1 - 2 ปีที่จะถึงนี้อย่างแน่นอน


เมื่อพูดถึง 5G เราคงต้องพิจารณาคุณลักษณะโดดเด่นของเทคโนโลยี 5G ซึ่งก็คือความเร็ว โดยที่อินเทอร์เน็ต 4G/4G+ มีความเร็วสูงสุดที่ประมาณ 1Gbps แต่เทคโนโลยี 5G จะมาเหนือกว่า 20 เท่าที่ความเร็วสูงสุดที่ 20Gpbs ความหน่วง (Latency) ที่จะลดลงจาก 10 มิลลิวินาที (0.01 วินาที) ในระบบ 4G จะลดลงเหลือเพียง 1 มิลลิวินาที (0.001 วินาที) อันนี้เป็นจุดสำคัญของความแตกต่าง


ทำไมตัวแปร 2 ตัวนี้จะทำให้ชีวิตเราดีขึ้นถ้าจะพูดให้เข้าใจง่ายๆถ้าเราจะโหลดหนังสักเรื่องนึงที่มีความยาวประมาณ 2 ชั่วโมงด้วยอินเทอร์เน็ต 4G หรือ 4G+ อย่างเร็วที่สุด

อาจจะต้องรอประมาณ6 นาทีแต่ด้วยประสิทธิภาพของเทคโนโลยี 5G แค่กระพริบตาสัก 2-3 ครั้ง (3.6 วินาที) การดาวน์โหลดหนังก็เสร็จสมบูรณ์แล้วอีกทั้งยังสามารถรองรับการใช้งานได้ถึง1 ล้านอุปกรณ์ต่อตารางกิโลเมตรจากปัจจุบันเพียง1 แสนอุปกรณ์เท่านั้น


จากสภาพการณ์การใช้งานของผู้ใช้มือถืออย่างเรา ๆ ที่ทุกวันนี้หันมาใช้โทรศัพท์มือถือในการดูคอนเท้นต์หรือเนื้อหาที่เป็นแบบการชมสดที่เรียกติดปากกันว่าสตรีมมิ่งหรือวิดีโอออนไลน์โดยใช้เครือข่าย 3/4G นั้น ทางOpenSignal ซึ่งเป็นบริษัทวิเคราะห์เครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ที่มีพื้นที่ปฏิบัติการอยู่ทั่วโลกได้นำเสนอรายงานการวิเคราะห์ล่าสุดเกี่ยวกับประสบการณ์เครือข่ายมือถือในประเทศไทยระบุว่า"วิดีโอบนมือถือในประเทศไทยโหลดช้าและหยุดชะงักบ่อยครั้ง" รายงานฉบับนี้มีความน่าสนใจเป็นอย่างมากเพราะในรายงานได้นำเสนอผลการทดสอบที่เกิดขึ้นจริงจากผู้ใช้งานทุกเครือข่าย สรุปผลการทดสอบชี้ชัดว่าเครือข่ายไหนแน่จริงในการใช้งานได้ดีที่สุด ผลตามตารางด้านล่างนี้



จากตารางของ OpenSignal จะเห็นได้ว่าเครือข่าย TrueMove H เป็นผู้ให้บริการที่มีค่าการรับชมวิดีโอบนมือถือที่ดีที่สุดโดยคะแนนการโหลดวิดีโอของ TrueMove H อยู่ที่ 4.9 วินาทีและคะแนน DTAC อยู่ที่ 5.7 วินาทีในส่วนของผู้ใช้ AIS ต้องรอนานโดยเฉลี่ยมากกว่า 7 วินาทีเพื่อให้เฟรมวิดีโอแรกแสดงผลขึ้นมา


สำหรับปัญหาการรับชมวิดีโอที่ติดขัด ทาง Opensignal ได้วัดผลในช่วงต้นเดือนมีนาคมถึงปลายเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมาพบว่า AIS เป็นผู้ประกอบการไทยเพียงรายเดียวที่ได้คะแนนประสบการณ์วิดีโอต่ำสุด AIS มีคะแนนการเกิดปัญหาวิดีโอติดขัดมากกว่า 40% หมายความว่าการหยุดเล่นนั้นกลายเป็นเรื่องค่อนข้างธรรมดาในขณะที่ DTAC และ TrueMove H พบปัญหาการหยุดเล่นหรือติดขัดขณะรับชมวิดีโอเพียง 24-26% เท่านั้นตามตาราง



จากปัญหาที่OpenSignal ได้ทำการสำรวจมานั้น เราคงจะเห็นแล้วว่าผู้ให้บริการต่าง ๆ ในไทยมีจุดเด่นและข้อดีที่แตกต่างกันไปอย่าง TrueMove H กับการชมวิดีโอที่โหลดไวและไม่ค่อยมีปัญหาก็ถือเป็นจุดเด่นที่ผู้ใช้บริการอย่างเราจะได้นำไปเป็นข้อพิจารณาในการเลือกใช้บริการ ซึ่งต่อไปในอนาคตเมื่อผู้ให้บริการค่ายต่าง ๆ ได้นำ 5G มาเปิดให้บริการ ปัญหาการรับชมวิดีโอออนไลน์เหล่านี้ก็จะคลี่คลายไปได้มาก เพราะ 5G มีคุณสมบัติรองรับสนับสนุนการใช้งานในรูปแบบนี้และมีประสิทธิภาพดีกว่าการให้บริการด้วยเทคโนโลยี 3/4G ที่อยู่ใช้ในปัจจุบัน