กสทช. และ เคที ประสานเสียงยืนยันมั่นใจ ท่อร้อยสาย ไม่ผูกขาด

ความคืบหน้าโครงการท่อร้อยสายสื่อสารลงใต้ดิน ล่าสุด ทั้งกสทช. และกรุงเทพธนาคม ออกมายืนยันตรงกันว่า ไม่ได้เป็นการให้สิทธิ์ผูกขาดรายเดียว แต่ทำตามขั้นตอนและผลประโยชน์ของประชาชน


นายมานิต เตชอภิโชค กรรมการผู้อำนวยการ บริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด หรือ เคที เปิดเผยว่า เคทีได้รับมอบภารกิจจากกทม. เพื่อแก้ไขปัญหาของเมือง จึงได้คิดโมเดลในการบริหารจัดการเรื่องนี้ให้ประชาชนได้ใช้ประโยชน์สูงสุด โดยเป็นตัวกลางในการบริหารและดำเนินการโครงการท่อร้อยสายสื่อสารลงใต้ดิน เปิดโอกาสให้บริษัทต่าง ๆ เข้ามาประมูล จึงไม่ใช่โครงการผูกขาด แต่มีเพียง บริษัท ทรู อินเทอร์เน็ต คอร์ปอเรชั่น จำกัด เพียงรายเดียวที่ยื่นข้อเสนอใช้บริการ ซึ่งขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างขั้นตอนการเจรจาต่อรอง คาดว่าจะเซ็นสัญญาได้ภายในปลายเดือนกรกฎาคมนี้


ส่วนอัตราการบริหารจัดการหรือค่าเช่าใช้บริการ ทางสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เป็นผู้กำหนด ไม่ได้ขึ้นอยู่กับกรุงเทพธนาคม





ด้าน พล.อ.สุกิจ ขมะสุนทร ประธาน กสทช. ในฐานะผู้ให้ใบอนุญาตและกำหนดอัตราค่าเช่าท่อร้อยสาย กล่าวว่า เรื่องนี้กรุงเทพธนาคมได้เปิดให้ใช้บริการท่อร้อยสาย เพื่อผลประโยชน์ของประเทศ โดยบริษัททรูได้สิทธิในการบริหารท่อ 80% ส่วนอีก 20% กทม. จะคงไว้เพื่อใช้ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับระบบการสื่อสารของภาครัฐ เช่น ด้านการจราจร กล้องวงจรปิด (CCTV)


หลักเกณฑ์ของการให้บริการและสิทธิต่างๆ จึงกีดกันไม่ได้ ส่วนที่มีผู้ร้องเรียนว่าเป็นการกีดกันไม่ให้รายอื่นเข้ามาใช้ หรือเก็บค่าเช่าท่อร้อยสายแพงนั้น พล.อ.สุกิจ ชี้แจงว่า น่าจะเป็นความเข้าใจคลาดเคลื่อน เพราะขณะนี้ยังไม่ได้มีการก่อสร้าง กสทช. จึงไม่สามารถประกาศอัตราค่าเช่าท่อร้อยสายได้ แต่กำลังหาจุดร่วม เพื่อให้ทุกฝ่ายเข้าใจตรงกันว่า ราคาไหนจึงจะเหมาะสมที่สุด ซึ่งโครงการนี้อยู่นอกเหนือการควบคุมของกสทช. เพราะเป็นโครงการที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับกทม. และ กรุงเทพธนาคม ดังนั้น ทางออกของเรื่องนี้ คือ ทุกฝ่ายต้องหาข้อตกลงร่วมกันระหว่างผู้ให้สิทธิทางสายและผู้รับบริการ โดยต้องถือผลประโยชน์ของประเทศเป็นสิ่งสำคัญ 

 

ส่วนที่มีการนำราคาของทีโอทีมาเปรียบเทียบนั้น ประธาน กสทช. กล่าวว่า กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม หรือดีอี เห็นชอบให้ กทม. เป็นผู้ดำเนินการสร้างท่อร้อยสายสื่อสารใต้ดินในพื้นที่ กทม. และมีมติให้ทีโอที, กสท., กฟน. และ รฟม. ร่วมกันดำเนินการวางท่อร้อยสายไฟฟ้าและท่อร้อยสายสื่อสารโทรคมนาคมไปพร้อมกับการก่อสร้างสถานีรถไฟฟ้า จากเดิมที่ท่อร้อยสายของทีโอทีสร้างอยู่เกาะกลางถนน แต่แนวคิดใหม่ของ กทม. ให้วางท่อร้อยสายบนทางเท้า ซึ่งกระทรวงดีอีได้เห็นชอบตามที่ทีโอที และ กสท. เสนอปรับลดอัตราค่าเช่าใช้ท่อร้อยสายสื่อสารใต้ดินให้มีราคาเป็น 9,650 บาท/ท่อย่อย/กิโลเมตร/เดือน เฉพาะโครงการมหานครแห่งอาเซียน


ประธาน กสทช. ยังกล่าวถึงประเด็นใบอนุญาตสัมปทานว่า ใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคมสูงสุดอยู่ที่ 15 ปี แต่โครงการท่อร้อยสายมีระยะเวลา 30 ปี เอกชนที่ได้รับใบอนุญาตเมื่อสัญญาหมดลงสามารถขอต่อใบอนุญาตใหม่ได้ เพราะโครงการนี้ลงทุน 2 หมื่นล้านบาท ระยะเวาล 15 ปีคงไม่คุ้มทุน 


----------------------

ข่าวจากฐานเศรษฐกิจและเนชั่นทีวี